AMD เปิดตัวซีพียู Athlon 3000G ที่รองรับการโอเวอร์คล็อก พร้อมเปิดตัว Threadripper เจนฯ 3

ถ้าใครได้ตามข่าวของซีพียูเอเอ็มดีมาอย่างต่อเนื่องก็คงพอจะทราบแล้วว่าในเดือนพฤศจิกายนนี้ทางเอเอ็มดีมีแผนที่จะเปิดตัวซีพียู Threadripper เจนฯ 3 อย่างเป็นทางการ แต่ว่าสิ่งที่ทำให้เราแปลกใจมาก ๆ ไม่ใช่การมาของซีพียู Threadripper แต่ว่าเป็นการมาของซีพียู Athlon 3000G ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราไม่ได้ระแคะระคายถึงซีพียูรุ่นนี้มาก่อนเลย

AMD เปิดตัวซีพียู Athlon 3000G ที่รองรับการโอเวอร์คล็อกเต็มรูปแบบ

แม้ว่าสเปคของ Athlon 3000G จะมีความใกล้เคียงกันกับ Athlon Pro 300GE อย่างมากคือเป็นซีพียูแบบ 2 คอร์ 4 เธรด และมาพร้อมกับกราฟิก ฺVega 3 แต่จุดเด่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนก็คือ Athlon 3000G นั้นรองรับการโอเวอร์คล็อกอย่างเต็มรูปแบบเหมือนกับซีพียู Ryzen 3000G ซีรี่ส์ ที่สามารถโอเวอร์คล็อกได้ทั้งส่วนที่เป็นคอร์ซีพียู ส่วนที่เป็นกราฟิก และส่วนของหน่วยความจำ

Athlon 3000G ยังคงเป็นซีพียูสถาปัตยกรรม Zen+ 12nm มีความเร็วที่ 3.5GHz ไม่มี Boost Clock แต่ก็สามารถรองรับการโอเวอร์คล็อกได้ (คาดว่าน่าจะทำได้ถึงระดับ 4GHz) มาพร้อมกับกราฟิก Vega 3 ที่มี Compute Unit จำนวน 3 ชุด และมีสตรีมโปรเซสเซอร์รวม 192 ขุด ตัวกราฟิกทำงานที่ความเร็ว 1100MHz (คาดว่าน่าจะโอเวอร์คล็อกไปได้ที่ 1300MHz เป็นอย่างน้อย) ส่วนหน่วยความจำนั้นก็จะรองรับ DDR4-2666MHz เป็นมาตรฐาน ซึ่งก็น่าจะปรับมาใช้ DDR4 ที่มีความเร็วในระดับ 3000-3200MHz ได้ไม่ยาก แต่เรื่องโอเวอร์คล็อกทั้งหมดนั้นจะทำได้มากน้อยขนาดไหนก็คงจะต้องขึ้นอยู่กับเมนบอร์ดที่ใช้ด้วย Athlon 3000G เปิดตัวมาในราคา 49 เหรียญสหรัฐฯ (ราคาร้านค้าออนไลน์ในสหรัฐอเมริกา) ทำใจได้เลยว่าไม่ใช่ราคาไทย และในอีกหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกก็ไม่ได้ราคานี้

AMD เปิดตัว Threadripper เจนฯ 3 สองรุ่น TR 3960X และ 3970X

แต่เดิมคาดกันว่า Threadripper เจนฯ 3 จะมีการเปิดตัวและวางจำหน่ายพร้อม ๆ กันกับซีพียู Ryzen เจนฯ 3 แต่สุดท้ายแล้วทางเอเอ็มดีก็ตัดสินใจที่จะเลื่อนระยะเวลาในการวางจำหน่ายออกมาให้นานกว่าเดิม แต่ก็ไม่ช้าจนเกินไป เพราะว่าก็เป็นช่วงเวลาที่ซีพียูไฮเอนต์เดสก์ท็อปของอินเทลก็พร้อมจะวางตลาดในช่วงเดียวกันพอดี มีข่าวรายงานว่าอินเทลก็จะเปิดตัวและพร้อมวางจำหน่าย Core X-10000 ซีรีส์ หรือคอร์ เจนฯ 10 สำหรับตลาดไฮเอนต์ในวันที่ 25 พ.ย. นี้เช่นกัน

