ถอดรหัส Raven Ridge: ซีพียู Ryzen ที่มาพร้อมกับกราฟิก Radeon RX Vega พร้อมแนวทางการเลือกซื้อ

เมื่อวันที่ 8 กพ. ที่ผ่านมา สื่อทั่วโลกได้ทำการ Unbox (Press Kit) ชุดทดสอบที่ประกอบไปด้วยซีพียู AMD Ryzen 5 2400G และ Ryzen 3 2200G พร้อมกับเมนบอร์ดซ็อกเก็ต AM4 แบบ Mini-ITX และคงจะได้เริ่มทดสอบกันแล้วเพื่อที่จะนำเสอนผลการทดสอบกันในช่วงค่ำคืนวันที่ 12 กพ. (เวลาประมาณ 3 ทุ่ม) ที่จะถึงนี้ ซึ่งแน่นอนว่า QuickPC ของเราไม่ได้รับโอกาสนั้น (ฮา ๆ) แต่เราก็ยังพอมีโชคอยู่บ้างเพราะมีโอกาสได้ลองใช้งานซีพียู Ryzen 2000G Series รุ่นที่เป็น Engineering Sample มาแล้วจึงพอที่จะมีประสบการณ์และข้อมูลของซีพียู AMD Ryzen 2000G Series ทั้งสองรุ่นมาขยายความเพิ่มเติมสำหรับคนที่กำลังวางแผนจะประกอบหรืออัปเกรดพีซีใหม่ (ส่วนผลการทดสอบจะตามมาทีหลังครับ)


Raven Ridge คืออะไร

“Raven Ridge” เป็นชื่อรหัสซีพียูของเอเอ็มดี ที่มีการนำซีพียูสถาปัตยกรรม Zen และกราฟิกชิปสถาปัตยกรรม Vega มารวมไว้ในชิปตัวเดียวกัน โดยจะมีทั้งรุ่นที่ใช้ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ซึ่งใช้ชื่อว่า AMD Ryzen 2000U Series และรุ่นที่ใช้บนคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป ใช้ชื่อว่า AMD Ryzen 2000G Series โดยก่อนหน้าที่จะมี Ryzen 2000 Series ทั้งโน้ตบุ๊กและเดสก์ท็อป ทางเอเอ็มดีก็มีการนำซีพียูรวมกับกราฟิกชิปมาแล้วในตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาที่หลาย ๆ คนคุ้ยเคยกับคำว่า APU หรือ Accelerated Processing Unit ซึ่งเป็นซีพียูในตระกูล AMD A-Series เช่น A10-7860K, A8-7600 เป็นต้น แต่ก็มีผู้ใช้จำนวนไม่น้อยที่เข้าใจผิด เรียกส่วนที่เป็นกราฟิกใน AMD A-Series ว่า APU ทั้ง ๆ ที่คำว่า APU มันหมายถึงหน่วยประมวลผลของเอเอ็มดีที่มีทั้งซีพียูและกราฟิกอยู่ในชิปเดียวกัน

ภาพการนำเสนอแนวคิดของ AMD A-Series ในปี 2011 ที่เป็นการรวมทั้งซีพียู กราฟิก และชิปนอร์ธบริจด์เข้าไว้ในชิปตัวเดียวกัน

ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับ Raven Ridge จึงไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องใหญ่เพราะนี้เป็นครั้งแรกของการนำสถาปัตยกรรมล่าสุดของซีพียูอย่าง Zen ที่สร้างผลงานไว้อย่างยอดเยี่ยม และสถาปัตยกรรมกราฟิกรุ่นล่าสุดอย่าง Vega มารวมไว้ด้วยกัน ส่วนการมาของ Raven Ridge นั้นทางเอเอ็มดีไม่ได้เน้นคำว่า APU อีกต่อไป แต่จะเน้นคำว่า “Ryzen” และ “Vega” มากกว่า ซึ่งทั้งสองชื่อถือว่าเป็น sub brand ที่ติดตลาดและติดปากในกลุ่มผู้บริโภคอยู่แล้วง่ายต่อการสื่อสาร

ซีพียู Ryzen 2000(U) ที่มีชื่อรหัสว่า Raven Ridge นี้ได้ไปเปิดตัวบนตลาดโน้ตบุ๊กก่อนแล้วตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2017 โดยในครั้งนั้นออกมาสองรุ่นสำหรับตลาดโน้ตบุ๊กโดยเฉพาะ คือรุ่น Ryzen 7 2700U และ Ryzen 5 2500U จากนั้นจึงมาเปิดตัว Ryzen 3 2300U และ 2200U ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา พร้อม ๆ กับการเปิดตัว Ryzen 2000G

