ทดสอบประสิทธิภาพ AMD Ryzen 3 1300X ซีพียู “Zen Core” รุ่นเล็กที่หลายคนรอคอย

ในที่สุดก็คือเวลาที่แฟน ๆ ของเอเอ็มรอคอยแล้วนะครับ นั่นก็คือการเปิดตัวซีพียู Ryzen 3 ซึ่งเป็นซีพียูรุ่นเล็กสุดที่ใช้สถาปัตยกรรม Zen Core ที่มีการเปิดตัวกันมาตั้งแต่ช่วงต้นปี และก็มีซีพียูรุ่นใหญ่อย่าง Ryzen 7 และ Ryzen 5 ลงตลาดไปก่อนแล้ว แต่ซีพียู Ryzen 7 และ Ryzen 5 ในช่วงแรกก็เจอกับอุปสรรค์เรื่องของหน่วยความจำไปพักใหญ่ ๆ และเพิ่งจะมาตั้งหลักอีกครั้งได้ไม่นานมานี้ ส่วน Ryzen 3 ที่เป็นน้องเล็กจะเจอปัญหาแบบเดียวกันอีกหรือไม่ ไปติดตามได้จากการทดสอบเลยครับ

เปรียบเทียบสเปคและราคาของซีพียู Ryzen

การเปิดตัวซีพียู Ryzen 3 1300X และ Ryzen 3 1200 ในวันนี้ทำให้เอเอ็มดีมีซีพียู Ryzen ที่ใช้สถาปัตยกรรม “Zen Core” ลงในตลาดแล้วทั้งหมด 9 รุ่น และถ้าดูจากช่วงราคาของซีพียูรุ่นต่าง ๆ แล้วก็คือว่าจัดมาได้ค่อนข้างลงตัวครับ สำหรับราคาเป็นเงินไทยนั้น

  • Ryzen 3 1300X วางจำหน่ายในราคา 4,990 บาท
  • Ryzen 3 1200 วางจำหน่ายในราคา 3,990 บาท

ถ้าคิดเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนรวมกับภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วก็คือว่าราคาอยู่ในเกณฑ์ดีครับ

ทดสอบหน่วยความจำ

ก่อนที่จะไปทดสอบเปรียบเทียบประสิทธิภาพของซีพียู Ryzen 3 กับซีพียู Ryzen รุ่นอื่น ๆ เรามาดูการทดสอบเรื่องของหน่วยความจำกันก่อนดีกว่าครับเพื่อความสบายใจของใครหลายคนเพราะยังคงไม่มันใจกับหน่วยความจำของซีพียู Ryzen มานัก

ตอนนี้ทั้ง AMD และผู้ผลิตเมนบอร์ดค่ายต่าง ๆ รวมถึง ASUS ที่เราจะใช้ทดสอบกันในครั้งนี้ด้วยก็ได้ร่วมมือกันพัฒนาแก้ไขไบออสเพื่อให้รองรับการใช้งานของหน่วยความจำต่าง ๆ ได้ดีขึ้นกว่าเดิมมากแล้วครับ สามารถที่จะรองรับหน่วยความจำที่มีความเร็วเกินระดับ 3000MHz+ ขึ้นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น ในการทดสอบเรื่องหน่วยความจำนี้เราได้ใช้ซีพียู Ryzen 3 1300X ทำงานร่วมกับเมนบอร์ด ASUS ROG STIRX X370F-GAMING พร้อมด้วยหน่วยความจำ Apacer Blade Fire DDR4 XMP 3200 ความจุ 8GB จำนวนสองโมดูล กราฟิกการ์ด GTX 1060 6GB Founder Edition