ในรอบนี้เอเอ็มดีเปิดตัวซีพียู Threadripper เจนฯ 3 ออกมาประเดิมตลาดก่อนสองรุ่นคือ TR 3960X ที่เป็นซีพียูแบบ 24 คอร์ 48 เธรด และ TR 3970X ซีพียูแบบ 32 คอร์ 64 เธรด ซึ่งจะนวนคอร์และเธรดที่มากมายขนาดนี้ก็น่าจะเป็นที่พึงพอใจของคนทำงานสายกราฟิกและวีดีโอในระดับมืออาชีพ

แต่เราก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับคนที่ใช้ TR เจนฯ 1 และเจนฯ 2 เพราะว่าซ็อกเก็ต TR4 เดิมไม่สามารถรองรับ TR เจนฯ 3 ได้ TR 3960X และ TR 3970X จะมาพร้อมกับแพลตฟอร์มใหม่ ซึ่งรวมไปถึงซ็อกเก็ตใหม่ sTRX4 และชิปเซตใหม่ TRX40 ที่มาพร้อมกับ PCIe เลนจำนวนมหาศาลถึง 88 เลน และเป็น PCIe 4.0 อีกด้วย ดังนั้นคนที่ใช้ TR เจนฯ 1 และเจนฯ 2 ก็คงจะต้องเปลี่ยนยกชุดหากต้องการอัปเกรด

เมนบอร์ดซ็อกเก็ต sTRX4 ที่ใช้ชิปเซต TRX40 สำหรับซีพียู Threadripper เจนฯ 3 โดยเฉพาะ


Ryzen 9 3950X พร้อมวางจำหน่ายวันที่ 25 พศจิกายนนี้

Ryzen 9 3950X หนึ่งในซีพียู Ryzen ที่หลายคนรอคอย เพราะเป็นซีพียูรุ่นท็อปสุดสำหรับเดสก์ท็อปบนซ็อกเก็ต AM4 ซีพียูที่มีจำนวนคอร์มากถึง 16 คอร์ 32 เธรด ทำให้ประสิทธิภาพของซีพียูรุ่นนี้สามารถทำงานได้เทียบเท่ากับซีพียูในกลุ่มไฮเอนต์เดสก์ท็อปเลยทีเดียว Ryzen 9 3950X มีความเร็วของ Base Clock ที่ 3.5GHz และ Boost Clock ที่ 4.7GHz มีหน่วยความจำแคช L2 และ L3 รวมกันมากถึง 70MB 

อย่างไรก็ตามแม้ Ryzen 9 3950X จะสามารถให้ประสิทธิภาพได้เท่าเทียมกันกับซีพียูในกลุ่มไฮเอนต์เดสก์ท็อปทั้งฝั่งอินเทลและของเอเอ็มดีเอง แต่ถ้าคุณต้องการแพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้เป็นจำนวนมากรวมไปถึงการติดตั้งกราฟิกการ์ดได้หลาย ๆ ตัว ติดตั้งหน่วยความจำได้มาก ๆ และต้องการแบนด์วิดธ์ของหน่วยความจำเยอะ ๆ แพลตฟอร์มและซีพียูในกลุ่มไฮเอนต์เดสก์ท็อปก็ยังเป็นสิ่งที่เหนือกว่าครับ เราคงจะดูคะแนนทดสอบเฉพาะซีพียูเพียงอย่างเดียวไม่ได้ต้องดูองค์ประกอบอื่น ๆ ร่วมด้วย

Ryzen 9 3950X มาพร้อมกับค่าโปรไฟล์พลังงานแบบใหม่ Eco-Mode ที่ช่วยลดการใช้พลังงาน และลดค่าความร้อนจาก TDP 105W ลงเหลือ TDP 65W เท่านั้น แต่แน่นอนว่าความเร็วในการทำงานก็ต้องลดลงด้วย แต่ก็จะเหมาะกับงานที่ต้องการใช้ซีพียูแบบหลายคอร์หลายเธรด แต่ไม่ต้องการ CPU Clock ที่สูง ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจครับ

การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของซีพียู Ryzen ทั้งหมดที่จะชนกับซีพียูของคู่แข่งก็จะมีประมาณนี้ครับ

Ryzen 9 3950X มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ราคาแนะนำอยู่ที่ 749 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 23,000 บาท (โดยประมาณไม่รวมภาษีและค่าดำเนินการ)

You may also like...