Ryzen 3 1300X ใช้แรมความเร็วเท่าไรดี

ตอนนี้ซีพียู AMD Ryzen 3 ทั้งรุ่น 1200 และ 1300X ก็ลงสู่ตลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้วคนที่ชอบความแรงแบบสุด ๆ และไม่ติดขัดเรื่องงบก็มุ่งหน้าไป Ryzen 3 1300X ส่วนใครที่งบน้อยลงมาก็สามารถคบหากับ Ryzen 3 1200 ได้เช่นกัน และหนึ่งในคำถามที่ตามมาอีกก็คือจะเลือกใช้ความเร็วของหน่วยความจำ เท่าไหร่ดี เพราะตอนนี้ราคาแรมแพงเหลือเกิน เราก็เลยลองทดสอบหน่วยความจำที่เรามีอยู่ที่สามารถทำงานได้ตั้งแต่ความเร็วระดับ 2133MHz ไปจนถึงระดับ 3333MHz มาเปรียบเทียบดูว่าจะได้ผลเป็นอย่างไร

หลายคนคงเคยได้ยินมาบ้างว่าหนึ่งในคุณสมบัติที่น่าสนใจของซีพียูในตระกูล Ryzen นี้ก็คือการเชื่อมต่อทั้งภายในและภายนอกของซีพียูที่เรียกว่า “Infinity Fabric” และถ้าเราไปดูในโครงสร้างภายในของซีพียูเราก็จะพบว่าความเร็วของ Infinity Fabric นี้จะมีผลโดยตรงต่อการทำงานภายในของซีพียูที่ใช้สถาปัตยกรรม “Zen Core” ไม่ว่าจะเป็นซีพียู Ryzen 3/5/7, Threadripper และ EPYC (เดี๋ยววันหลังจะมาอธิบายเรื่อง Infonity Fabric ให้อ่านกันอีกครั้ง)

เมื่อความเร็วของหน่วยความจำมีผลต่อความเร็วในการทำงานของซีพียูด้วยก็เลยมีคำถามว่าแล้วจะซื้อหน่วยความจำความเร็วเท่าไหร่มาใช้งานร่วมกับ Ryzen 3 ดี เราก็เลยทำการทดสอบการทำงานของ Ryzen 3 ร่วมกับหน่วยความจำ DDR4 ที่ความเร็วต่าง ๆ มาให้ดูครับ โดยสเปคที่ใช้ในการทดสอบก็มีรายละเอียดดังนี้ครับ

หน่วยความจำที่ใช้ในการทดสอบ

ทำความเข้าใจก่อนการทดสอบ

การทดสอบในครั้งนี้เราใช้หน่วยความจำ DDR4 จาก Apacer รุ่น Blade Fire ที่รองรับความเร็วสูงสุดที่ 3200MH (XMP) ส่วนค่าความเร็วมาตรฐานต่ำสุดอยู่ที่ 2133MHz ดังนั้นการทดสอบในครั้งนี้จึงเป็นการใช้หน่วยความจำเพียงรุ่นเดียวแล้วลองปรับค่าความเร็วไปที่ระดับต่าง ๆ ได้แก่ 2133MHz, 2400MHz, 3200MHz และ 3333MHz ตามลำดับ

หลายคนอาจจะสงสัยทำไมไม่ลองที่ความเร็ว 2666MHz, 2800MHz และ 3000MHz ด้วย คำตอบก็คือลองแล้วครับแต่ว่าเราไม่คอยเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนมากนักเมื่อเพิ่มความเร็วจาก 2400MHz มาเป็น 2666MHz และ 2800MHz เราก็เลยกระโดดจาก 2400MHz และข้าม 3000MHz ไปเป็น 3200MHz และ 3333MHz แทน ส่วนการทดสอบที่ความเร็ว 2133MHz และ 2400MHz ก็เพราะเป็นความเร็วที่หน่วยความจำ DDR4 ส่วนใหญ่รองรับและเป็นรุ่นที่มีราคาไม่สูงจนเกินไป และดูเหมาะสมกับซีพียู Ryzen 3 1200 และ 1300X ที่เป็นซีพียูแบบ 4 คอร์ 4 เธรด

