Thermaltake แนะนำการเลือกพัดลมระบายความร้อนให้เหมาะกับการใช้งาน

พัดลมระบายความร้อนที่ใช้อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราก็จะแบ่งออกเป็นสองแบบใหญ่ ๆ ตามลักษณะการทำงานคือ Air Flow และแบบ Air pressure แบบแรกก็คือเป็นพัดลมที่ใช้ในการสร้างการไหลเวียนของอากาศภายในเคส หรือเรียกกันว่าแบบ Air flow พัดลมในลักษณะนี้จะหมุนด้วยรอบการทำงานที่ต่ำไม่เน้นความแรง แต่จะช่วยสร้างการไหลเวียนอากาศภายในเคสป้องกันความร้อนสะสมภายในเคส โดยอย่างน้อยที่สุดจะมีพัดลมทางด้านหลังเคสอยู่ 1 ตัว ส่วนตัวพัดลมจะมีขนาดเท่าไรเดี๋ยวมาว่ากัน

พัดลมส่วนใหญ่ของ Thermaltake ตอนนี้ถูกสร้างมาเป็นแบบ Air pressure เป็นหลักแต่ก็สามารถควบคุมรอบการทำงานให้ลดลงให้มีความเงียบในแบบ Air Flow ได้ โดยผ่านกล่องควบคุม หรือใช้สายสำหรับลดรอบการทำงาน (ขึ้นอยู่กับรุ่นของพัดลม

ส่วนพัดลมอีกแบบจะเป็นพัดลมที่ให้แรงอัดอากาศสูงหรือเรียกว่า Air pressure พัดลมในลักษณะนี้จะสร้างลมที่มีแรงดันสูง ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ติดตั้งมาบนฮีตซิงค์ หรือติดตั้งมากับหม้อน้ำของชุดระบายความร้อนด้วยน้ำ พัดลมแบบ Air pressure นี้ก็มักจะมีความเร็วรอบที่สูง เพื่ออัดอากาศให้ผ่านไปบนพื้นผิวของครีบระบายความร้อน เพื่อแร่งให้การพาความร้อนออกจากตัวระบายความร้อนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และทำตัวระบายความร้อนมีอุณหภูมิที่ลดลงเพื่อรองรับความร้อนที่ถ่ายเทมาจากซีพียูหรือชิปประมวลผลต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งจริง ๆ พอเรารู้แบบนี้แล้วเวลาเลือกซื้อพัดลมมาใช้งานก็ไม่ยากแล้วเพราะว่ามีอยู่แบบลักษณะการใช้งานเท่านั้นเอง คือแบบ Air Flow ที่ใช้สร้างการไหลเวียนของอากาศเพื่อช่วยลดความร้อนสะสมในเคส กับแบบ Air pressure ที่ใช้ระบายความร้อนให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยผ่านทางฮีตซิงค์หรือไม่ก็หม้อน้ำ

แต่ว่าเวลาเราไปเลือกซื้อพัดลมบางทีเราก็มักจะไปพ่ายแพ้ต่อรูปลักษณ์และหน้าตา เช่นเดิมอยากจะได้พัดลมติดเคสแบบ Air Flow แต่พอไปดูของจริงก็ไปหลงความสวยงามของพัดลมแบบ Air pressure เข้า เพราะพัดลมแบบ Air pressure รุ่นใหม่ ๆ มักจะมาพร้อมกับไฟ LED บ้าง หรือหรูหน่อยก็เป็น LED RGB กันเลย หรือแบบหรูสุด ๆ ก็จะเป็น ALED RGB** ที่ให้ความสวยงามขึ้นไปอีกระดับ

**อ่านรายละเอียด LED RGB กับ ALED RGB ต่างกันอย่างไรได้ที่บทความเรื่อง “เปิดโลก Addressable RGB LED กับ Thermaltake

หรือบางคนก็อยากได้พัดลมแบบ Air pressure แต่ก็กลับไปซื้อพัดลมแบบ Air Flow เพราะมีราคาถูกกว่า ทำงานได้เงียบกว่าก็มี แต่สุดท้ายแล้วการเลือกใช้พัดลมผิดประเภทก็จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการระบายความร้อนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะถ้านำพัดลมแบบ Air Flow มาติดเข้ากับฮีตซิงค์ หรือนำมาติดกับหม้อน้ำก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนหายไปเยอะเลยทีเดียว และในที่สุดก็จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของอุปกรณ์

