เปิดโลก Addressable RGB LED กับ Thermaltake

ไฟ RGB ที่เราใช้แต่งคอมฯ กันอยู่นี้ที่จริงแล้วมันก็คืออุปกรณ์ที่เรียกว่า LED (Light-Emitting Diodes) หรือเราอาจจะได้ยินในชื่อของ “ไดโอดแปล่งแสง” และตามปกติแล้ว LED แต่ละดวงจะมีไฟเฉพาะตัวที่เป็นสีเดียวแล้วแต่สารประกอบที่นำมาสร้างเช่น แดง, น้ำเงิน หรือเขียว (รวมถึงสีอื่น ๆ เช่นสีส้ม, สีขาว) ด้วยเทคโนโลยีในการผลิตที่ทันสมัยมากขึ้นทำให้สามารถผลิต LED เพียงดวงเดียวแต่แสดงเป็นสีสันได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ลักษณะของไฟ LED (สำหรับแต่งคอมฯ)

ลักษณะของไฟ LED ที่เราจะพูดถึงนี้คือหลอดไฟดวงเล็ก ๆ ที่เราใช้ตกแต่งในเครื่องคอมฯของเรานะครับไม่รวมไปถึงพวกหลอดไฟ LED ส่องสว่างที่ใช้ใฟ 220V เพื่อให้ง่ายเราก็ขอเล่าด้วยรูปก็แล้วกันนะครับ

นี่คือ LED แบบดั้งเดิมแบบสีเดียวที่เราเห็นกันทั่วไปในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ LED หนึ่งดวงก็จะมีแบบสีเดียว LED แบบนี้ถูกใช้ในการนำมาแต่งคอมกันแบบง่าย ๆ โดยไม่ได้มีอะไรมากกว่าเอาไปซ่อนตามซอกมุมต่าง ๆ ให้มีแสงมีสีออกมาเท่านั้นเอง

รูปด้านล่างนี้เป็น LED ที่สามารถแสดงได้สามสีพร้อมกันหรือจะเลือกใช้สีใดสีหนึ่งก็ได้แล้วแต่การออกแบบของวงจร ซึ่งเราสามารถควบคุมได้ด้วยการส่งสัญญาณไฟฟ้าเข้าที่ขั้วไฟฟ้าของ LED ตามสีที่ต้องการ ปัจจุบันเราจะไม่ค่อยได้เห็น LED รูปทรงนี้กับอุปกรณ์แต่งคอมฯ มากนัก แต่ยังพอพบเห็นได้ในคีย์บอร์ดเกมมิ่งทั้งหลายแต่ว่าขนาดของหลอด LED ก็จะมีรูปทรงที่เล็กลง เพื่อให้ไปอยู่ตรงตำแหน่งของคีย์บอร์ดแต่ละปุ่มได้

ส่วน RGB LED ที่นิยมใช้กันอยู่ในเครื่องคอมฯ หรืออุปกรณ์คอมฯ ในยุคปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็น LED แบบ SMD (Surface-mount devices) ที่จะมีรูปร่างและลักษณะค่อนข้างแบนใช้พื้นที่น้อยสามารถสอดแทรกไปกับอุปกรณ์ที่มีพื้นที่จำกัดได้ดี LED แบบ SMD เองก็จะมีทั้งแบบสีเดียว และแบบหลายสีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม SMD LED ที่แสดงได้หลายสีในยุคแรก ๆ อาจจะผสมแสงออกมาได้ไม่สวยงามนักรวมไปถึงแสงที่เป็นสีขาวนั้นไม่สามารถทำให้ออกเป็นขาวจริง ๆ ได้ จึงมีการผลิต LED ที่เป็นแบบ 4 สี ขึ้นมาได้แก่แดง เขียว น้ำเงิน และแสงสีขาว เวลาต้องการแสงสีขาวเราก็จะปิดการทำงานของสีอื่น ๆ ลงทั้งโหมดแล้วป้อนไฟให้กับส่วนที่เป็นสีขาวเพียงอย่างเดียว

