สัมผัสแรกกับ Intel Core i9-9900K บนเมนบอร์ด ASRock Z390 Gaming Phantom 6

นี่เป็นการใช้เวลาการทดสอบและเขียนผลการทดสอบแบบเร่งรีบมากที่สุดครั้งหนึ่งในการทำงานเลยก็ว่าได้ครับ กับการได้สัมผัสกับความแรงของซีพียู Intel Core i9-9900K บนเมนบอร์ด ASRock Z390 Gaming Phantom 6 เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราไปดูรายละเอียดแบบคร่าว ๆ กันสักเล็กน้อยแล้วก็ข้ามไปดูเรื่องการทดสอบกันเลยครับ

Coffee Lake Refresh

Intel Core i9-9900K ที่เปิดตัวมานี้แม้อินเทลจะบอกว่าเป็น คอร์ เจนเนอร์เรชันที่ 9 แต่สถาปัตยกรรมภายในนั้นยังคงเป็น Coffee Lake เหมือนกับเจนเนอร์เรชันที่ 8 แต่สิ่งที่ปรับปรุงไปก็คือการอัปเดตเรื่องช่องโหว่ต่าง ๆ ของซีพียูในระดับฮาร์ดแวร์ และมีการปรับปรุงเรื่องของการใช้พลังงานที่ดีขึ้น นั่นทำให้เวลาเราไปอ่านเอกสารจากต่างประเทศบางทีก็จะเรียกสถาปัตยกรรมที่อยู่ในซีพียู อินเทล คอร์ เจนฯ 9 ว่า Coffee Lake Refresh รวมไปถึงกระบวนการผลิตซีพียูก็ยังคงใช้เทคโนโลยี 14 นาโนเมตร เหมือนเดิมเช่นกัน

เมนบอร์ดที่รองรับ อินเทล คอร์ เจนฯ 9

สำหรับคนที่จะใช้ซีพียู คอร์ เจนฯ 9 ก็จะมีทางเลือกมากมายครับ ไม่ว่าจะเป็นชิปเซตใหม่ล่าสุดอย่าง Z390 ที่เปิดตัวมาพร้อมกัน หรือจะใช้เมนบอร์ดชิปเซต Z370 ที่ออกมาก่อนหน้านี้แล้วก็ได้ รวมไปถึงเมนบอร์ดชิปเซต 300 Series ก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน แต่สำหรับคนที่ต้องการโอเวอร์คล็อกก็คงจะต้องเลือกเมนบอร์ดชิปเซต Z390 และ Z370 เป็นหลัก

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ

  • CPU: Intel Core i9-9900K
  • GPU: Intel UHD Graphics 630
  • Cooling: Cooler Master Hyper 212 RGB Black Edition
  • MAINBOARD: ASRock Z390 Phantom Gaming 6
  • RAM: Apacer Phanther Rage DDR4 RGB 8GB x 2 @3200MHz
  • SSD:  Apacer Phanther AS340 – 480GB, SATA 6.0Gbps
  • PSU: Thermaltake Toughpower Grand RGB 650W 80Plus GOLD

การทดสอบ

และเพื่อให้ผลการทดสอบของ Core i9-9900K ดูสนุกขึ้นเราจึงได้นำผลการทดสอบของซีพียู Core i7-6950X, 10 คอร์ 20 เธรด ซึ่งเป็นซีพียูฝั่งอินเทลที่แรงที่สุดที่เรามีในตอนนี้มาเปรียบเทียบให้เห็นประสิทธิภาพในการทำงานที่ชัดเจนขึ้นครับ แม้ว่าซีพียูทั้งสองนี้จะทดสอบอยู่บนแพลตฟอร์มที่ต่างกัน แต่ซอฟต์แวร์หลัก ๆ ที่เราใช้ทดสอบนี้ก็จะทำงานอยู่ภายในตัวซีพียูเป็นหลัก สิ่งที่จะมีผลบ้างก็คือหน่วยความจำที่ใช้ครับ Core i9-9900K ใช้หน่วยความจำ DDR4 3200MHz Dula Channel ในขณะที่ Core i7-6950X ใช้หน่วยความจำ DDR4 2933MHz Quad Channel ที่ให้แบนด์วิดธ์สูงกว่า

 