การทดสอบยกแรกว่าด้วยเรื่องของหน่วยความจำก็คงจะทำให้ผู้ที่ยังลังเล และสงสัยเรื่องหน่วยความจำคลายความกังวลลงไปได้บ้างแล้วนะครับเพราะการทดสอบของเราก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถทำงานกับหน่วยความจำ DDR4 ตั้งแต่ความเร็ว 2133MHz ได้ขึ้นไปจนถึงระดับ 3200MHz ซึ่งเป็นค่า XMP สูงสุดของหน่วยความจำรุ่นนี้ และด้วยความสามารถของเมนบอร์ด ROG STRIX X370F-GAMING ก็ยังทำให้เราโอเวอร์คล็อกหน่วยความจำรุ่นนี้ให้ไปทำงานที่ความเร็วระดับ 3333MHz ได้อีกต่างหาก หรือถ้าจะอัดกันแบบสุด ๆ โดยไม่สนใจเรื่องค่า Timing ว่าจะมีผลต่อประสิทธิภาพมากน้อยขนาดไหนก็สามารถอัดไปได้ถึง 3466MHz กันเลยทีเดียว อันนี้ก็ต้องขอชมทั้งเมนบอร์ด ASUS ที่ได้กล่าวไปแล้วและหน่วยความจำ Apacer Blade Fire DDR4 ที่ใช้ในครั้งนี้ด้วย


สำหรับความเห็นของเราถ้าใครวางแผนประกอบเครื่องช่วยนี้ก็ต้องทำใจกับราคาของหน่วยความจำกันสักนิดนะครับเพราะว่าแพงเหลือเกิน เนื่องจากความต้องการชิปหน่วยความจำในตลาดโลกนั้นมีมาก แต่กำลังการผลิตนั้นมีน้อยจึงทำให้มีราคาที่ค่อนข้างแพง สำหรับความเห็นของเราด้วยราคาที่สูงขนาดนี้เราคิดว่าการเลือกใช้หน่วยความจำ DDR4-2133MHz หรือ DDR4-2400MHz ก็ให้ประสิทธิภาพในการทำงานและเล่นเกมได้ดีอยู่แล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าความเร็วของหน่วยความจำก็คือขนาดความจุของหน่วยความจำที่เลือกใช้ครับ เราคิดว่าขั้นต่ำสำหรับการใช้งานหรือการเล่นเกมในทุกวันนี้ควรจะมีอย่างน้อย 8GB ครับ จึงจะเหมาะสมโดยเฉพาะการเล่นเกมนั้นหน่วยความจำขนาด 8GB นี้ถือว่าเป็นมาตรฐานของตอนนี้แล้วครับ

ตอนนี้ก็ได้เวลาไปเปรียบเทียบประสิทธิภาพของซีพียูกันแล้วนะครับ และในการทดสอบเรื่องซีพียูนี้เราก็จะมีการเปลี่ยนแปลงฮาร์ดแวร์อยู่เล็กน้อยตามรายละเอียดดังนี้

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ

  • CPU: AMD Ryzen 7 1700
  • CPU: AMD Ryzen 3 1300X
  • Mainboard: ASUS ROG STRIX  X370F-GAMING
  • RAM: Apacer Blade Fire DDR4-3200 @2400
  • Graphics Card: NVIDIA GeForce GTX 1080 (8GB)Founder Edition
  • SSD: Deva’s 120GB / SATA 6.0Gbps
  • HDD: WD Green 2TB / SATA 6.0Gbps
  • PSU: Antec High Current Pro 850W
  • Monitor: Philips V-Line 243V5 (1080p)

การทดสอบประสิทธิภาพซีพียู
อย่างที่ได้ทราบกันแล้วว่าซีพียู Ryzen 3 นั้นจะมีอยู่ด้วยกันสองรุ่นคือ Ryzen 3 1300X และ Ryzen 3 1200 ซึ่งความแตกต่างของซีพียูทั้งสองรุ่นนี้ก็คือเรื่องของความเร็วในการทำงาน และในการทดสอบนี้เราก็มีเพียง Ryzen 3 1300X เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น