และเมื่อเทคโนโลยีในการผลิต LED ก้าวหน้าขึ้นไปอีกทำให้เราสามารถผลิต LED ที่ให้แสงที่สวยงามทำให้เราสามารถผสมแสงสีที่ออกมาได้มากมายถึง 16 ล้านสีกันเลยทีเดียว รวมถึงแสงสีขาวด้วย ซึ่งเราก็คงจะได้เห็นกันไปบ้างแล้วไม่ว่าจะเป็นไฟ LED บนคีย์บอร์ด ไฟ LED ที่อยู่ในพัดลม และ ไฟ LED Strip ที่เป็นไฟ LED สำหรับแต่งภายในเคสนั่นเอง

แต่เราสังเกตไหมครับว่าเวลาเรากำหนดสีสันให้กับ RGB LED ในแต่ละอุปกรณ์เราก็มักจะกำหนดได้ในลักษณะเป็นโซน ๆ เช่นถ้าใช้ไฟ RGB LED Strip หรือไฟ RGB LED ที่เป็นสาย แล้วมีหลอด RGB LED ติดอยู่บนสาย ถ้าเรากำหนดให้แสดงสีแดงก็จะแดงทั้งเส้น กำหนดให้เป็นเขียวก็จะเขียวทั้งเส้น ทั้ง ๆ ที่บน RGB LED Strip นั้นอาจจะมีหลอด RGB LED มากมายถึง 10-12 ดวงก็ตาม อย่างเช่น Thermaltake Lumi Color 256C RGB Magnetic LED Strip Control Pack ซึ่งเป็นชุด RGB LED ที่สามารถปรับแต่งไฟได้ก็จริงแต่ผู้ใช้ต้องเลือกว่าจะใช้สีใดสีหนึ่งเท่านั้น แต่ก็ยังมีจุดเด่นตรงที่สามารถปรับได้ถึง 256 โทนสี

(Thermaltake Lumi Color 256C RGB Magnetic LED Strip Control Pack)

แต่ถ้าจะให้พูดถึง RGB LED ที่ทันสมัยที่สุดที่นำมาติดตั้งกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้สามารถกำหนดสีสันให้กับ LED แต่ละดวงได้ด้วยตนเองก็คือ Addressable RGB LED หรือบางคนก็เรียกกันย่อ ๆ กว่า ARGB LED (ARGB LED ก็มีการจัดรูปออกมาหลายอย่างแต่วันนี้เราจะพูดถึงเฉพาะแบบที่ถูกนำมาใช้กับการตกแต่งคอมพิวเตอร์เท่านั้นนะครับ)

ความแตกต่างระหว่าง ARGB LED และ RGB LED

สิ่งที่เป็นความแตกต่างระหว่าง ARGB LED กับ RGB LED ก็คือ ARGB LED ทำงานในแบบดิจิทัล ส่วน RGB LED ทำงานในแบบแอนะล็อก ถ้าเราลองย้อนไปดูหลักการทำงานของ RGB LED มันจะทำงานตามการป้อนแรงดันไฟฟ้าให้กับขาสัญญาณตามสีของ LED โดยตรง แต่ที่เราเห็นว่า RGB LED บางรุ่นต้องทำงานผ่านกล่องควบคุมนั้นก็เป็นเพียงแค่ตัวปรับเปลี่ยนแรงดันไฟฟ้าให้กับ RGB LED เท่านั้น