ตารางผลการทดสอบโดยรวม

ตารางผลการทดสอบซีพียู Ryzen 3 1300X ร่วมกับ DDR4 แบบ Dual-Channel (8GBx2) ที่ความเร็ว 2133MHz, 2400MHz, 3200MHz และ 3333MHz

 

ผลการทดสอบด้วย AIDA64 x64 CPU Memory Benchmark:

AIDA64 x64 CPU Memory Benchmark เป็นการทดสอบประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลของหน่วยความจำโดยตรง ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงความเร็วของหน่วยความจำจะส่งผลต่อความเร็วในการทำงานในส่วนนี้โดยตรงอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามการทดสอบที่ความเร็ว 3333MHz ในช่วงของ Memory Copy จะเห็นได้ว่าทำคะแนนได้น้อยกว่าที่ความเร็ว 3200MHz ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของ Timing ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการทำงานในบางรูปแบบได้

 

ผลการทดสอบด้วย AIDA64 x64 CPU:

กราฟจากการทดสอบ AIDA64 x64 CPU นี้มาจากการทดสอบสองหัวข้อคือ Single-Precision Julia และ Double-Precision Mandel ซึ่งเป็นการสร้างภาพกราฟิกรูปทรงที่มีความซับซ้อนจากสูตรคณิตศาสตร์ จะเห็นได้ความว่าเร็วของหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นนั้นแทบจะไม่มีผลต่อประสิทธิภาพในการคำนวณเลย

 

ผลการทดสอบด้วย RealBench R2.44:

RealBench โปรแกรมทดสอบการทำงานของคอมพิวเตอร์ทั้งระบบด้วยการจำลองการทำงานของแอปพลิเคชันที่ใช้งานจริง ประกอบไปด้วยการทดสอบเกี่ยวกับการตกแต่งภาพ (Imagine Edition) การทดสอบเรื่องการเข้ารหัสไฟล์วิดีโอหรือการแปลงไฟล์วิดีโอนั่นเอง (Encoding) การทดสอบกราฟิกด้านOpenCL (การทดสอบนี้จะใช้กราฟิกชิปเป็นหลัก) และการทดสอบสุดท้ายคือการทดสอบด้วยการใช้งานหลายแอปพลิเคชันพร้อมกัน (Heavy Multitasking)

ผลการทดสอบที่ได้ก็จะเห็นได้ว่าเมื่อเราเพิ่มความเร็วให้มากขึ้นประสิทธิภาพในการทำงานโดยรวมของทุกการทดสอบจะเพิ่มขึ้นทั้งหมด จะมีเพียงการทดสอบเดียวก็คือ Encoding ที่ความเร็ว 3333MHz ทำงานได้ช้ากว่าที่ความเร็ว 3200MHz แต่ความเร็วในการทดสอบอื่น ๆ ก็ดีกว่า ทำให้คะแนนรวมของแรมความเร็ว 3333MHz ยังคงสูงกว่าที่ความเร็ว 3200MHz และที่น่าสนใจคือความเร็วด้าน OpenCL นั้นให้คะแนนที่เท่ากันทุกความเร็ว เพราะการทำงานทั้งหมดเกิดขึ้นในตัวของกราฟิกการ์ดนั่นเองครับ

 

ผลการทดสอบด้วย HEVC (Video Decoder):

โปรแกรม HEVC เป็นการทดสอบประสิทธิภาพของซีพียูด้วยการถอดรหัสไฟล์วิดีโอด้วยความละเอียดในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ความละเอียดต่ำไปจนถึงความละเอียดสูงในระดับ 4K การทำงานของโปรแกรมนี้จะใช้การประมวลผลของซีพียูเป็นหลัก ระยะเวลาในการทำงานที่น้อยกว่าจะแสดงถึงประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีกว่า