ภาพทางด้านบนนี้แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาของ APU จากปี 2011 มาจนถึงปี 2016 จะเห็นได้ว่าจริง ๆ แล้วเอเอ็มดีก็มีผลิตภัณฑ์ด้านซีพียูออกมาใหม่ทุกปีไม่แพ้ทางฝั่งอินเทลที่มีการออกซีพียูแทบทุกปี เพียงแต่ตลาดที่เอเอ็มดีโฟกัสนั้นไม่ได้อยู่ในกลุ่มประสิทธิภาพสูง แต่เน้นไปที่กลุ่มการใช้งานพื้นฐานมากกว่าทั้งในส่วนของเดสก์ท็อปและโน้ตบุ๊ก แต่ในปี 2017 หลังจากมีการเปิดตัวซีพียูสถาปัตยกรรม Zen และได้รับความสำเร็จเป็นอย่างมากจากนั้นจึงมีซีพียู Ryzen Mobile ที่มาพร้อมกับกราฟิก Vega ออกมาเป็นครั้งแรก บนตลาดโน้ตบุ๊กก่อนสองรุ่นคือ Ryzen 7 2700U และ Ryzen 5 2400U ซึ่งเป็นซีพียูแบบประหยัดพลังงานที่มาพร้อมกับกราฟิกชิป RX Vega ในตัว (ดูรายละเอียดในตารางเทียบสเปค)

ตารางรายชื่อซีพียูรหัส Raven Ridge ทั้งในส่วนของโน้ตบุ๊กและเดสก์ท็อป

เมื่อ Zen มาพบกับ Vega

Ryzen 2000G กับ Ryzen 2000U นั้นถือว่ามีความใกล้ชิดกันมาก เรียกได้ว่ามีพื้นฐานการผลิตในรูปแบบเดียวกันเลย ทำให้ Ryzen 2000G มีคุณสมบัติในการประหยัดพลังงานแบบเดียวกันกับ Ryzen 2000U ที่อยู่ในโน้ตบุ๊ก (แต่ไม่ได้หมายความว่าใช้รุ่น G จะพลังงานเท่ารุ่น U นะครับ แค่บอกว่าแนวทางในการประหยัดพลังงานใช้หลักการเดียวกันเฉย ๆ) ซึ่งนอกจากจะทำให้ Ryzen 2000G นั้นเหมาะกับแพลตฟอร์มบนเดสก์ท็อปแล้วในอนาคตเราน่าจะได้เห็น Ryzen 2000G ไปอยู่ใน Mini-PC หรือใน All-in-One PC ก็เป็นได้ และสำหรับคนที่ต้องการประกอบพีซีแล้วใช้เคสเล็ก ๆ แบบ Mini-ITX เราก็เห็นว่า Ryzen 2000G ทั้งสองรุ่นนี้ก็เหมาะอย่างมากเช่นกัน (ส่วนประสิทธิภาพเป็นอย่างไรไว้คุยกันทีหลังครับ)

ภาพด้านบนนี้คือ “Die” หรือภาพถ่ายของซิลิกอนที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นซีพียู Ryzen 2000 Series ที่ประกอบไปด้วยส่วนหลักอย่างซีพียูสถาปัตยกรรม Zen และกราฟิกสถาปัตยกรรม Vega โดยมีส่วนสำคัญอื่น ๆ รวมอยู่ใน Die เดียวกันไม่ว่าจะเป็นตัวควบคุมหน่วยความจำ (Memory Controller) หน่วยจัดการการแสดงผล (Display Engine) และส่วนจัดการงานด้านมัลติมีเดีย (Multimedia Engine)

Infinity Fabric ระบบบัสแบบใหม่ของเอเอ็มดีที่ออกแบบมาเพื่อการเชื่อมต่อที่เรียบง่าย และสามารถขยายระบบได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้งานได้ตั้งแต่แพลตฟอร์มขนาดเล็กอย่างโน้ตบุ๊กและเดสก์ท็อปไปจนถึงแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ในระดับเซิร์ฟเวอร์และดาต้าเซ็นเตอร์

