ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์มาตรฐานอุตสาหกรรมที่ปลอดภัยที่สุดในโลก

ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (HPE) เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ตระกูล ProLiant รุ่นใหม่ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในโลก[i]  โดย HPE เป็นผู้จัดจำหน่ายรายแรกที่นำความปลอดภัยแบบซิลิคอนมาใช้ในเซิร์ฟเวอร์มาตรฐานอุตสาหกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาการโจมตีเฟิร์มแวร์ซึ่งเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดที่องค์กรต่างๆ และรัฐบาลต้องเผชิญในปัจจุบัน นอกจากมาตรฐานความปลอดภัยใหม่นี้ HPE ยังได้เพิ่มความสามารถใหม่ๆให้กับเซิร์ฟเวอร์ที่ควบคุมโดยซอฟต์แวร์ (Softwaredefined infrastructure) ซึ่งช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่นมากกว่าเดิม รวมถึงเลือกใช้งานได้ตามงบประมาณและความต้องการ (economic flexibility)

และในปัจจุบันที่ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและภาคเอกชนกำลังให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่นับวันจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นมาจากการที่แฮกเกอร์สามารถโจมตีด้วยวิธีการที่คาดไม่ถึง การละเมิดความปลอดภัยและช่องโหว่ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่นั้นมาจากการโจมตีเฟิร์มแวร์ซ้ำแล้วซ้ำอีก จากงานวิจัยของ Information Systems Audit and Control Association (ISACA) เผยว่า[ii] ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในโลกไซเบอร์มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ได้รายงานว่ามีเฟิร์มแวร์ที่ติดมัลแวร์อย่างน้อยหนึ่งครั้งในปี 2559 และ HPE เป็นบริษัทแรกที่พยายามแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการพัฒนาระบบความปลอดภัยในเซิร์ฟเวอร์จะปลอดภัยตั้งแต่ฐานรากระดับซิลิคอน (silicon root of trust) จากการสร้างจุดเชื่อมต่อระหว่างซิลิคอนของ HPE กับชิป HPE Integrated Lights Out (iLO) เพื่อให้แน่ใจว่าเซิร์ฟเวอร์จะไม่ถูกบุกรุกด้วยรหัสเฟิร์มแวร์ การผนวกเฟิร์มแวร์ที่มีความปลอดภัยโดยตรงในซิลิคอนของ HPE จะช่วยป้องกันการโจมตีของเฟิร์มแวร์ได้ดีที่สุด รวมถึงทำให้สามารถกู้คืนเฟิร์มแวร์ของเซิร์ฟเวอร์ได้อัตโนมัติ

เซิร์ฟเวอร์ที่ปลอดภัยตั้งแต่ฐานรากระดับซิลิคอน ของ HPE ถูกออกแบบโดยผนวกความปลอดภัยลงบนชิป iLO ด้วยการเข้ารหัส (immutable fingerprint) ในซิลิคอน ซึ่งจะอนุญาตให้บูทเครื่องเฉพาะเฟิร์มแวร์ที่มีค่ารหัสตรงกันเท่านั้น  HPE เป็นผู้จำหน่ายเพียงรายเดียวที่มีข้อได้เปรียบเนื่องจากสามารถควบคุมชิปซิลิคอนที่ผลิตขึ้นมาเองรวมถึงเฟิร์มแวร์ที่จำเป็นสำหรับเซิร์ฟเวอร์ การรักษาความปลอดภัยตั้งแต่ฐานรากระดับซิลิคอนคือการนำเทคโนโลยีการเข้ารหัส ผนวกเข้ากับการตรวจจับการละเมิดที่ล้ำสมัย เสริมด้วยระบบรักษาความปลอดภัย HPE supply chain และบริการประเมินและป้องกันความปลอดภัยจากทีมงานที่ปรึกษา HPE Pointnext

นายแพทริก มัวร์เฮด ประธานและนักวิเคราะห์หลัก ของ Moor Insights & Strategy บริษัทที่ปรึกษาและวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยี กล่าวว่า “การละเมิดความปลอดภัยในเฟิร์มแวร์นับเป็นหนึ่งในสิ่งที่ถูกตรวจจับยากที่สุดแต่เมื่อถูกละเมิดแล้วอาจเป็นอันตรายมากที่สุดต่อองค์กร ผู้บริหารระดัสูง มักมองข้ามเรื่องเฟิร์มแวร์เมื่อพูดเรื่องความปลอดภัยของดาต้าเซ็นเตอร์ ดังนั้นอาชญากรไซเบอร์จึงเน้นการโจมตีที่จุดนี้ แม้ว่าเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากจะมีระบบรักษาความปลอดภัยในตัวฮาร์ดแวร์อยู่แล้ว แต่ HPE กำลังสร้างการรักษาความปลอดภัยของเฟิร์มแวร์ที่เชื่อมโยงกับซิลิคอนเพื่อช่วยลูกค้าในการป้องกันการโจมตีที่เป็นอันตรายเหล่านี้”