ทดสอบด้วย AIDA64 Memory Bandwidthการทดสอบแรกนี้เราต้องการแสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบเสียเปรียบทางด้านแบนด์วิดธ์ของซีพียูทั้งสองครับ ก็จะเห็นได้ว่าทางฝั่ง Core i7-6950X มีแบนด์วิดธ์มโหฬารในการอ่าน/เขียน/ก็อปปี้ สูงถึง 66601MB/S, 67007MB/S และ 67330MB/S ตามลำดับ ส่วน Core i9-9900K แม้จะใช่หน่วยความจำความเร็วสูงกว่าคือ 3200MHz แต่ว่าทำงานแบบ Dual Channel เท่านั้น จึงมีแบนด์วิดธ์อยู่ราว ๆ 40000MB/S เท่านั้น แต่ถ้าเปลี่ยนไปใช้หน่วยความจำความเร็วสูงกว่านี้ก็จะได้แบนด์วิดธ์เพิ่มตามไปด้วย และถ้ามาดูในส่วนของหน่วยความจำแคชทั้ง 3 ระดับ จะเห็นได้ว่าด้วยความเร็วในการทำงานของ CPU Clock ที่สูงกว่าทำให้ค่า Latency ของแคชในซีพียู Core i9-9900K มีค่าน้อยกว่า Core i7-6950K อยู่พอสมควรเลย

 

ทดสอบด้วย AIDA64 GPGPU Benchmark

อันที่จริงห้วข้อการทดสอบนี้มีไว้สำหรับทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลด้วย GPU เป็นหลัก แต่ทางผู้พัฒนาโปรแกรมก็ได้เขียนโปรแกรมให้ซีพียูลองทำงานในแบบเดียวกันกับ GPU โดยใช้ชุดคำสั่งที่เป็นของซีพียูเอง เราก็เลยนำผลการทดสอบเฉพาะส่วนของซีพียูมาเปรียบเทียบกันให้ดูครับ นอกจากการทดสอบในส่วนของ Memory Read, Write และ Copy ที่ใช้ซีพียูอยู่ราว ๆ 30-60% การทดสอบในส่วนอื่น ๆ จะเป็นการเรียกใช้งานแบบทุกคอร์ทุกเธรดของซีพียูตัวนั้น ๆ ในระดับ 100% เกือบทั้งหมดยกเว้น 64-bit integer เพียงอย่างเดียว

ทีนี้มาดูคะแนนการทดสอบกันครับ ในส่วนของ Memory ก็จะไปในแนวทางเดียวกันกับการทดสอบแบนด์วิดธ์ของหน่วยความจำหลักครับตัวเลขที่ได้ก็จะใช้เคียงกันกับตอนที่ทดสอบหน่วยความจำโดยเฉพาะ ส่วนคะแนนการทดสอบอื่น ๆ นั้นเราจะเห็นได้ว่าแม้ Core i9-9900K จะมีจำนวน คอร์/เธรด ที่น้อยกว่า แต่ด้วย CPU Clock ที่สูงกว่าทำให้คะแนนในหลาย ๆ การทดสอบนั้นแซง i7-6950X ไปเยอะมากอย่างไม่น่าเชื่อ

 

ทดสอบด้วย 7-zip ในการบีบอัดและคืนขนาดข้อมูล

7-zip โปรแกรมบีบอัดข้อมูลที่วัดผลกันด้วยจำนวนคำสั่งต่อวินาที ในการบีบข้อมูล ซีพียู i9-9900K ทำได้ 54219 MIPS หรือห้าหมื่นสี่พันล้านคำสั่ง ในขณะที่ i7-6950X ทำได้ 56311MIPS ห้าหมื่นหกพันล้านคำสั่ง ซึ่งต่างกันเพียงเล็กน้อย โดยที่ฝั่งหนึ่งได้เปรียบจาก CPU Clock ที่สูง ในขณะที่อีกฝั่งใช้จำนวนคอร์เธรดที่มากกว่า แต่พอมาดูคำสั่งในการคืนขนาดข้อมูลเราจะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างกันค่อนข้างน้่อยทำได้ที่ 54507MIPS และ 54202MIPS อยู่ในระดับห้าหมื่สี่พันล้านคำสั่งต่อวินาทีด้วยกันทั้งคู่

 