โดยทั่วไปแล้วการเชื่อมต่อกันระหว่างซีพียูกับกราฟิก มักจะเป็นการเชื่อมต่อกันผ่านทางบัส PCI-Express (PCIe) เช่นเดียวกับการติดตั้งกราฟิกการ์ดภายนอกนั่นแหละครับ แต่เนื่องจากซีพียู Ryzen ทั้งหมดได้มีการเปลี่ยนรูปแบบของสถาปัตยกรรมใหม่โดยภายในของซีพียูเองก็มีการสื่อสารผ่านบัสแบบใหม่ของตนเองที่ชื่อว่า Infinity Fabric โดยคุณสมบัติเด่นของการเชื่อมต่อแบบ Infinity Fabric เป็นการเชื่อมต่อในรูปแบบที่เรียบง่าย และสามารถขยายระบบให้ใหญ่ขึ้นได้โดยไม่ต้องออกแบบใหม่ทั้งหมด เช่นซีพียู EPIC และ Ryzen Threadripper ที่มีจำนวนคอร์และเธรดมากมาย และยังใช้วิธีการสร้างแบบ Multi-Die ด้วยนั้น ก็นำประโยชน์ของ Infinity Fabric มาใช้อย่างเต็มที่ และเมื่อเอเอ็มดีต้องการจะผนวกเอากราฟิก RX Vega ที่ออกแบบมาใหม่ด้วยเช่นกัน มาไว้เป็นส่วนหนึ่งของซีพียูด้วยเลย จึงถูกนำมาเชื่อมต่อกันได้ง่ายผ่านทาง Infinity Fabric นั่นเอง (เป็นการใช้งานข้อมูลภายใน) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า Vega 11 และ Vega 8 ที่อยู่ใน Ryzen 2000G จะไม่ได้ใช้ PCIe  นะครับ ยังคงใช้ PCIe อยู่เช่นเดิมและยังใช้ถึง x16 เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน

ภาพนี่เป็นการแสดงให้เห็นถึงการเชื่อมต่อฮาร์ดแวร์ส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกันภายในซีพียูโดยใช้บัส Infinity Fabric เป็นช่องทางในการรับส่งข้อมูล

 

AMD Ryzen 2000G Series สำหรับตลาดเดสก์ท็อป

ก่อนที่จะไปดูรายละเอียดของ Ryzen 2000G Series ทั้งสองรุ่นเรามาดูข้อมูลการพรีเซนเทชันของเอเอ็มดีกันสักเล็กน้อย

ภาพด้านบนนี้ถ้าดูผ่าน ๆ แล้วเราก็คงจะเห็นว่าเป็นการแสดงข้อมูลการปรับราคา และการเปรียมเทียบราคาของเอเอ็มดีกับทางฝั่งคู่แข่งอย่างอินเทล แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็คือ เราจะเห็นได้ว่าทางเอเอ็มดีได้วางตำแหน่งของ Ryzen 5 2400G มาทดแทน Ryzen 5 1400 และได้นำ Ryzen 3 2200G เข้าไปทดแทน Ryzen 3 1200

และต้องบอกว่าการมาของ Ryzen 2000G ทั้งสองรุ่นนั้น เป็นการมาที่ถูกช่วงเวลามากเนื่องจากผู้ใช้จำนวนไม่น้อยไม่สามารถหาซื้อกราฟิกการ์ดในระดับกลาง ๆ อย่างเช่น GTX 1060 หรือ RX 570/580 ได้ ถ้าเป็นฝั่งซีพียูอินเทลผู้ใช้ซื้อซีพียูแล้วก็ใช้ Intel UHD/HD Graphics ที่อยู่ในตัวซีพียูไปพลาง ๆ ก่อนได้ ในขณะที่ทางฝั่งเอเอ็มดีผู้ใช้ไม่มีทางเลือกเลยต้องซีพียูแล้วก็ตัดใจไปซื้อกราฟิกการ์ดในระดับล่างมาใช้ ซึ่งถือว่าเป็นการเสียเงินซ้ำซ้อน ทีนีเมื่อ Ryzen 2000G เข้ามาทำตลาดแล้วก็ทำให้ผู้ใช้ทางฝั่งเอเอ็มดีมีทางเลือกในการใช้งานเพิ่มขึ้นด้วย

 

AMD Ryzen 5 2400G และ Ryzen 3 2200G แตกต่างจาก Ryzen 5 และ Ryzen 3 รุ่นก่อนหนัาอย่างไร

คำตอบง่าย ๆ และสั้น ๆ เลยก็คือ Ryzen 5 1000 Series และ Ryzen 3 1000 Series รุ่นก่อนหน้านี้ไม่มีกราฟิกในตัวครับ เวลาจะใช้งานต้องติดตั้งกราฟิกการ์ดแบบแยกก่อน แม้ว่าบนเมนบอร์ดที่ใช้จะมีพอร์ตสำหรับต่อจอภาพมาให้แล้วก็ตาม ส่วนรายละเอียดเชิงลึกนั้นลองดูตามตารางด้านล่างนี้ครับ เป็นการยกตัวอย่างของ Ryzen 5 2400G เทียบกับ Ryzen 5 1400 และ Ryzen 3 2200G เทียบกับ Ryzen 3 1200

