AMD Ryzen 5 2600X ความแรงของซีพียู 6 คอร์ ที่ขอเทียบชั้นกับซีพียู 8 คอร์

เอเอ็มดีได้เปิดตัวซีพียู Ryzen เจนฯ 2 ลงสู่ตลาดอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วนะครับ สำหรับซีพียู Ryzen เจนฯ 2 ชุดแรกนี้ประกอบไปด้วยซีพียูทั้งหมด 4 รุ่นคือ Ryzen 7 2700X (ราคา 12,500 บาท), Ryzen 7 2700 (ราคา 11,500 บาท), Ryzen 5 2600X (ราคา 8,390 บาท) และ Ryzen 5 2600 (ราคา 7,490 บาท) ราคาที่แสดงอยู่นี้เป็นราคาสำหรับการวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วนะครับ

สำหรับจุดเด่นของซีพียู Ryzen เจนฯ 2 ก็พอจะสรุปได้ดังนี้ครับ

  • เป็นซีพียูสำหรับเดสก์ท็อปรุ่นแรกที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 12 นาโนเมตร
  • มีการปรับเปลี่ยนมาใช้สถาปัตยกรรม Zen+ ประสิทธิภาพต่อคอร์เพิ่มขึ้น ค่า Latency ในหน่วยความจำแคชลดลง
  • มาพร้อมคุณสมบัติ SenseMI ชุดใหม่ที่มี Precision Boost 2, XFR 2 และ Precision Boost Overdrive
  • ซีพียูใหม่ทุกรุ่นมาพร้อมกับฮีตซิงค์ แม้ว่าจะเป็นซีพียูรุ่น “X”
  • ยังคงเป็นแพลตฟอร์ม AMD AM4

(อ่านข้อมูลเรื่อง Precision Boost 2, XFR 2 และ Precision Boost Overdrive เพิ่มเติมได้จากบทความ “ทำความรู้จัก Precision Boost Overdrive, Precision Boost 2 และ XFR 2 ความลับของความแรงใน Ryzen เจนฯ 2 “)

เรามาดูกันครับว่าเมื่อมีซีพียูรุ่นใหม่ลงมาสู่ตลาดมากถึง 4 รุ่นพร้อมกับ ทางเอเอ็มดีจะจัดวางตำแหน่งของซีพียูรุ่นใหม่และรุ่นเก่าเป็นอย่างไรกันบ้าง

รูปด้านบนนี้เป็นการบ่งบอกถึงการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์และการเข้ามาทดแทนผลิตภัณฑ์เดิมได้อย่างชัดเจนครับ Ryzen 7 2700X จะเข้าไปเทน Ryzen 7 1800X และ 1700X เพื่อลดความทับซ้อนและการจัดการสต๊อกสินค้าได้ง่ายขึ้น แต่ก็มีข่าวลือว่าเอเอ็มดีแอบเก็บ Ryzen 7 2800X ได้สำหรับช่วงปลายปี อันนี้ต้องรอลุ้นกันยาว ๆ ส่วน Ryzen 7 2700 ก็จะแทนที่ Ryzen 7 1700, Ryzen 5 2600X/2600 ก็ลงแทนที่ Ryzen 5 1600X/1600 ในขณะที่ Ryzen 5 1500X และ Ryzen 3 1300X ยังได้ไปต่อ พร้อมกันนั้นสำหรับคนที่มีงบประหยัดหรือต้องการซีพียูที่มีความสมบูรณ์ในตัวเพื่อการทำงานเอเอ็มดีก็ยังมี Ryzen 5 2400G และ Ryzen 3 2200G มารองรับ โดยที่ซีพียูทั้งหมดนั้นยังคงทำงานอยู่บนเมนบอร์เพลตฟอร์ม AM4 ที่ทำให้คุณอัปเกรดซีพียูจากเจนฯ 1 มาเป็นเจนฯ 2 ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเมนบอร์ด หรือคนที่ต้องการซีพียูเจนฯ 2 แต่ไม่ต้องการเมนบอร์ดรุ่นท็อปราคาสูงที่ใช้ชิปเซต X470 ก็ยังสามารถมาเลือกใช้เมนบอร์ดชิปเซต X370, B350 และ A320 ในราคาที่ประหยัดมาก ๆ ได้

 

