Intel ทดสองเอง ประสิทธิภาพซีพียู Core i7 เจนฯ 6, 7 และ 8 หลังแพตช์แก้ช่องโหว่ซีพียู เปลี่ยนแปลงแค่ไหนไปดูกัน

หลังจากข่าวการพบช่องโหว่ Spectre และ Meltdown ในซีพียู ทางอินเทลและผู้พัฒนาซอฟต์แวร์โดยเฉพาะระบบปฏิบัติการอย่าง Windows ของไมโครซอฟท์ก็ได้ออกแพตช์เพื่อแก้ไขและลดปัญหาช่องโหว่ของ Spectre และ Meltdown ให้เหลือน้อยที่สุด โดยก่อนหน้านี้ก็มีเว็บไซต์มากมากมายทำการสอบประสิทธิภาพของระบบหลังจากการแพตช์ช่องโหว่โดยรวมพบว่าแอปพลิเคชันทั่วไปอย่างที่เรา ๆ ใช้กันนั้นแถบไม่ได้รับผลกระทบหรือได้รับผลกระทบน้อยมาก แต่ทางฝั่งที่เป็นเซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานเกี่ยวกับฐานข้อมูลนั้นจะได้รับผลกระบทมากหน่อย แต่สำหรับผลการทดสอบที่เรานำเสอนในวันนี้เป็นการทดสอบจากอินเทลเองโดยตรงครับ ซึ่งผลการทดสอบที่ได้น่าสนใจมาก

จากผลการทดสอบของอินเทลในภาพรวมเราก็จะเห็นได้ว่าประสิทธิภาพการทำงานส่วนใหญ่ลงอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 10% และมีการทดสอบจำนวนไม่น้อยที่ไม่ส่งผลกระทบใด ๆ เลย แต่ที่โปรแกรมที่แสดงผลกระทบให้เราเห็นมากที่สุดก็คงจะเป็นการทดสอบด้วยโปรแกรม SYSMark 2014 SE ในแบบ Responsiveness ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาดของซีพียูได้มากเกินกว่า 10% เช่นใน i7-8700K ลดลงไป 12%, i7-8650U ลดไป 14%, i7-7920HQ ลดลงไป 14%, i7-6700K เมื่อทำงานร่วมกับ Win10+SSD ลดลงไปถึง 21% ในขณะที่เปลี่นมาเป็น Win7+SSD ลดลงไปเพียง 11% และที่น่าแปลกใจสุด ๆ ก็คือ Win7+HHD ประสิทธิภาพไม่ลดลงเลยแถมดีกว่าปกติอีก 1%

ในขณะที่การทดสอบด้วย SYSMark 2014 SE ในหัวข้ออื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น Productivity, Creation, Data/Finance Analysis ในทุก ๆ เครื่องโดยรวมแล้วประสิทธิภาพลดลงไปไม่ถึง 5% นั่นแสดงว่ารูปแบบการทำงานของแอปพลิเคชันและสิ่งแวดล้อมที่แอปพลิเคชันกำลังทำงานอยู่ส่งผลต่อประสิทธิภาพโดยตรงมากกว่าการถูกลดประสิทธิภาพด้วยตัวแอปพลิเคชันเองครับ

ข้อมูลและเงื่อนไขในการทดสอบ

 

You may also like...