ผลการทดสอบของ HEVC นั้นก็ออกมาค่อนข้างชัดเจนว่าเมื่อความเร็วในการทำงานของหน่วยความจำเพิ่มขึ้นก็ทำให้ประสิทธิภาพในการถอดรหัสไฟล์วิดีโอทำได้อย่างรวดเร็วขึ้น

 

ผลการทดสอบด้วย 7-Zip (64bit):

7-Zip เป็นโปรแกรมสำหรับการบีบอัดขนาดของไฟล์ชนิดต่าง ๆ ให้เล็กลง เช่นเดียวกันกับโปรแกรม WinZip และ WinRAR แต่ว่า 7-Zip นั้นเป็นโปรแกรมแบบโอเพ่นซอร์สที่ให้เราใช้งานได้แบบฟรี ๆ และสามารถทำงานร่วมกับไฟล์ .ZIP และ .RAR ได้ การทำงานของ 7-Zip ก็จะใช้ซีพียูในการประมวลผลข้อมูลเป็นหลัก โดยเฉพาะถ้าเป็นซีพียูที่มีคอร์มากและมีเธรดมากก็จะช่วยให้การบีบอัดและคืนขนาดของข้อมูลทำได้อย่างรวดเร็ว ส่วนโหมด Benchmark ของ 7Zip นั้นเป็นการจำลองการประมวลผลในการบีบอัดข้อมูลโดยหน่วยของการประมวลผลที่วัดได้จะออกมาเป็น MIPS (Million Instructions Per Second) หรือจำนวนล้านชุดคำสั่งที่ทำงานได้ต่อวินาที

สำหรับในการทดสอบของเราเมื่อเพิ่มความเร็วในการทำงานของหน่วยความจำให้มากขึ้นความเร็วในการประมวลผลของซีพียูก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนอีกครั้งครับ จะมีก็เพียงเมื่อเพิ่มความเร็วเป็น 3333MHz ความเร็วในการทำงานก็ลดลงได้คะแนนน้อยกว่าที่ความเร็ว 3200MHz ซึ่งก็คาดว่าเป็นเพราะค่า Timing ที่เปลี่ยนไปนั่นเองครับ หน่วยความจำรุ่นที่เราทดสอบนี้จะให้ประสิทธิภาพที่ดีและเสถียรภาพสูงที่ 3200MHz ซึ่งเป็นค่า XMP ของหน่วยความจำรุ่นนี้นั่นเองครับ แต่ถ้าต้องการเพิ่มเสถียรภาพในการทำงานที่ความเร็ว 3333MHz ก็ต้องมาปรับแต่งค่า Timing ของหน่วยความจำใน BIOS ครับ

 

ผลการทดสอบด้วย CINEBENCH R15:

CINEBENCH R15 เป็นการจำลองการทำงานของโปรแกรมสำหรับการเรนเดอร์ภาพกราฟิกที่ใช้ประสิทธิภาพในการทำงานของซีพียูโดยตรง และในการทดสอบนี้เราก็ได้ใช้คะแนนการทดสอบมาสองส่วนคือการทดสอบแบบ Multi-Core และการทดสอบแบบ Single-Core โดยการทดสอบแบบ Multi-Core นั้นเป็นการวัดประสิทธิภาพโดยรวมของซีพียูเพราะมีการใช้งานทั้งคอร์และเธรดของซีพียูครบทุกคอร์ทุกเธรดในขณะการทดสอบแบบ Single-Core นั้นจะทดสอบเพียงเธรดเดียวแม้ว่าซีพียูรุ่นนั้นใน 1 คอร์จะรองรับ 2 เธรดก็ตาม