ก่อนดูผลการทดสอบ

การทดสอบซีพียู Ryzen เจนฯ 2 ในครั้งนี้เราใช้ Ryzen 5 2600X (3.6GHz/4.2GHz) ซึ่งเป็นซีพียูแบบ 6 คอร์ 4 เธรด มาเป็นหลักในการทดสอบ และเนื่องจากเราไม่มีซีพียู Ryzen 5 1600X มาเทียบมีแต่ Ryzen 7 1700 ซึ่งเป็น Ryzen เจนฯ 1 เราก็เลยต้องจำใจนำซีพียูรุ่นนี้มาเป็นตัวเปรียบเทียบแทนครับ ซึ่งในการทดสอบของเราก็พบว่าซีพียูเจนฯ 2 ที่มีเพียง 6 คอร์ 12 เธรด รุ่นนี้สามารถให้ประสิทธิภาพในการทำงานที่เข้าใกล้กับซีพียูเจนฯ 1 ที่มี 8 คอร์ 16 เธรด อย่างมาก นั่นทำให้เราคิดว่าการเปรียบเทียบครั้งนี้ก็น่าสนใจดี แม้การทดสอบในครั้งนี้อาจจะยังไม่สามารถเปรียบเทียบคุณสมบัติแบบคอร์ต่อคอร์ได้ชัดเจนระหว่างซีพียุเจนฯ 1 กับเจนฯ 2 แต่เราก็คิดว่าน่าจะทำให้เราพอมองเห็นประสิทธิภาพโดยรวมของ Ryzen เจนฯ 2 ได้เป็นอย่างดีว่ามีมากขนาดไหน

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ
  • CPU: AMD Ryzen 7 1700 / AMD Ryzen 5 2600X
  • CPU Cooling: Corsair H115i PRO (RGB)
  • Mainboard: ASUS Prime B350-Plus
  • RAM: Kingston DDR4 XMP-3333 8GBx2
  • VGA: NVIDIA GeForce GTX 1080 Founder Edition
  • SSD: Plextor PX-G256M6e M.2 SATA 6.0Gbps (256GB)
  • HDD: WD Green SATA 6.0Gbps (1TB)
  • PSU: Antec HCP Platinum 850W
  • Monitor: Philips 243V5 Full HD 24”
บรรยากาศระหว่างการทดสอบ

 

ทดสอบด้วย Cinebench R15

เราเริ่มทดสอบโปรแกรมแรกด้วย Cinebench R15 และเราก็ขอนำเสนอการทดสอบแรกด้วยโปรแกรมนี้เช่นกันครับ และเพียงการทดสอบแรกก็ทำให้ตกใจกับผลการทดสอบอยู่พอสมควร ตัดเรื่องคะแนนการโอเวอร์คล็อกออกไปก่อน ไปดูในช่องผลทดสอบของ R7 1700 (Stock) กับ R5 2600X (Stock) คะแนนแบบ Multi-Thread ของซีพียูแบบ 6 คอร์ 12 เธรดนั้น แรงเข้าใกล้กับซีพียู 8 คอร์ 16 เธรดได้อย่างน่าตกใจ ส่วนคะแนนแบบ Single-Thread นั้น Ryzen เจนฯ 2 ชนะไปอย่างไม่ต้องสงสัยด้วย CPU Clock ที่สูงระดับ 4.2GHz และถ้าเราลองโอเวอร์คล็อกความเร็วของ Ryzen เจนฯ 1 เพิ่มขึ้นมาที่ 4.0GHz ก็สามารถเพิ่มความเร็วขึ้นมาได้เช่นกัน แต่ว่าเราคงไม่สามารถโอเวอร์คล็อกความเร็วให้เพิ่มกว่านี้ได้ครับเพราะความเร็วที่ 4.0GHz สำหรับ Ryzen เจนฯ 1 นั้นถือว่าเกือบจะถึงทางตันแล้ว เว้นแต่ต้องมีชุดระบายความร้อนที่ดีมาก ๆ เท่านั้น ส่วนการโอเวอร์คล็อก R7 1700 ไปที่ 4GHz ด้วยเมนบอร์ดรุ่นเล็กอย่างนี้ได้ก็ต้องขอยกความดีให้กับ Corsair H115i PRO (RGB) ชุดน้ำแบบสองตอนเลยละครับ

