ชมงาน Smart City Summit & Expo 2018 ที่ไต้หวัน

Smart City Summit & Expo 2018 เป็นงานแสดงสินค้าและบริการระหว่างประเทศที่ครอบคลุมสำหรับอุตสาหกรรมสมาร์ทซิตี้ รวมไปถึงเป็นงานประชุมทางวิชาการและร่วมกันกำหนดมาตรฐานของเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้กับอุตสาหกรรมสมาร์ทซิตี้อีกด้วย โดยภายในงานนี้ก็ได้มีการจัดสัมนาและงานย่อ ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกสามงานด้วยกันคือ Smart Healthcare Expo ที่ว่าด้วยเรื่องของสุขภาพ, Intelligent Building Expo ระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ภายในอาคารรวมไปถึงพวกมาตรฐานความปลอดภัย และ “FuturE2D” Smart Education ที่ว่าด้วยเรื่องการศึกษา

ในงานนี้ก็ได้รับเกียรติจากท่านประธานาธิบดี “ไช่ อิงเหวิน” มาเป็นผู้กล่าวเปิดงาน กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน และแสดงวิสัยทัศน์ในงานครั้งนี้ ท่านเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของไต้หวันอีกด้วย โดยได้รับการเลือกตั้งมาในปี 2016

Intelligent Building Expo (IBE)

ในโซน IBE ก็จะเป็นเรื่องของอาคารบ้านเรือนที่ติดตั้งอุปกรณ์ระบบอัตโนมัติต่าง ๆ เข้าไปครับ ก็จะมีทั้งอุปกรณ์แบบพื้นฐานที่ทำงานตามลำพังด้วยตัวมันเองและอุปกรณ์ที่ทำงานแล้วเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายรวมไปถึงอุปกรณ์ที่ทำงานเป็นลักษณะของ IoT ก็มีไม่น้อยครับ แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นก็จะเป็นการต่อยอดจากระบบกล้องวงจรปิดที่เดิมบันทึกภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ เท่านั้น แต่ระบบใหม่นี้มีการนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ผู้คนด้วย เช่นจำนวนผู้คน อายุ เพศ พฤติกรรม ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะถูกนำมาเป็นฐานข้อมูลเพื่อนำมาใช้พัฒนาสำอำนวยความสะดวกพื้นฐานต่อผู้คนที่อยู่ภายในอาคารด้วยนั่นเอง

 

Smart Healthcare Expo (SHE)

SHE เป็นส่วนที่ได้รับความสนใจภายในงานมาก ๆ โดยเฉพาะคนระดับผู้บริหาร เพราะว่าเขาเหล่านี้เองก็ใกล้จะอยู่ในวัยที่ต้องดูแลรักษาสุขภาพกันเป็นพิเศษแล้วครับ สังคมโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อัตราการเกิดน้อย อัตราการตายก็ลดลง ปัญหาที่ตามมาก็คือทำอย่างไรจะดูแลผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการเจ็บป่วยของผู้คนก็คงจะอยู่ในแนวทางที่ควรจะป้องกันมากกว่าที่จะรักษา เพื่อลดค่าใช้จ่ายของรัฐในการดูแลสุขภาพของประชาชนส่วนใหญ่ เพราะไม่ว่าประเทศไหนจะพัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนาเรื่องสุขภาพของผู้คนล้วนเป็นปัญหาด้วยกันทั้งนั้น

ในส่วนของเทคโนโลยีด้านสุขภาพนั้นก็เป็นไปดังคาดครับ มีการนำเทคโนโลยีทางด้าน AI เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์หาสาเหตุของการเจ็บป่วย รวมไปถึงการเก็บข้อมูลของผู้คนในทุก ๆ วันเพื่อรายงานสุขภาพซึ่งจะทำให้คนตระหนักถึงการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น

 

FuturE2D Smart Education

โซนการศึกษาก็เป็นอีกหนึ่งโซนที่ได้รับความสนใจมากจากผู้เข้าร่วมงานทั่วไป และแน่นอนว่าถ้ามาจากภาคการศึกษาด้วยแล้วก็คงจะไม่พลาดโซนนี้แน่นอน และเรายังได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมต้นแบบของห้องเรียนที่อยู่ภายนอกการแสดงงานนี้อีกด้วย บอกได้เลยว่าเป็นอะไรที่ทันสมัยสุด ๆ จะช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ของผู้คนได้อย่างมากเลยทีเดียว รวมถึงมีระบบ AI ที่ช่วยวิเคราะห์สถานการณ์ในห้องเรียนได้อีกด้วย เช่นดูว่ามีจำนวนนักเรียกเท่าไหร่ มีกี่คนที่ีสนใจ มีใครแอบหลับ มีกี่คนที่มีปฏิสัมพันธ์ในระหว่างการสอนหรือการตั้งคำถาม รวมไปถึงเครื่องที่ช่วยฝึกสมาธิ ทำให้เราเข้าใจคำว่าสมาธิได้อย่างเป็นรูปธรรม ระบบการเรียนทางไกลที่เหมือนกับเรียนร่วมห้อง เป็นต้น

สมาร์ทซิตีั้ เมืองฉลาดชาติเจริญ ที่สำคัญคนต้องฉลาดด้วย

หลังจากได้เข้าร่วมชมงานในครั้งนี้เสร็จเรียบร้อยเราก็ลองมานั่งทบทวนดูว่าเป้าหมายการจัดงานในครั้งนี้