ทดสอบด้วย CINEBENCH R15

มาดูโปรแกรมทดสอบซีพียูยอดนิยมอย่าง CINEBENCH กันบ้างครับ โปรแกรมนี้ก็จะใช้วัดคะแนนการประมวลผลได้ทั้งแบบ Multi-Core และแบบ Single-Core หรือใช้ทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมของซีพียู และทดสอบประสิทธิภาพแบบคอร์ต่อคอร์เพื่อเทียบกับซีพียูอื่นนั่นเอง ความคิดแรกของเราก็คือ Core i7-6950X น่าจะชนะแม้จะไม่มากนักเพราะเป็นซีพียูที่มี 10 คอร์ 20 เธรด ในขณะที่ Core i9-9900K มีแค่ 8 คอร์ 16 เธรด เท่านั้น แต่ผลการทดสอบไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดครับ

อย่าไปดูคะแนนในส่วนของ OpenGL นะครับเราไม่ได้ทดสอบในส่วนของกราฟิกการ์ดขอให้ข้ามไป มาดูคะแนนตรงส่วน CPU กันดีกว่า Core i9-9900K ทำคะแนนรวมได้สูงถึง 2017cb และแบบ Single-Core ที่ 202cb ซึ่งสูงกว่า Core i7-6950X ไปเยอะเลยเพราะทำได้แค่ 1873cb กับ Single-Core ที่ 167cb เท่านั้น เรียกว่าประสิทธิภาพต่อคอร์ที่สูงกว่า แมว่าจะมีคอร์และเธรดน้อยกว่าก็ยังสามารถทำคะแนนแซงไปได้มากพอตัว

 

ทดสอบด้วย Corona 1.3 Benchmark

Corona เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่เหมาะสำหรับทดสอบประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมของซีพียู เพราะเป็นการเรียกใช้คอร์และเธรดอย่างครบถ้วนในการประมวลผลทางด้าน Ray Tracing ในการสร้างภาพที่มีแสงและเงาที่เหมือนจริง สำหรับประสิทธิภาพเราสามารถดูได้สองส่วนคือระยะเวลาในการทำงาน ใช้เวลาน้อยแสดงถึงประสิทธิภาพที่ดีกว่า และส่วนที่สองก็คือดูจำนวน Ray/sec หรือจำนวนจุดของแสงที่ทำได้ต่อวินาที ยิ่งตัวเลขมากก็แสดงถึงประสิทธิภาพที่ดีกว่า

และอีกครั้งครับที่ Core i9-9900K ทำความเร็วได้ดีกว่าคือใช้เวลาไปเพียง 1.38 นาที ประมวลผลได้ 4.95 ล้านเรย์ต่อวินาที ส่วน Core i7-6950X ใช้เวลาไป 1.45 นาที ประมวลผลได้ 4.62 ล้านเรย์ต่อวินาที  ดูเหมือนจะเยอะ แต่ถ้าลองไปเทียบกับกราฟิกการ์ดอย่าง RTX 20 Series ที่ทำได้ในระดับ Giga Ray/s หรือหมื่นล้านเรย์ต่อวินาที ความเร็วระดับสี่หน้าล้านนี้ง่อยไปเลย

 

ทดสอบด้วย Vray Benchmark

อีกหนึ่งโปรแกรมที่ใช้ทดสอบซีพียูและกราฟิกการ์ดค่าย NVIDIA ได้เป็นอย่างดี แต่วันนี้เราจะมาดูเฉพาะในส่วนของซีพียูเท่านั้น การทดสอบในส่วนของ Vray CPU จะวัดผลกันด้วยเวลาในการทำงาน ใช้เวลาน้อยแสดงถึงประสิทธิภาพที่ดีกว่า และเป็นอีกครั้งที่ Core i9-9900K ทำเวลาได้ดีกว่า Core i7-6900X ถึง 10 วินาที

 

สรุปภาพรวมของซีพียู Core i9-9900K

เท่าที่ลองเล่น i9-9900K เรื่องประสิทธิภาพก็ต้องถือว่าเป็นซีพียูเดสก์ท็อประดับเมนสตรีมที่แรงที่สุดในตอนนี้ แน่นอนว่าแรงกว่า R7 2700X พอสมควรด้วย CPU Clock ที่พุ่งไปสูงถึง 5GHz ในขณะที่ R7 2700X วิ่งอยู่แถว 4.0-4.2GHz เท่านั้น อันนี้เทียบด้วยความเป็นซีพียูแบบ 8 คอร์ 16 เธรดเหมือน ๆ กันนะ และถ้าย้อนไปดูผลการทดสอบเทียบกับซีพียูอดีตเทพอย่าง Intel Core i7-6950X ซีพียูแบบ 10 คอร์ 20 เธรด บนชิปเซต X99 พร้อมด้วยหน่วยความจำ DDR4-2933 Quad channel ก็ยังต้องพ่ายแพ้ต่อความสดใหม่ของ Core i9-9900K เช่นกัน