 

ทดสอบด้วย AIDA64 CPU/FPU Benchmark

ภาพรวมของการทดสอบนี้เป็นการทดสอบด้วยอัลกอรึทึมสำหรับการแก้ไขปัญหาและเข้ารหัสด้วยซีพียู การทดสอบนี้จะใช้ซีพียูครบทุกคอร์ทุกเธรด และนี่เป็นอีกครั้งที่ซีพียู Ryzen เจนฯ 2 ที่มีเพียง 6 คอร์ 12 เธรด สามารถทำคะแนนเบียดกับ Ryzen เจนฯ 1 แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ได้ใกล้มาก แต่ถ้าโอเวอร์คล้อกเพิ่มความเร็ว Ryzen 7 1700 ไปที่ 4.0GHz ก็จะเรียกพลังแฝงออกมาได้พอสมควร เราลองเร่งความเร็วของ Ryzen เจนฯ 2 ไปที่ 4.3GHz แต่ดูเหมือนว่าไม่ช่วยอะไรครับ ไม่สามารถสู้พลังของ 8 คอร์ 16 เธรดที่ความเร็ว 4.0GHz ได้

 

ทดสอบด้วย Blender

Blender เป็นโปรแกรมสำหรับเรนเดอร์โมเดล 3 มิติ ที่มีการเรียกใช้คอร์และเธรดของซีพียูอย่างครบถ้วนและค่อนข้างหนัก และในการทดสอบนี้ได้แสดงให้เห็นว่าซีพียูที่มี 8 คอร์ 16 เธรด แม้จะทำงานด้วยความเร็วที่ช้ากว่าแต่ก็ยังให้ประสิทธิภาพการเรนเดอร์ที่ดีกว่าใช้เวลาน้อยกว่า แต่ว่า Ryzen 5 2600X เองก็ไม่ธรรมดาครับเรนเดอร์ได้ช้ากว่ากันเพียง 6 วินาที และเมื่อลองโอเวอร์คล็อก Ryzen 5 2600X ไปที่ความเร็ว 4.3GHz ปรากฏว่าใช้เวลาในการเรนเดอร์น้อยกว่า Ryzen 7 1700 (Stock) ถึง 5 วินาที แต่ถ้าเราโอเวอร์คล็อก Ryzen 7 1700 มาที่ 4.0GHz คราวนี้ลดเวลาลงไปจากเดิมได้ 12 วินาที เลยทีเดียว เรียกได้ว่ายังมีความแรงซ่อนอยู่

 

ทดสอบด้วย 3DMark Fire Strike

ผลการทดสอบด้วย 3DMark Fire Strike ซึ่งใช้ API DirectX 11 นั้น ค่อนข้างจะให้ความสำคัญกับคล๊อกสปีดของซีพียูค่อนข้างมาก ไม่ได้ใช้คอร์และเธรดของซีพียูครบทุกส่วน ดังนั้นคะแนนของ Ryzen 7 1700 จึงเป็นรอง Ryzen 5 2600X ต้องโอเวอร์คล็อกขึ้นมาที่ 4.0GHz จึงจะทำคะแนนสูงตามขึ้นมาได้ แต่ว่าคะแนนในส่วนของ Combined ที่ใช้ประสิทธิภาพของซีพียูมาคิดจะเห็นได้ว่า Ryzen 5 2600X ที่มี CPU Clock สูงกว่าทำคะแนนได้ดีกว่า แม้จะลองโอเวอร์คล็อก Ryzen 7 1700 ไปที่ 4GHz ก็ยังเป็นรอง Ryzen 5 2600X

 

ทดสอบด้วย 3DMark Time Spy

3DMark Time Spy จะเป็นการทดสอบด้วย API DirectX 12 ที่ให้ความสำคัญกับการกระจายงานไปยังคอร์และเธรดของซีพียูมากกว่าการโฟกัสไปที่คล็อกสปีดของซีพียู ดังนั้นเราจึงเห็นได้ว่าคะแนน CPU ของ Ryzen 7 1700 จะมีค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับ Ryzen 5 2600X ที่มีความเร็วคล็อกต่อคอร์ที่สูงกว่า จะเห็นได้ว่าผลออกมาตรงข้ามกับตอนที่ทดสอบด้วย 3DMark Fire Strike ที่ใช้ DirectX 11