สร้างประสบการณ์ใหม่ในการประมวลผล

เพื่อมอบประสบการณ์ในการใช้งานระบบประมวลผลใหม่ HPE ไม่เพียงแค่พัฒนาเซิร์ฟเวอร์มาตรฐานอุตสาหกรรมที่ปลอดภัยที่สุดในโลก แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ที่ควบคุมโดยซอฟต์แวร์  ด้วยความสามารถใหม่เหล่านี้ที่ขับเคลื่อนเซิร์ฟเวอร์ของ HPE ตระกูล ProLiant รุ่นที่สิบ  (HPE ProLiant Gen 10) ทำให้ลูกค้าสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจในโลกไฮบริดไม่ว่าจะเป็นบนระบบไอทีแบบดั้งเดิม พับลิกคลาวด์ หรือไพรเวทคลาวด์ได้อย่างรวดเร็ว

นายพลาศิลป์ วิชิวานิเวศน์  กรรมการผู้จัดการ  บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ ประเทศไทย   กล่าวว่า ลูกค้าไม่ควรมองข้ามเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์และความคล่องตัวในการทำงานบนเซิร์ฟเวอร์โดยซอฟต์แวร์ รวมถึงความยืดหยุ่นของการใช้งานคลาวด์ HPE พร้อมนำเสนอ HPE ProLiant Gen 10 เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงความสามารถในการประมวลผลที่ดีที่สุด ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ไม่เหมือนใคร รวมถึงวิธีการใหม่ ๆ ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่ทำได้อย่างรวดเร็ว และรูปแบบการชำระเงินที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดกับองค์กรตนเอง”

 

ความยืดหยุ่นในการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ที่ควบคุมโดยซอฟต์แวร์

ความสามารถในการประมวลผลใหม่ ทำให้ลูกค้าสามารถสร้างแอพพลิเคชั่นและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจผ่านเซิร์ฟเวอร์ที่ควบคุมโดยซอฟต์แวร์ได้ วันนี้ HPE ได้ประกาศปรับปรุงความสามารถต่างๆ ดังต่อไปนี้ ได้แก่:

 สัมผัสความสามารถใหม่ๆ บนเซิร์ฟเวอร์ที่ควบคุมโดยซอฟต์แวร์:

·       HPE OneView 3.1 สนับสนุนแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์รุ่นที่ 10 อย่างครอบคลุม และจะทำให้ระบบการประมวลผล การจัดเก็บ และเครือข่าย เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ควบคุมได้โดยซอฟต์แวร์  HPE OneView รุ่น 3.1 ใหม่มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลแบบ composable การจัดการเฟิร์มแวร์ที่ดีขึ้น สนับสนุนแพลตฟอร์มการประมวลผลของ HPE ได้หลากหลาย และสนับสนุนคู่ค้า composable ใหม่ๆเช่น Mesosphere DC/OS  โดย HPE และ Mesosphere เพิ่งประกาศการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ซึ่งจะช่วยร่นระยะเวลาส่งมอบบริการให้เร็วขึ้น (timetovalue)

·       HPE Intelligent System Tuning มอบประสบการณ์ในการใช้งานแอพพลิเคชั่นแบบไดนามิกร่วมกับ Intel ในตระกูล Intel®Xeon® Scalable Processor ฟังก์ชันที่เป็นเอกลักษณ์นี้ สามารถช่วยปรับความถี่ (jitter smoothing) เพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล (core boosting) และการปรับแต่งเซิร์ฟเวอร์ให้ตรงกับเวิร์กโหลด

 ประสบการณ์ใหม่ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาและการทำงาน:

·       HPE Synergy for Gen10 รวมถึง HPE Synergy 480 และ HPE Synergy 660 โมดูลในการประมวลผลเหล่านี้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสำหรับปริมาณเวิร์กโหลดที่มีการประมวลผลและข้อมูลมาก เช่นการสร้างโมเดลทางการเงิน นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมต่ออีเธอร์เน็ต 25/50 กิกะไบต์และความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลแบบ directattached storage (DAS) เพิ่มขึ้น 2.8 เท่า

 ประสบการณ์ใหม่ในการจัดการเวิร์กโหลดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อความรวดเร็วในการสร้างแอพพลิเคชั่นจากข้อมูล:

·       HPE Scalable Persistent Memory เป็นโซลูชั่นการจัดเก็บข้อมูลแบบบูรณาการที่ทำงานด้วยความเร็วระดับหน่วยความจำที่สามารถขยายการใช้งานได้ถึงระดับเทราไบต์ ที่เร็วที่สุดในตลาดและขยายการใช้งานได้[iii] ทำให้การทำ application checkpoint เร็วขึ้นกว่าเดิมได้มากถึง 27เท่า[iv]และการกู้คืนฐานข้อมูลได้เร็วกว่าเดิมถึง 20 เท่า[v]  

 