สำหรับซีพียูอื่นที่เรานำมาทดสอบเปรียบเทียบในครั้งนี้ด้วยก็คือ Ryzen 7 1700 ซึ่งเป็นซีพียูแบบ 8 คอร์ 16 เธรด และในครั้งนี้เราต้องการทดสอบให้เห็นในภาพรวมด้วยว่าซีพียู Ryzen รุ่นอื่น ๆ ที่มีทั้งแบบ 6 คอร์ 12 เธรด และ 4 คอร์ 8 เธรด นั้นมีประสิทธิภาพในระดับใดเมื่อเทียบกับ Ryzen 3 ที่เราจะทดสอบกันในครั้งนี้ เราจึงได้นำซีพียู Ryzen 7 มาทำการโอเวอร์คล็อกให้ทำงานที่ความเร็ว 3.75GHz ตลอดการทดสอบ และทดลองใช้งานซีพียูทั้งในแบบ 8 คอร์ 16 เธรด, 6 คอร์ 12 เธรด และ 4 คอร์ 8 เธรด เพื่อจะได้นำไปเปรียบเทียบกับ Ryzen 3 1300X ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ส่วนการเปรียบเทียบกับซีพียูทางฝั่งอินเทลนั้น เราก็กำลังทดสอบอยู่ครับ และจะนำผลการทดสอบมาเปรียบกันอีกครั้งในการทดสอบครั้งต่อไปครับ

หน่วยความจำเราปรับลดลงมาที่ระดับ 2400MHz ให้มีความใกล้เคียงกันกับหน่วยความจำที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้งาน คุณผู้อ่านจะได้มองเห็นประสิทธิภาพจริง ๆ ในการใช้งานได้มากยิ่งขึ้นส่วนคนที่วางแผนว่าจะใช้หน่วยความจำความเร็วสูงกว่านี้ก็สามารถคาดการณ์ได้เองว่าจะได้ประสิทธิภาพสูงว่าชุดที่เราทดสอบด้วยครับ

กราฟิกการ์ดที่เรานำมาใช้ในการทดสอบครั้งนี้ก็คือ NVIDIA GeForce GTX 1080 Founder Edition ซึ่งเป็นการ์ดมาตรฐานที่เราได้รับมาจากทาง NVIDIA โดยตรงครับ ที่เราใช้กราฟิกการ์ดรุ่นนี้ก็เพื่อที่จะได้ดูว่าประสิทธิภาพของซีพียูรุ่นเล็กอย่าง Ryzen 3 ที่เป็นซีพียูแบบ 4 คอร์ 4 เธรด นั้นจะมีความสามารถในการทำงานร่วมกับกราฟิกการ์ดประสิทธิภาพสูงได้ดีมากน้อยขนาดไหนเมื่อเทียบกับซีพียูที่มีคอร์มากกว่าเธรดมากกว่า

ผลการทดสอบด้วย AIDA64 GPGPU

การทดสอบด้วย AIDA64 GPGPU นั้นจริง ๆ แล้วจะใช้ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานในการประมวลผลทั่วไปด้วยกราฟิกชิปเป็นหลักครับ แต่ทางผู้พัฒนาก็ได้พัฒนาชุดการทดสอบด้วยการทำงานแบบเดียวกันเพียงแต่รูปแบบชุดคำสั่งต่าง ๆ นั้นจะเป็นชุดคำสั่งแบบ x86 ไม่ได้เป็น OpenCL เหมือนที่ใช้ทดสอบในกราฟิกชิปครับ เราก็เลยนำผลการทดสอบในหัวข้อของ CPU มาใช้เปรียบเทียบการทำงานได้ครับ และในกราฟผลการทดสอบเราเลือกหัวข้อ Single-Precision Julia และ Double-Precision Mandel มาเปรียบเทียบให้เห็นกันอย่างชัดเจนครับ


การทดสอบต่าง ๆ ของ AIDA64 ก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าซีพียูที่มีจำนวนคอร์มากกว่าเธรดมากกว่าจะให้ประสิทธิภาพในกาทำงานที่ดีกว่าอย่างชัดเจน เพราะโปรแกรมนี้เขียนมาเพื่อวัดประสิทธิภาพจากตัวซีพียูเป็นหลัก