ส่วนคนที่นำพัดลมแบบ Air pressure ไปใช้เป็น Air Flow แม้จะได้ความเย็นที่เพิ่มขึ้นแต่ผลเสียที่ตามมาก็คือเสียงรบกวน และเคสก็จะกลายเป็นเครื่องกรองฝุ่นกันไปเลยก็มี เอาเป็นว่าขอให้เลือกใช้ให้ถูกต้องจะดีที่สุดนะครับ แต่ถ้าใครเลือกไม่ถูกเราขอแนะนำพัดลมในตระกูล Riing จาก Thermaltake ที่แม้ว่าจะถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นพัดลมแบบ Air pressure แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นการทำงานในแบบ Air Flow ได้

จาก Air pressure สู่ Air flow เลือกได้แค่เปลี่ยนสายนิดเดียว

พัดลมตระกูล Riing LED (ไม่นับรวม RGB) ของ Thermaltake จะถูกสร้างมาเพื่อเป็นพัดลมในลักษณะ Air pressure ทั้งหมด ดังจะเห็นได้จากที่ข้างกล่องจะระบุไว้ชัดเจนเลยว่า Radiator fan แต่ภายในกล่องของพัดลมจะมีสายแปลงมาให้อีกหนึ่งชุด เพื่อช่วยลดความเร็วรอบในการทำงาน และลดทั้งเสียงรบกวนลง เช่นพัดลม Riing 12 LED ปกติจะหมุนด้วยความเร็ว 1500 รอบต่อนาที และจะมีเสียงในระหว่างการทำงานประมาณ 24.6dBA

สิ่งที่น่ารู้เกี่ยวกับพัดลมระบายความร้อน

ขนาดของพัดลมระบายความร้อน

พัดลมระบายความร้อนที่ใช้ในเคสนั้นมีอยู่มากมายหลายขนาด ตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ แค่ 40mm จนใหญ่สุดที่ 220mm ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของเคสเป็นหลักด้วย (40mm, 50mm, 60mm, 70mm, 80mm, 92mm, 120mm, 140mm, 200mm, 220mm) ขนาดของพัดลมเหล่านี้ไม่ได้เป็นมาตรฐานเฉพาะแวดวงคอมพิวเตอร์เท่านั้นแต่ยังเป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์, ไฟฟ้า และอื่น ๆ อีกด้วย

เคสที่มาพร้อมกับพัดลมขนาด 20mm หรือขนาด 20 เซนติเมตร ทึงสองตัวทางด้านหน้า ที่ช่วยให้มีอากาศเย็นเป็นจำนวนมากไหลจากด้านหน้าของเคสเข้าไปลดอุณหภูมิสูงที่อยู่ภายในเคสได้เป็นอย่างดี

สำหรับพัดลมจาก Thermaltake ที่ใช้กับเคส ฮีตซิงค์ และหม้อน้ำระบายความร้อน ก็จะมีขนาด 12mm และ 14mm เป็นหลัก ส่วนขนาด 20mm ก็จะมีใช้กับเคสขนาดใหญ่และเคสในตระกูล Level 20 ที่ให้ประสิทธิภาพในการระบายอากาศภายในเคสได้ดี และมีเสียงรบกวนต่ำมาก ๆ จนแทบไม่ได้ยินเลยด้วยซ้ำ เพราะพัดลมยิ่งมีขนาดใหญ่แม้จะให้ CFM สูง แต่รอบนั้นต่ำทำให้เกิดเสียงน้อย

พัดลมขนาดเท่ากัน ตัวไหนแรงกว่าดูอย่างไร

ประสิทธิภาพในการทำงานของพัดลมจะถูกวัดด้วยปริมาตรของอากาศที่ไหลผ่านตัวพัดลมครับ โดยมีหน่วยเป็น CFM ย่อมาจาก Cubic Feet per Minute หรือ ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที และถ้าวัดกันจริง ๆ ก็อาจจะต้องไปเทียบกับการใช้พลังงานเพิ่มเติมอีก แต่สำหรับในกรณีที่ใช้ในเคสคอมพิวเตอร์เราดูเฉพาะ CFM ก็พอครับ

พัดลมที่มีขนาดเท่ากัน หรือขนาดต่างกัน เราก็สามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการทำงานได้โดยดูจากค่า CFM ที่ผู้ผลิตบอกไว้ในสเปคของพัดลมนั่นแหละครับ (แต่ต้องเป็นผู้ผลิตที่มีแบรนด์น่าเชื่อถือด้วยนะครับ เพราะเขาต้องผ่านมาตรฐานทดสอบจริงจังไม่สามารถเขียนขึ้นมาลอย ๆ ตามใจชอบได้)