ก็คือ เป็นความพยายามอีกครั้งของรัฐบาลไต้หวันที่จะสร้างตัวเองเป็นจุดศุนย์กลางในเรื่องเทคโนโลยีทางด้านสมาร์ทซิตี้ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากอุตสาหกรรมไอทีที่ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้นำของโลก เพราะเบื่องหลังของการที่จะเป็นสมาร์ทซิตี้ได้ถ้าไม่นับรวมพวกซอฟต์แวร์และการจัดการต่าง ๆ สิ่งที่ต้องมีและจับต้องได้ก็คือก็จำเป็นต้องอาศัยฮาร์ดแวร์จำนวนมหาศาลซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความได้เปรียบของทางไต้หวันเองอยู่แล้ว และเป็นการชิงภาพลักษณะและตั้งตัวเป็นศูนย์กลางในการติดต่อระหว่างผู้ที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสมาร์ทซิตี้

อย่างไรก็ตามการจัดงานของรัฐบาลไต้หวันในครั้งนี้ก็เป็นเรื่องดีครับเพราะว่ามีส่วนช่วยกระตุ้นให้ประเทศและเมืองใหญ่ในอาเซียนได้เริ่มตระหนักถึงเรื่องมาตรฐานการทำงานและทิศทางของเทคโนโลยีที่จะถูกนำมาใช้ในสมาร์ทซิตี้ เราได้พบกับกลุ่มตัวแทนของรัฐบาลที่ได้เข้ามาประชมในครั้งนี้และพบว่าทุกเมืองทุกประเทศต่างมีเป้าหมายในการสร้างสมาร์ทซิตี้ให้เกิดขึ้นให้ได้ โดยเฉพาะเมื่อโลกของเรากำลังเข้าสู่ยุคของผู้สูงอายุครองเมือง เทคโนโลยีต่าง ๆ ของสมาร์ทซิตี้จะเข้ามาตอบโจทย์เรื่องเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงผู้พิการทางด้านร่างกายก็จะได้ประโยชน์อย่างมากจากระบบของสมาร์ทซิตี้ที่เกิดขึ้น (ตามทฤษฏี) เป็นการช่วยยกระดับการใช้ชีวิตของผู้คนให้มีความสุขสบาย ความปลอดภัยในการใช้ชีวิตได้ดียิ่งขึ้นครับ

อีกด้านหนึ่งเรื่องสมาร์ทซิตี้ก็ถูกมองว่าเป็นเรื่องที่เกินความจำเป็นในการดำรงชีวิตของมนุษย์ด้วยเช่นกัน หลายคนก็มองว่าเราจะมีบ้านเมืองที่ทันสมัยทุกสิ่งสมาร์ทไปเพื่ออะไรในขณะที่คนอีกกลุ่มในประเทศยังอยู่ในสถานะที่ยากลำบาก ความไม่เท่าเทียมในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ควรจะถูกแก้ไขให้ดีขึ้นก่อนที่จะไปถึงเรื่องของความทันสมัยในเมืองฉลาด แน่นอนมีคนบอกว่าเราสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยการศึกษาที่ดี แต่ในหลาย ๆ ประเทศการศึกษาที่ดีก็ยังเป็นสิ่งที่ขาดแคลนและยังไม่ความไม่เท่าเทียมกันอยู่ดี ซึ่งประเด็นนี้ทางรัฐบาลไต้หวันเองก็ได้ให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษจึงได้จัดงาน “FuturE2D” Smart Education ขึ้นมาคู่ไปกับงานนี้และเป็นสิ่งที่ตัวแทนจากรัฐบาลต่าง ๆ ให้ความสนใจอย่างมาก

ฟังดูแล้วมันก็จะเหมือน ๆ กับหลายปัญหานั่นแหละครับ คือถ้าจะรอให้ทุกอย่างพร้อมแล้วค่อยเริ่มก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เราจีิงได้เห็นหลายรัฐบาลได้เริ่มดำเนินการในเรื่องสมาร์ทซิตี้กันบ้างแล้ว โดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้วถือว่ามีความก้าวหน้าไปมาก สำหรับในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาก็มีความเห็นตรงกันว่าการจะทำสมาร์ทซิตี้ให้ประสบความสำเร็จได้นั้นสิ่งที่สำคัญก็คือต้องกลับมาสร้างระบบการศึกษากันใหม่ ไม่เพียงแต่เป็นการศึกษาในระบบที่เราคุ้ยเคยกันเท่านั้น แต่ยังต้องมาสร้างระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็เคยถูกยกมาเป็นประเด็นก่อนจะมีเรื่องของสมาร์ทซิตี้อีกครับ (โดยเฉพาะในบ้านเรา) มันก็จะวนกันไปอยู่อย่างนี้จริง ๆ

ในท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าประเทศของเราจะพร้อมหรือไม่แต่โลกในอีกด้านหนึ่งที่มีความพร้อมเขาได้เริ่มกันแล้ว และเราเองก็คงจะต้องเริ่มไม่ทางใดก็ทางหนึ่งแม้จะไม่พร้อมทุกด้าน สิ่งใดที่ทำได้ก็ต้องลงมือทำกันในทันที ไม่เช่นนั้นเราคงจะต้องเสียโอกาสดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอนครับ

ป.ล. งานนี้เห็นคนของหน่วยงานรัฐบาลไทยเดินทางมาร่วมงานด้วย หวังว่าคงจะได้อะไรกลับมาเป็นประโยชน์กับประเทศบ้างนะครับ (อย่าไปจำแต่ของกินที่ไนท์มาร์เก็ตหล่ะ แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ)

You may also like...