แต่ในขณะที่ ARGB LED จะทำงานได้นั้นจำเป็นต้องได้ข้อมูลในรูปแบบที่เป็นดิจิทัลมาจากชุดควบคุมก่อน แล้วภายในหลอดไฟแต่ละดวงจะมาชิปเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่เรียกกันว่าเป็นไดรเวอร์หรือตัวขับ ซึ่งจริง ๆ เจ้าชิปไดรเวอร์นี้มันทำหน้าที่ถอดรหัสข้อมูลที่ถูกส่งมาจากชุดควบคุมเพื่อสร้างสัญญาณไฟฟ้าไปส่งให้กับ ARGB LED อีกทอดหนึ่ง นั่นทำให้เราสามารถควบคุมการติดดับหรือกำหนดสีของไฟแต่ละดวงได้อย่างอิสระต่อกัน อย่างเช่น Thermaltake Pacific Lumi Plus LED Strip 3Pack หรือชุดพัดลมระบายความร้อนและอุปกรณ์อื่น ๆ ของ Thermaltake ที่รองรับ TT RGB PLUS จะใช้ ARGB LED

(Thermaltake Pacific Lumi Plus LED Strip 3Pack)

ลองดูภาพต่อไปนี้เพื่อความเข้าใจมากขึ้น ภาพแรกเป็น RGB LED แบบธรรมดาเราจะเห็นได้วางตรงจุดเชื่อมต่อจะมีสัญญาณเป็นไฟ +12V (หรืออาจจะเป็นค่าอื่น ๆ แล้วแต่การออกแบบ) จากนั้นก็จะเป็นจุดเชื่อม G (Green), R (Red), B (Blue) และถ้าเป็นรุ่นที่มีไฟขาวแยกเราก็อาจจะได้เห็น W (White) เพิ่มมาอีกหนึ่งจุด

ส่วนภาพต่อไปจะเป็น ARGB LED ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าจุดเชื่อมต่อสัญญาณจะมีลักษณะที่แตกต่างออกไป แน่นอนว่ามีจุดต่อไฟ +5V และ Gnd หรือกราว์ด จุดเชื่อมอีกชื่อที่น่าสนใจคือใช้คำว่า DIN หรือ Data Input และมีจุดเชื่อมสำหรับ ARGB LED ตัวต่อไปใช้คำว่า DO หรือ Data Out (ARGB LED ส่วนใหญ่จะใช้ไฟ +5V เพราะมีไดรเวอร์เป็นตัวช่วยขับกระแสด้วยในตัวจึงไม่จำเป็นต้องใช้ไฟมากเหมือนกับ RGB LED ธรรมดา ทีต้องเพื่อเรื่องการสูญเสียเรื่องแรงดันและกระแสเมื่อต่อใช้เป็นจำนวนมาก)

ภาพตัวอย่างของ ARGB LED และ RGB LED ที่เรานำมาให้ดูนั้นเป็นรูปแบบง่าย ๆ ที่ช่วยให้เข้าใจการทำงาน แต่การใช้งานจริงของอุปกรณ์แต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่นก็อาจจะมีรายละเอียดที่แตกต่างไปจากนี้ครับ

ก็อย่างที่บอกไปครับว่า ARGB LED นั้นทำงานในรูปแบบของดิจิทัล และจำเป็นต้องใช้กล่องควบคุมซิ่งภายในของมันก็จะเป็นไมโครคอนโทรลเลอร์ที่ต้องเขียนโปรแกรมขึ้นมาควบคุมต่างหากไม่ใช่ต่อไฟแล้วทำงานได้เลย อ้อสำหรับผู้ใช้ทั่วไปก็ไม่ต้องตกใจเพราะอุปกรณ์ของ Thermaltake ได้ทำออกมาแบบสำเร็จรูป ติดตั้ง ต่อไฟ ลงซอฟต์แวร์ก็ควบคุมได้เลย และภาพด้านล่างนี้คือตัวอย่างของลักษณะของสัญญาณที่ส่งจากกล่องควบคุมไปยัง ARGB LED ซึ่งเราจะเห็นได้ว่ามันมีลักษณะเหมือนกับการส่งข้อมูลของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่น ๆ เลยที่ต้องมีทั้งสัญญาณนาฬิกาและข้อมูล ถ้าลองย้อนไปดูภาพกล่องควบคุมไฟ RGB LED Strip ของ Thermaltake ทั้งสองรุ่นเราจะเห็นได้ว่ารุ่น Lumi Plus LED ที่ใช้ไฟ ARGB LED คอนเน็คเตอร์ที่กล่องควบคุมจะมีพินหรือจำนวนขาสัญญาณที่ส่งออกมามากกว่ารุ่น Lumi Color 256