 

ทดสอบด้วยเกม

ทุกเกมเราใช้ความละเอียดที่ 1080p และใช้ค่า Preset ระดับสูงสุดของทุกเกมยกเว้นเกม Ashes of the Singularity: Escalation เท่านั้นที่ใช้ค่า Standard ซึ่งเป็นค่าในระดับกลาง-ต่ำของเกมนี้เนื่องจากเป็นเกมที่ใช้คอร์และเธรดของซีพียูหนักมาก ตอนนี้ลองไปดูผลการทดสอบของเกมกันก่อนอแล้วเดี๋ยวเราจะอธิบายรวดเดียวเลยครับ

ในภาพรวมเราจะเห็นได้ว่าซีพียูอย่าง Ryzen 5 2600X ที่เป็นซีพียูแบบ 6 คอร์ 12 เธรด สามารถทำประสิทธิภาพหรือให้เฟรมเรตได้ไม่แตกต่างไปจากซีพียูรุ่นใหญ่อย่าง Ryzen 7 1700 แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ที่ออกมาสู่ตลาดก่อนแล้วเป็นเวลาประมาณ 1 ปี ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าเกมส่วนใหญ่นั้นจะใช้คอร์และเธรดของซีพียูไม่มากนัก ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ผลการทดสอบของเกมที่ความละเอียดในระดับ Full HD นี้ ไม่ค่อยมีความแตกต่างกันมากนักระหว่าง Ryzen 5 2600X กับ Ryzen 7 1700 งานนี้คงต้องรอดูผลการทดสอบกับเกมที่มีความละเอียดในระดับ 2K และ 4K ในโอกาสต่อไปครับ

 

Ryzen เจนฯ 2 กับการโอเวอร์คล็อก

เรื่องการโอเวอร์คล็อก Ryzen เจนฯ 2 อย่างเต็มรูปแบบ เราขอติดค้างคุณผู้อ่านไว้ก่อนครับ เพราะเรามีปัญหากับเมนบอร์ดรุ่นใหญ่ที่ใช้ชิปเซต X370 (และกำลังรอเมนบอร์ดชิป X470) เลยต้องมาทดสอบกับเมนบอร์ดชิปเซต B350 ที่มีขีดจำกัดเรื่องภาคจ่ายไฟบนเมนบอร์ด ทำให้เราสามารถโอเวอร์คล็อกซีพียู Ryzen 5 2600X ได้อีกเพียงเล็กน้อยเป็น 4.3GHz เท่านั้น แต่เท่าที่ทดลอง OC เล่น ๆ ก็สามารถไปได้ถึง 4.5GHz แบบบูสเข้าวินโดวส์ได้ แต่ใช้โปรแกรมอะไรไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดีครับถ้าได้เมนบอร์ดที่มีความพร้อมเราคิดว่าการโอเวอร์คล็อก Ryzen เจนฯ 2 ตัวนี้ไปที่ระดับ 4.5GHz แบบนิ่ง ๆ ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากจนเกินไป

สำหรับเรื่องเมนบอร์ด เราลองติดตั้ง Ryzen 5 2600X กับเมนบอร์ดชิปเซต X370, B350 และ A320 ได้หมดนะครับ แค่อัปเกรดไบออสก่อนเท่านั้น เหมือนตอนที่ Ryzen 2000G ออกมานั่นแหละครับ ส่วนแรมก็อย่างที่เห็นในชุดที่เราทดสอบครับใช้แรม XMP 3333MHz ได้สบาย ๆ และถ้าปรับจูนอีกนิดหน่อยก็น่าจะไป 3400MHz ได้ไม่ยาก

 

ลองเล่นแล้วเป็นไง?