 

ผลการทดสอบด้วย Realbench

Realbench เป็นโปรแกรมที่ใช้ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของฮาร์ดแวร์โดยรวมของระบบได้เป็นอย่างดี โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมแบบ Open Source แต่ล่าสุดทาง ASUS ได้เขามาเป็นผู้สนับสนุนหลักในการพัฒนา และเราก็สามารถใช้โปรแกรมนี้ทดสอบร่วมกับเมนบอร์ดหรือฮาร์ดแวร์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ของ ASUS ได้เช่นกันครับ โดยมีความน่าเชื่อถือในผลการทดสอบได้ 100% แต่สิ่งที่ ASUS ได้จากการสนับสนุนก็คือไฟล์งานที่โปรแกรมนี้ใช้ทดสอบก็จะเป็นไฟล์ที่มีรูปภาพและวิดีโอผลิตภัณฑ์ของ ASUS เท่านั้นเองครับ โปรแกรมนี้จะทดสอบการทำงานอยู่ 4 เรื่องหลัก ๆ คือ Image Edition, Encoding, OpenCL และ Multitasking

ในการทดสอบนั้นเราจะเห็นได้ว่าคะแนนการทดสอบในสามหัวข้อหลัก ๆ คือ Image Edition, Encoding และ Multitasking นั้น ซีพียูที่มีคอร์เธรดมากกว่าก็ทำคะแนนนำไปอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วน OpenCL ที่มีความใกล้เคียงกันก็เพราะว่าประสิทธิภาพหลัก ๆ จะมาจากกราฟิกการ์ดครับ และการทดสอบของเราก็ใช้กราฟิกการ์ดตัวเดียวกันดังนั้นประสิทธิภาพของซีพียูจึงส่งผลต่อการทดสอบในหัวข้อนี้ค่อนข้างน้อย

ผลการทดสอบด้วย HEVC

โปรแกรมทดสอบประสิทธิภาพการถอดรหัสไฟลวิดีโอโดยใช้มาตรฐาน H.265 โปรแกรมนี้จะทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของซีพียูโดยตรง ซึ่งซีพียูที่มีคอร์มีเธรดมากก็จะทำคะแนนได้ดีในการทดสอบนี้ครับ และผลการทดสอบก็เป็นดังคาดครับซีพียูที่มีคอร์มากกว่าเธรดมากกว่าก็ทำคะแนนได้ดีกว่าโดยไม่มีข้อสงสัย

ผลการทดสอบด้วย 7Zip

โปรแกรม 7Zip นี้หน้าที่หลัก ๆ ก็จะเหมือนกับโปรแกรม WinZip และ WinRAR ที่หลายคนคุ้นเคยกันดีครับ คือเป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับบีบอัดข้อมูล ซึ่งการทำงานของโปรแกรมในลักษณะนี้คือการใช้สมการทางด้านคณิตศาสตร์มาช่วยในการลดขนาดของข้อมูลและประสิทธิภาพในการทำงานของซีพียู และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่แสดงให้เห็นว่าจำนวนคอร์และเธรดมีความสำคัญมาก

ผลการทดสอบด้วย Cinebench R15

Cinebench R15 คือหนึ่งในโปรแกรมที่ AMD ใช้ในการวัดประสิทธิภาพในการทำงานของซีพียูมาตั้งแต่ช่วงการเปิดตัวสถาปัตยกรรม Zen Core ในครั้งแรก โปรแกรมนี้ก็จะวัดประสิทธิภาพในการทำงานที่ค่อนข้างสมจริงเพราะนี่คือการจำลองการทำงานจากของจริงลงมาโดยตรง และผู้พัฒนา Cinebench เองก็อยู่ในแวดวงกราฟิกชั้นนำอยู่แล้ว การทดสอบนี้จะใช้ผลการทดสอบสองส่วนคือประสิทธิภาพในการทำงานแบบ Single Core ในการเรนเดอร์กราฟิก และประสิทธิภาพในการทำงานแบบ Multi-Core ในการเรนเดอร์กราฟิก