จากภาพสัญญาณนาฬิกาทางด้านบนเราจะเห็นได้ว่าการส่งข้อมูลมายัง ARGB LED ให้ทำงานได้นั้นไม่ใช่แค่จ่ายไฟให้กับ LED เฉย ๆ แต่ต้องประกอบไปด้วยสัญญาณสองส่วนคือชุดแรก 8 Bit Command Word และชุดที่สองจะเป็น 8 ฺBit Data ทำให้เราสามารถกำหนดการติดดับ รูปแบบ แสงสีของ ARGB LED แต่ละดวงได้อย่างอิสระ นี่คือการทำงานคร่าว ๆ ของ ARGB LED ครับ

ARGB LED VS RGB LED ใครดีกว่ากัน

ส่วนการเลือกใช้งานนั้นจะบอกว่า ARGB LED ดีกว่า RGB LED แบบธรรมดาก็คงจะไม่ถูกต้องนัก คงต้องดูตามวัตถุประสงค์ในการใช้งานมากกว่าว่าเราต้องตกแต่งในรูปแบบใด เช่นต้องการไฟเพียงสีใดสีหนึ่งไม่ต้องการปรับเปลี่ยนอะไรมาก RGB LED ก็ใช้งานง่ายตรงไปตรงมาและมีราคาประหยัดกว่าในขณะที่ ARGB LED จำเป็นที่ต้องใช้การควบคุมผ่านทางซอฟต์แวร์ที่บางครั้งความสะดวกอาจจะมีน้อยกว่า แต่ก็จะให้ทางเลือกในการปรับแต่งที่มากกว่าอย่างนี้เป็นต้นครับ

TT RGB PLUS

สำหรับใครที่ต้องการใช้อุปกรณ์ของ Thermaktake ที่สามารถปรับแต่งไฟ RGB ได้อย่างอิสระก็คงให้มองหาอุปกรณ์ที่มีสัญญลักษณ์ TT RGB PLUS ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่จะทำงานร่วมกับอุปกรณ์ของ Thermaltake ได้เท่านั้นแต่ยังสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์แบรนด์อื่น ๆ ได้อีกด้วย (ต้องดูรายละเอียดของแต่ละอุปกรณ์) โดยการทำงานของ TT RGB PLUS นั้นก็จะสามารถสั่งงานได้ทั้งผ่านซอฟต์แวร์บนวินโดวส์ และผ่านทางแอปพลิเคชันผ่านทางสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android นอกจากนี้แล้วยังสามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่านทาง TT AI VOICE CONTROL ได้อีกด้วย

ส่วนอุปกรณ์ของ Thermaltake ที่เป็น TT RGB PLUS ตอนนี้ก็น่าจะมีแทบจะทุกอุปกรณ์แล้วนะครับ พวกเกมมิ่งเกียร์นี่ไม่ต้องพูดถึงว่าต้องมีอยู่แล้ว แต่อุปกรณ์ที่หลายคนคิดไม่ถึงว่าจะมี TT RGB PLUS ด้วยก็เช่น ลม, เคส, ชุดระบายความร้อนด้วยน้ำ, บล็อกน้ำซีพียู, บล็อกน้ำสำหรับการ์ดจอ, หม้อน้ำ (ใช่หม้อน้ำ RGB), ปี้มน้ำที่มาพร้อมกับถังพักน้ำ และพาวเวอร์ซัพพลาย ก็เลือกใช้กันได้ตามสะดวก

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TT RGB PLUS https://ttrgbplus.thermaltake.com/

ข้อมูลอุปกรณ์ระบายความร้อนที่รองรับ TT RGB PLUS https://www.thermaltake.com/cooler.aspx

You may also like...