การทดสอบด้วย CINEBENCH R15 ผลการทดสอบที่ได้ก็จะคล้าย ๆ กับการทดสอบด้วย 7-Zip ครับ คือความเร็วเพิ่มขึ้น แต่เมื่อเพิ่มความเร็วของหน่วยความจำไปที่ 3333MHz กลับได้ผลคะแนนที่น้อยลงด้วยเหตุผลเดียวกันทั้งในส่วนของ Multi-Core และ Single-Core

 

ผลการทดสอบด้วย 3DMark (Time Spy):

สำหรับการทดสอบด้วย 3DMark เราเลือกใช้การทดสอบในหัวข้อ Time Spy ซึ่งเป็นการใช้งานกราฟิกในโหมดของ DirectX 12 ส่วนคะแนนการทดสอบเราก็เลือกในส่วนของ Time Spy Score ซึ่งเป็นคะแนนรวม และ CPU Score ที่เป็นการวัดประสิทธิภาพเฉพาะตัวซีพียูเพียงอย่างเดียวมาเปรียบเทียบกันครับ

ในการทดสอบด้วย Time Spy นั้นก็ไม่มีข้อกังขาใด ๆ ครับ เมื่อเพิ่มความเร็วของหน่วยความจำความเร็วการทำงานของซีพียูก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วยอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นคะแนนรวม หรือคะแนนในส่วนของ CPU เพียงอย่างเดียว

 

ผลการทดสอบด้วยเกม GTA V (Pass4):

การทดสอบด้วย GTA V นั้นเราใช้โปรแกรม Benchmark ที่มาพร้อมกับตัวเกมในการวัดประสิทธิภาพครับ และเราได้เลือกใช้คะแนนในส่วนของ Pass 4 ซึ่งเป็นฉากสุดท้ายของการทดสอบนั่นเอง การทดสอบครั้งนี้เราใช้ซีพียู Ryzen 3 1300X ทำงานร่วมกับกราฟิกการ์ด GTX 1080 Founder Edition เราจึงสามารถปรับรายละเอียดของภาพได้ในระดับสูงสุด ที่ความละเอียด Full HD

ผลการทดสอบด้วยเกม GTA V สร้างความแปลกใจให้เราพอสมควรครับเพราะว่าเฟรมเรตที่ได้ออกมานั้นแถบไม่แตกต่างกันเลย แสดงว่าซีพียูได้ปลอดปล่อยประสิทธิภาพของตัวเองหมดมาตั้งแต่การใช้หน่วยความจำที่ความเร็ว 2133MHz แล้ว ดังนั้นเมื่อเราเพิ่มความเร็วของหน่วยความจำไปเป็น 2400MHz, 3200MHz และ 3333MHz จึงแทบจะไม่เห็นความแตกต่างของเฟรมเรตเลย

 

ผลการทดสอบด้วย Rise of The Tomb Rider (DX12):

เกม Ruse of the Tomb Rider นั้นสามารถทำงานได้ทั้งโหมด DirectX 11 และโหมด DirectX 12 แต่ในการทดสอบวันนี้เราเลือกใช้ DX12 เพราะมันจะดึงประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างซีพียูและกราฟิกการ์ดออกมาได้ดีกว่าการใช้ DX11 เราทดสอบเกมนี้ที่ความละเอียด Full HD และรายละเอียดของภาพในระดับ High (ใช้ค่า preset ของเกม)

ผลการทดสอบของ Tomb Rider นั้นแตกต่างไปจากเกม GTA V มากครับ เพราะเมื่อเราเพิ่มความเร็วของหน่วยความจำให้มากขึ้นจำนวนเฟรมเรตที่ได้ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย และเมื่อเทียบเฟรมเรตของหน่วยความจำความเร็ว 2133MHz กับความเร็วที่ 3333MHz นั้น มีความแตกต่างกันถึง 10 เฟรมเลยทีเดียว นั่นแสดงว่าเกมนี้ต้องการประสิทธิภาพในการทำงานของซีพียูค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับ GTA V เพราะเมื่อประสิทธิภาพในการทำงานของซีพียูเปลี่ยนไปเฟรมเรตที่ได้ก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

 