ควบคุมงบประมาณได้ โดยจ่ายเงินตามการใช้งานจริง

ลูกค้าต้องการทางเลือกในการจ่ายเงินว่าจะจ่ายค่าโซลูชั่นด้านไอทีเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (operating expense) หรือการลงทุน (capital expense) รายเดือน ดังนั้น HPE จึงนำเสนอรูปแบบการชำระเงินด้านไอทีตามการใช้งานจริง ซึ่งมอบผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรมที่ลูกค้าต้องการ ทำให้สามารถจัดการกระแสเงินสดได้ดีขึ้น ติดตั้งใช้งานได้เร็วขึ้น หรือประหยัดต้นทุนในการจัดการ HPE Flexible Capacity จะเปลี่ยนวิธีที่ลูกค้าใช้ไอทีให้สอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจที่แท้จริงโดยการจ่ายเฉพาะสิ่งที่ใช้และใช้งบเพิ่มเติมบางส่วนในการเพิ่มหรือลดขนาดการใช้งานได้ตามความต้องการ ทำให้ลูกค้าสามารถประหยัดเงินได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินมากกว่าการใช้งานจริง

 

เพื่อช่วยให้ลูกค้าปรับระบบไอทีให้เหมาะสมกับความต้องการทางธุรกิจ HPE พร้อมนำเสนอร 2 บริการใหม่:

·       บริการดูแลสมรรถนะขององค์กรโดย HPE (HPE Capacity Care Service) ทำให้บริษัทขนาดกลางสามารถควบคุมการใช้งานและบริหารสมรรถนะขององค์กรในการทำงาน เพื่อลดการจัดแบ่งทรัพยากรที่เกินจริงและเพิ่มระดับการใช้งาน

·       การประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการลงทุนด้านไอที (IT Investment Strategy Workshops) ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยองค์กรต่างๆ พัฒนากลยุทธ์การลงทุนด้านไอทีด้วยรูปแบบการระดมทุนที่สอดคล้องกับแผนการลงทุนด้านไอที

 

สตอเรจและการบริการต่างๆ ของ HPE ได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา

พร้อมสำหรับการขยายการใช้งาน ด้วยโซลูชั่นการประมวลผลประสิทธิภาพสูง

HPE ได้เปิดตัว โซลูชั่นประมวลผลสมรรถนะสูง (High Performance Computing HPC)  สุดล้ำอย่าง HPE Apollo 6000 Gen10 ใหม่ ซึ่งจะช่วยประมวลผลงานต่างๆ ให้เป็นข้อมูลเชิงลึกได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยลดความเสี่ยงต่อการโจมตีบนโลกไซเบอร์ และควบคุมงบประมาณในการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

 

HPE Apollo 6000 Gen10 เป็นแพลตฟอร์ม HPC ขนาดใหญ่ล้ำสมัยสำหรับองค์กรธุรกิจมาพร้อมกับระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ HPC โดยได้รับการออกแบบใหม่เพื่อมอบประสิทธิภาพในการใช้งานได้มากกว่า 300 teraflopต่อแร็ค รวมถึงมีประสิทธิภาพในการขยายการใช้งานแร็คที่ดียิ่งขึ้น และประสิทธิภาพด้านราคาที่โดดเด่น HPE Apollo 6000 Gen10 เป็นระบบ HPC ที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในโลกโดยใช้เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยตั้งแต่ฐานรากระดับซิลิคอน (silicon root of trust) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ สำหรับการป้องกันภัยคุกคามด้านความปลอดภัย ความสามารถใหม่ ๆ ในระบบนี้ ได้แก่ :

·        ความน่าเชื่อถือ ความสามารถในการเข้าถึงเพื่อใช้งาน การบริการ และความสามารถในการจัดการ ระดับชั้นนำในอุตสาหกรรม

·        ลดค่าความหน่วง (latency) และประสิทธิภาพของ IOPs ที่สูงขึ้น

·        ลดการใช้พลังงานและความต้องการในการทำความเย็น

 

บริษัทเคมีที่ชื่อ BASF เป็นหนึ่งในผู้ใช้ระบบ HPE Apollo 6000 Gen10 รายแรก ที่ได้ร่วมกันพัฒนาซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ และนำเทคโนโลยีของ HPE เข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำวิจัยทางเคมี โดยถือเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดที่ใช้ในการวิจัยทางเคมีในเชิงอุตสาหกรรม และช่วยให้บริษัท BASF สามารถลดเวลาในการจำลองและสร้างโมเดลทางคอมพิวเตอร์จากที่ต้องใช้เวลาหลายเดือนเหลือเพียงไม่กี่วัน ทำให้สามารถทำตลาดได้เร็วยิ่งขึ้น และลดต้นทุนได้เป็นอย่างยิ่ง

 

การวางจำหน่าย

เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen10 Server, HPE Synergy Compute Modules, HPE Converged System และ HPE Apollo 6000 Gen10 System รุ่นใหม่เริ่มวางจำหน่ายแล้ว

You may also like...