และการที่ i9-9900K เป็นซีพียูแบบ 8 คอร์ 16 เธรด ก็จะทำให้คนที่ต้องการซีพียูที่มีคอร์เธรดเยอะ ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องข้ามไปใช้ซีพียูในกลุ่ม HEDT บนแพตลฟอร์ม X299 ซึ่งจะมีราคาของฮาร์ดแวร์สูงขึ้นไปอีกระดับ และประสิทธิภาพของ i9-9900K นี้ก็จะช่วยให้คนที่ทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะคนที่เล่นเกมไปด้วยและถ่ายถอดสดเกมไปด้วยโดยใช้เครื่องเดียวกัน สามารถทำได้อย่างคล่องตัวมากกว่าสมัย i7-8700K ที่เป็น 6 คอร์ 12 เธรด ขึ้นมาไดัอีกระดับหนึ่งเลยทีเดียว

ส่วนราคา i9-9900K อยู่ที่ประมาณ 22,000 บาท และต้องเตรียมงบสำหรับชุดระบายความร้อนด้วยน้ำแบบสองตอนอีกหนึ่งชุดก็น่าจะราว ๆ 3,000 บาท ขึ้นไป หรือถ้าใครจะไปคบกับซิงค์ลมก็ต้องขอตัวใหญ่ ๆ ใหญ่มาก ๆ ด้วย เพราะที่ลองมากับ Cooler Master Hyper 212  ซึ่งถือว่าเป็นขนาดมาตรฐานของการใช้งานทั่วไปก็เริ่มจะรับมือไม่ไหว เพราะขนาดอยู่ในห้องแอร์อุณหภูมิของ i9-9900K ยังพุ่งไประดับ 90 องศาเซลเซียสได้ง่ายมาก

ขณะที่ไม่มีเวิร์คโหลดอะไรเลยหรือมีเวิร์คโหลดน้อย ๆ อย่างเช่นเปิด Word Pad เพียงโปรแกรมเดียวเพื่อรอพิมพ์ข้อมูล เราตรวจสอบ CPU Clock ก็พบว่าจะมีการบูตความเร็วขึ้นมาที่ 5.0ฌGHz ค่อนข้างบ่อย ซึ่งจริง ๆ ด้วยเวิร์คโหลดแบบนี้ไม่จำเป็นต้องบูส CPU Clock ขึ้นมาขนาดนี้ก็ได้ ส่วนเวลาที่ทำงานในลักษณะมัลติคอร์มัลติเธรดเช่นการเรนเดอร์ด้วย Cinebench หรือ Vray CPU ความเร็วของคอร์จะถูกปรับให้ทำงานขึ้นลงอยู่ระหว่าง 4.7GHz ถึง 5.0GHz ตลอดการทดสอบ

เรามีความพยายามในการโอเวอร์คล็อกซีพียูแบบด่วน ๆ และเบา ๆ ด้วยการพยายามทำให้ซีพียูรันที่ 5.0GHz อยู่ตลอดเวลาแต่ผลที่ได้คือไม่ค่อยมีเสถียรภาพมากนักแม้ว่าจะสามารถทดสอบด้วยโปรแกรม CINEBENCH ผ่านและได้คะแนนเพิ่มขึ้น แต่พอมาเจอกับโปรแกรมที่ต้องประมวลผลหนักจริง ๆ อย่าง Corona ก็จะไม่ผ่านการทดสอบขึ้นข้อความผิดพลาดบ้างหรือไม่ก็รีสตาร์ทบ้าง สาเหตุก็น่าจะมาจากฮีตซิงค์ที่เราใช้นั้นธรรมดาเกินกว่าจะรองรับการโอเวอร์คล็อกได้นั่นเอง ซึ่งเรื่องการโอเวอร์คล๊อกเราคงต้องมาทดสอบซ้ำกันในโอกาสต่อไป