พัดลมในเคสต่อไฟแบบไหนกันบ้าง

พัดลมในเคสที่ต่อกับไฟก็จะมีอยู่สองแบบหลัก ๆ คือแบบที่ต่อตรงเข้ากับพาวเวอร์ซัพพลายซึ่งอาจจะเป็นแบบที่ใช้แรงดัน 12V หรือแบบ 5V ก็แล้วแต่ผู้ผลิตจะออกแบบ ส่วนแบบที่สองก็จะเป็นพัดลมที่ใช้ไฟจากเมนบอร์ดเป็นหลัก ซึ่งก็จะมีทั้งแบบ 3 พิน และแบบ 4 พิน โดยทั้งสองแบบนี้ก็จะมีคอนเน็คเตอร์สำหรับการใช้งานที่แตกต่างกันไปเล็กน้อยตามรูปด้านล่างนี้

จากรูปจะเห็นได้ว่าเราสามารถนำพัดลมแบบ 3 พิน มาใส่เข้ากับคอนเน็คเตอร์แบบ 4 พิน หรือจะนำแบบ 4 พิน มาใส่เข้ากับ 3 พิน ก็ยังได้ เพียงแต่ว่าจะไม่สามารถควบคุมความเร็วรอบในการทำงานได้โดยตรง แตเมนบอร์ดรุ่นใหม่ ๆ พินหมายเลข 2 นั้นจะไม่มีการกำหนดแรงดันไฟฟ้าแบบตายตัว แต่จะมีการปรับเพิ่มและลดได้เองอัตโนมัติขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบเมนบอร์ดว่าจะสั่งการอย่างไร เช่นให้ปรับเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิ หรือปรับตามค่าที่กำหนดจากไบออส หรือจากซอฟต์แวร์

ส่วนพัดลมติดเคสรุ่นใหม่ ๆ ที่มีไฟ LED RGB และ ALED RGB ที่สามารถควบคุมการทำงานได้ก็จะมาพร้อมกับกล่องควบคุมแยกต่างหาก เพราะจะมีจำนวนพินที่ตัวพัดลมมากกว่าปกติ ไม่สามารถใช้งานโดยตรงกันเมนบอร์ดได้ เช่นชุดพัดลม Riing Plus 12 RGB Radiator Fan เป็นต้น

พัดลมที่ดีควรมีกันสะเทือน

ตอนนี้ผู้ผลิตพัดลมระบายความร้อนแบรนด์ชันนำต่าง ๆ รวมถึง Thermaltake ด้วยต่างก็ผลิตพัดลมระบายความร้อนที่มียางรองกันสั่นสะเทือนมาด้วยในตัว ซึ่งพัดลมในลักษณะนี้จะช่วยลดเสียงรบกวนในการทำงานและลดการสั่นสะเทือนของตัวเคสลงไปได้มาก โดยเฉพาะคนที่ต้องประกอบพีซีเพื่อใช้ในการถ่ายถอดสด หรือใช้เป็นโฮมสูติโอ พัดลมเหล่านี้ก็จะช่วยให้พีซีทำงานได้เงียบลดเสียงรบกวนที่เป็นปัญหาในการทำงาน

แกนพัดลมแบบไหนดี

หากย้อนเวลาไปสักสิบปีที่แล้วการเลือกซื้อพัดลมมาใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพิถีพิถันเราอาจจะต้องเลือกชนิดแกนของพัดลมด้วยว่าทำจากวัสดุชินดไดแบบไหน เพราะมันจะมีทั้งเรื่องของความทนทาน เสียงรบกวน และประสิทธิภาพในการทำงานรวมอยู่ด้วย แต่ในยุคปัจจุบันเราค่อนข้างโชคดีครับเพราะบรรดาผู้ผลิตพัดลมระบายความร้อนต่างก็เลือกใช้แกนพัดลมที่ประกอบด้วย Ball Bearing กันหมดแล้ว ก็ถือว่าได้ทั้งความเงียบและความทนทานส่วนแบรนด์ไหนจะไปเพิ่มเติมเทคนิคพิเศษอะไรก็แล้วแต่ความถนัด สำหรับพัดลมของ Thermaltake นั้นใช้สิ่งที่เหนือกว่าไปอีกขั้นด้วย Hไฮดรอลิคแบริ่ง (Hydraulic Bearing) ที่ทำให้การทำงานของแกนพัดลมนั้นทั้งเงียบ มีเสถียรภาพคือมีการสั่นสะเทือนจากแกนของพัดลมน้อยกว่าพัดลมทั่วไป ช่วยให้แรงลมหรือแรงอัดอากาศที่ได้ออกมามีความต่อเนื่องมีเสีถียรภาพแม้ว่าความเร็วรอบของพัดลมอาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้อยู่ตลอดเวลาก็ตาม

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้พัดลมระบายความร้อนอย่างเหมาะสม ช่วยให้นำอุปกรณ์ที่เราซื้อมาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพคุ้มกับเงินที่เสียไป



You may also like...