จากคะแนนการทดสอบเราก็จะเห็นได้ว่าคะแนนแบบ Single Core นั้นซีพียูที่จำลองมาจาก Ryzen 7 1700 นั้นจะมีคะแนนที่ใกล้กันมากเพราะมันคือซีพียูตัวเดียวกันเลย แต่พอมาทดสอบในหัวข้อ Multi-Core ก็จะเห็นความแตกต่างของประสิทธิภาพได้อย่างชัดเจน

 

ผลการทดสอบด้วย 3DMark Fire Strike

ผลการทดสอบด้วย 3DMark Time Spy

ผลการทดสอบด้วย GTA V

ผลการทดสอบด้วย For Honor

ผลการทดสอบด้วย Tomb Rider (DX11)
ผลการทดสอบด้วย Deus Ex: Mankind Divided (DX11)

สรุปผลทดสอบด้านเกม

เราขอผู้แบบรวมไปเลยก็แล้วกันนะครับ เราจะเห็นได้ว่า Ryzen 3 1300X ที่เป็นซีพียูแบบ 4 คอร์ 4 เธรด นั้นสามารถที่รองรับกราฟิกการ์ดรุ่นสูง ๆ อย่าง GTX 1080 ได้อย่างไม่มีปัญหาเลยครับ และเราจะเห็นได้ว่าการทดสอบด้วยเกมต่าง ๆ  นั้นเฟรมเรตที่ได้ถือว่าไม่แตกต่างกันมากนัก เมื่อเทียบกับจำนวนคอร์และเธรดที่อยู่ภายในซีพียู กราฟในส่วนของ Tomb Rider อาจจะดูแปลก ๆ หน่อยว่าซีพียูแบบ 6 คอร์ 12 เธรด ทำคะแนนได้ดีกว่าซีพียูอื่น ๆ มากเหลือเกิน แต่ถ้าไปเจาะดูตัวเลขจริง ๆ ก็จะเห็นว่าห่างกันไม่กี่เฟรมเท่านั้นครับ

จากผลการทดสอบทั้งหมดนี้เราจะเห็นได้ว่า Ryzen 3 1300X นั้นให้ประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้อย่างดีมาก ๆ ครับ แม้ว่าจะเป็นเพียงซีพียูแบบ 4 คอร์ 4 เธรด ก็ตาม และด้วยราคาที่ 4990 บาท สำหรับ Ryzen 3 1300X และราคา 3990 บาท สำหรับ Ryzen 3 1200 นี้ก็จะทำให้คนที่มีงบประมาณไม่มากนักสามารถมีพีซีสำหรับการเล่นเกมและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในราคาที่คุ้มค่ามาก ๆ ครับ

สำหรับการทดสอบในวันนี้ก็คงต้องขอยุติไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ แต่ว่าเรายังคงมีการทดสอบประสิทธิภาพของ Ryzen 3 1300X และเราจะจำลองการทำงานของ Ryzen 3 1200 ขึ้นมาเพื่อเปรียบเทียบให้คุณผู้อ่านได้เห็นกันอีกครั้งเพื่อเทียบความคุ้มค่า สำหรับตอนนี้สวัสดีครับ

 

อัปเดตเพิ่มเติม เรื่องโอเวอร์คล็อก

ช่วงที่เราทดสอบนี้เราสามารถโอเวอร์คล็อกให้ไปทำงานได้ที่ 4.0-4.1GHz ที่ 4.2GHz เข้าได้ถึง Logo Windows แล้วก็ดับไปครับ เดี๋ยวมีเวลาเราก็จะทดสอบเรื่องนี้จริงจังอีกครั้งแล้วนำมารายงานให้ทราบครับ

 

You may also like...