ส่วนการใช้พลังงานทั้งระบบ เมื่อทดสอบด้วย Vray CPU Benchmark จะใช้อยู่ที่ราว ๆ 240W ส่วนโปรแกรมอื่น ๆ ที่มีการใช้ซีพียูมาก ๆ ก็จะอยู๋ในราว ๆ นี้เช่นกัน (เราทดสอบโดยไม่ได้มีการติดตั้งกราฟิกการ์ดเพิ่มเติมใช้ Intel UHD Graphics ที่มาพร้อมกับซีพียู)

 

สรุปภาพรวมของเมนบอร์ด ASRock Z390

เนื่องจากเป็นเมนบอร์ดชิปเซต Z390 ตัวแรกที่เรามีโอกาสได้ทดสอบ จะไปเปรียบเทียบกับการใช้งานของเมนบอร์ดรุ่นอื่น ๆ ก็คงจะอธิบายได้ไม่เต็มที่นัก แต่ถ้าให้พูดในแง่ของผู้ที่ใช้งานเมนบอร์ด ASRock มาก่อนแล้วก็พอจะอธิบายอารมณ์ออกมาได้สะดวกกว่าครับ

อย่างแรกเลยเรื่องของการเข้ากันได้กับอุปกรณ์ ทันทีที่ติดตั้งซีพียู และหน่วยความจำ Aapacer ลงไปเปิดพาวเวอร์ครั้งแรก ก็สามารถบูตเข้าไบออสเพื่ออ่านค่าปกติแล้วก็สั่งให้รีสตาร์ทเพื่อติดตั้งวินโดวส์ได้ทันที จากนั้นเราก็มาปรับค่าความเร็วของหน่วยความจำให้เพิ่มขึ้นด้วยการเปิด XMP ให้เป็น 3200MHz ซึ่งก็ทำได้ง่ายและไม่มีปัญหาเช่นกัน คือติดตั้งแล้วก็ใช้งานได้เลยไม่ต้องลุ้นใด ๆ

ในส่วนของไบออสก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอินเทอร์เฟซไปบ้างตามยุคสมัย แต่โครงสร้างหลัก ๆ ในการวางตำแหน่งก็ยังคงเป็นสไตล์ของ ASRock ดังนั้นใครที่เคยใช้เมนบอร์ด ASRock มาก่อนก็สามารถที่จะเข้าไปปรับแต่งรายละเอียการทำงานของเมนบอร์ดผ่านทางไบออสได้ไม่ยากครับ เราสามารถปรับแต่งรายละเอียดสำหรับการโอเวอร์คล็อกได้ค่อนข้างสะดวก ทั้งในส่วนของซีพียู และการปรับแต่งหน่วยความจำ

แต่ถ้าใครมือใหม่จริง ๆ และยังไม่คุ้นเคยกับการปรับแต่งด้วยไบออสก็สามารถที่จะใช้ซอฟต์แวร์ Phantom Gaming Tuning มาช่วยในการปรับแต่งการทำงานก่อนได้

สำหรับเมนบอร์ดรุ่นนี้นอกจากจะรองรับซีพียู อินเทล คอร์ เจนฯ 9 ที่เปิดตัวมาในครั้งนี้แล้วก็ยังสามารถทำงานร่วมกับซีพียู อินเทล คอร์ เจนฯ 8 ได้ด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็น i7-8086K , i7-8700K รวมไปถึง i5 และ i3 ของเจนฯ 8 ก็ใช้ได้เช่นกัน

หวังว่าจะได้ทดสอบเพิ่มเติม

ก็อย่างที่บอกครับว่านี่เป็นการทดสอบแบบรีบด่วนดังนั้นอาจจะยังไม่มีรายละเอียดอะไรมากนักจึงมีเฉพาะเรื่องประสิทธิภาพในการทำงานของซีพียูและการทำงานมาแสดงให้ดูเท่านั้นยังไม่ส่วนการทดสอบในเรื่องเกม ซึ่งเราก็คงต้องรอไปอีกสักสองสามวันครับเพราะชุดทดสอบนี้จะถูกนำไปแสดงในงานเปิดตัวของเมนบอร์ด ASRock ก่อนแล้วจึงจะสามารถนำกลับมาทดสอบได้อีกครั้งและก็คงจะด่วนอีกเช่นเคยเพราะซีพียูตัวนี้ก็มีสื่ออื่นที่รอทดสอบอยู่เช่นกัน พบกันในครั้งต่อไปครับ

 

 

You may also like...