จากการทดลองใช้งานระยะเวลาสั้น ๆ Ryzen เจนฯ 2 นั้นให้ความรู้สึกที่ดีกว่าตอนที่เจนฯ 1 ออกมาอย่างมาก ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่าเราไม่ต้องเจอกับปัญหาจุกจิกอย่างเรื่องการปรับความเร็วหน่วยความจำ คือเราสามารถหยิบหน่วยความจำ DDR4 ที่เรามีอยู่ในห้องทดลองของเรามาใช้งานได้ทันที ไบออสรุ่นใหม่ ๆ ที่ผู้ผลิตเมนบอร์ดทำออกมาก็มีความพร้อมมากขึ้น ปรับแต่งได้ง่ายและเมื่อมีปัญหาเช่นเพิ่มไฟมากไป เพิ่มค่า OC มากไป ก็สามารถที่จะกู้คืนค่าการทำงานให้กลับมาเป็นค่าปกติเองได้ง่ายกว่า คือทุกอย่างลงตัวจริง ๆ ขนาดอุปกรณ์เรามีปัญหาแล้วจะต้องเริ่มทำการทดสอบและเก็บผลการทดสอบใหม่หมด ก็สามารถเริ่มต้นและจบงานได้อย่างรวดเร็วกว่าที่คิด

Ryzen เจนฯ 2 คุ้มค่าต่อการอัปเกรดไหม?

แล้วทีนี้ถ้าจะถามว่ามันมีความคุ้มค่าหรือไม่ที่จะอัปเกรดไปใช้ Ryzen เจนฯ 2 งานนี้ก็คงต้องดูว่าคุณผู้อ่านมีอุปกรณ์เดิมอะไรอยู่บ้าง ถ้าของเดิมเป็นชุดอินเทลและถึงเวลาอัปเกรดแล้วอยากจะลองมาสัมผัสกับเทคโนโลยีจากทางฝั่งเอเอ็มดีบ้าง การมาเริ่มต้นกับ Ryzen เจนฯ 2 ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะปัญหาต่าง ๆ ที่เคยได้ยินมาในสมัย Ryzen เปิดตัวมาตั้งแต่ 1 ปี ที่แล้วมันถูกแก้ไขไปจนเกือบจะหมดแล้วก็ว่าได้ แน่นอนมันอาจจะไม่คุ้นเคยและอาจจะมีกระแสต่อต้านอยู่บ้าง แต่ถ้าคุณพร้อมเรียนรู้ก็ย้ายมาได้เลย

สำหรับคนที่ใช้งานซีพียู Ryzen เจนฯ 1 อยู่แล้วอยากจะอัปเกรดมาเป็นเจนฯ 2 ก็ต้องลองสำรวจดูว่าต้องการอัปเกรดมาเพื่ออะไร เช่น ถ้าคุณใช้ Ryzen 5 1600X อยู่แล้วแต่ต้องการเปลี่ยนมาเป็น Ryzen 5 2600X เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่สัมผัสประสบการใหม่ ก็อัปเกรดได้เลยครับมันคุ้มค่าอยู่แล้วเหมือนเป็นการลงทุนเพื่อการศึกษา

แต่ถ้าคุณไม่ได้สนใจความใหม่ความเก่าสนใจแต่เรื่องประสิทธิภาพอย่างเดียวการย้ายจาก 1600X มา 2600X ดูแล้วคงไม่คุ้มค่านัก ลองอัปเกรดด้วยการปรับปรุงชุดระบายความร้อนแล้วลองโอเวอร์คล็อก คุณก็จะได้ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งน่าจะคุ้มค่ากว่า แต่ว่าเมนบอร์ดของคุณก็ต้องรองรับเรื่องการโอเวอร์คล้อกด้วยนะครับ ส่วนการอัปเกรดเพื่อรองรับการงานที่ขยายตัว เช่นก่อนหน้านี้เคยใช้ Ryzen 5 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด อยากจะขยับมาเป็น 6 คอร์ 12 เธรด แบบนี้ก็น่าอัปเกรดเช่นกันเพราะมันจะทำให้คุณทำงานได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้นจากประสิทธิภาพของซีพียู สุดท้ายแล้วก็ต้องลองวิเคราะห์เจาะใจตัวเองดูครับว่าความต้องต้องการที่แท้จริงคืออะไร เพราะนิยามของความคุ้มค่าในแต่ละคนไม่เหมือนกัน

สำหรับการทดสอบการสัมผัสกับซีพียู Ryzen เจนฯ 2 โดยใช้ Ryzen 5 2600X เราขอจบไว้เพียงเท่านี้ก่อน แต่จะมีการทดสอบในเรื่องอื่น ๆ รวมถึงการปรับแต่งประสิทธิภาพเพิ่มเติมตามออกมาอีกในเร็ว ๆ นี้ครับ

You may also like...