สรุปผลการทดสอบ

ถ้าดูในภาพรวมก็ต้องบอกว่าเมื่อเราเพิ่มความเร็วให้กับหน่วยความจำที่ใช้ ความเร็วในการประมวผลของซีพียู Ryzen 3 1300X ก็เพิ่มขึ้นตามมาด้วย แต่ถ้ามาเจาะดูรายละเอียดในหลายการทดสอบก็จะพบว่าความเร็วที่เพิ่มขึ้นมานั้นมีเพียงเล็กน้อย หรือบางงานอาจจะไม่เพิ่มเลยอย่างเช่นการทดสอบด้วย Single-Precision Julia และ Double-Precision Mandel จากโปรแกรม AIDA64 หรือแม้กระทั่งการเล่นเกม GTA V เราก็จะเห็นได้ว่าจำนวนเฟรมเรตนั้นแถบไม่ต่างกันเลย แต่ในขณะเดียวกันเกม Tomb Rider กลับแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการเพิ่มความเร็วหน่วยความจำได้อย่างชัดเจนมาก…แล้วบทสรุปจะเป็นอย่างไร

หลังจากการสอบจบ เราก็ลองใช้งานและเล่นเกมในแบบที่ไม่ได้สนใจวัดเฟรมเรต หรือวัดคะแนนต่าง ๆ อยู่หลายวัน เราก็ไม่ได้รู้สึกว่าการใช้หน่วยความจำที่ความเร็ว 2133MHz กับความเร็ว 3200MHz (ตามค่า XMP) จะแตกต่างกันจนจับสังเกตได้ การเล่นเกมการทำงานยังคงให้ความรู้สึกที่เหมือนเดิมไม่แตกต่าง ทั้งนี้เอาจะเป็นเพราะว่า Ryzen 3 เป็นเพียงซีพียูแบบ 4 คอร์ เท่านั้นจึงไม่ได้สงผลต่อความรู้สึกในการใช้งานจริงเลย

เมื่อผลการทดสอบและผลการใช้งานออกมาในลักษณะนี้ ถ้าถามความเห็นของเราก็แนะนำว่าให้ใช้หน่วยความจำ DDR4 2400MHz ก็พอครับ และราคาก็ไม่ได้สูงกว่า DDR4 2133MHz ด้วย แล้วนำงบประมาณที่เหลือไปใส่ที่กราฟิกการ์ด หรือการเพิ่ม SSD แทนที่จะใช้หน่วยความจำความเร็วสูง ๆ จะดีกว่าครับ ส่วนหน่วยความจำขั้นต่ำสำหรับช่วงเวลานี้ก็ต้องต้องเริ่มกันที่ 8GB แล้วละครับ และถ้าใครวางแผนเผื่อที่จะอัปเกรดหน่วยความจำเป็น 16GB ในอนาคต ก็แนะนำว่าให้ซื้อหน่วยความจำแบบ 8GB มาติดตั้งครับ แม้ว่าการใช้งานหน่วยความจำเพียงโมดูเดียวทำให้เราได้แบนด์วิดหน่วยความจำน้อยลง แต่ในระยะยาวแล้วการหาหน่วยความจำสเปคเดียวกันมาเพิ่มอีก 1 แถว เป็นเรื่องง่ายการการหาหน่วยความจำแบบ 4GB สองตัวมาเพิ่มครับ เพราะแนวโน้มของหน่วยความจำ DDR4 จะเริ่ม้ต้นที่ 8GB ต่อหนึ่งแถวเป็นหลักนั่นเองครับ

สุดท้ายนี้ก็หวังว่าบทความนี้จะพอทำให้คุณผู้อ่านได้แนวทางในการเลือกใช้งานหน่วยความจำได้มากขึ้นนะครับ หากมีข้อสงสัยก็สามารถไปใส่คำถามหรือไปคอมเมนต์ไว้ใต้โพสต์บทความนี้ใน fb.com/quickpc …ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ

You may also like...