ข้อมูลน่ารู้ก่อนซื้อ Ryzen 2000G Series มาใช้งาน

การเลือกซื้อเมนบอร์ด

ซีพียู Ryzen 2000G Series ทั้งหมดยังคงใช้งานร่วมกับเมนบอร์ดซ็อกเก็ต AM4 ที่ใช้ซิปเซต AMD X370, AMD B350 และ AMD A320 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ได้ทั้งหมด เพียงแต่ถ้าเป็นเมนบอร์ดที่วางตลาดมานานแล้วจำเป็นต้องมีการอัปเกรดไบออสรุ่นใหม่เสียก่อนจึงจะสามารถใช้งานร่วมกับซีพียู Ryzen 2000G Series ได้ ซึ่งตอนที่อัปเกรดใบออสแล้วใส่ซีพียู Ryzen 3/5/7 รุ่นก่อนหน้า ก็อย่าลืมใส่การ์ดจอลงไปด้วยหล่ะเพราะพวกนั้นไม่มีกราฟิกมาในตัวนะ คือไม่ใช่อะไรบางคนมึน เห็น Ryzen 2000G มีกราฟิกมาด้วย ก็ทำให้ลืมคิดไปว่า Ryzen รุ่นก่อนหน้าทั้งหมดไม่มีกราฟิก เดี๋ยวจะบอกว่าภาพไม่ขึ้นซีพียูเสียบอร์ดเสียกันอีก อันนี้ก็ต้องมีสติกันนิดครับ ตรงจุดนี้ทั้งร้านค้า ทั้งลูกค้าก็ต้องให้ความสนใจกันสักนิดหนึ่งครับจะได้ไม่เสียเวลาทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะคนที่ซื้อซีพียูกับเมนบอร์ดเพื่อไปประกอบเองที่บ้านก็ต้องตรวจสอบให้มันใจจริงว่าทางร้านอัปเกรดใบออสให้แล้วจริง ๆ

ส่วนเมนบอร์ดใหม่ ๆ ที่กำลังจะวางขายถ้ามีโลโก้ “AMD RYZEN DESKTOP 2000 READY” ก็ไม่ต้องกังวลครับเพราะมีการอัปเดตไบออสมาให้จากโรงงานแล้วสามารถใช้งานได้เลย

หากคุณต้องการที่จะโอเวอร์คล็อกความเร็วของซีพียูให้เพิ่มขึ้น ก็จำเป็นต้องซื้อเมนบอร์ดที่ใช้ชิปเซ็ต X370 หรือ B350 เท่านั้น ส่วนเมนบอร์ดที่ใช้ชิปเซต A320 นั้นจะไม่สามารถโอเวอร์คล็อกซีพียูได้

 

การเลือกซื้อหน่วยความจำ

Ryzen 2000G Series ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ DDR4 โดยสามารถติดตั้งได้ทั้งแบบ Single Channel และ Dual Channel แต่เราขอแนะนำว่าให้เลือกติดตั้งหน่วยความจำแบบ Dual Channel จะดีกว่าเพราะจะมีแบนด์วิดธ์ในการรับส่งข้อมูลมากกว่า และจะมีผลดีต่อประสิทธิภาพในการทำงานของกราฟิก Vega ที่อยู่ในตัวซีพียูโดยตรง เช่นถ้าคุณต้องการหน่วยความจำ 8GB ก็ให้เลือกซื้อแบบ 4GB จำนวนสองโมดูล หรือถ้าต้องการ 16GB ก็เลือกใช้แบบ 8GB จำนวนสองโมดูลครับ

สำหรับความเร็วของหน่วยความจำนั้น Ryzen 2000G สามารถรองรับหน่วยความจำ DDR4 ได้ที่ความเร็ว 2966MHz เป็นค่าปกติ (หรือที่ 3000MHz ถ้าเทียบกับทางฝั่งอินเทล) แต่ก็สามารถนำหน่วยความจำ DDR4 ที่มีความเร็วต่ำกว่าอย่างเช่น 2133, 2400, 2800MHz มาใช้งานได้ หรือจะนำหน่วยความจำที่มีความเร็วสูงกว่าเช่น 3000, 3200, 3333MHz มาใช้งานได้เช่นกัน หรือถ้าจะเพิ่มความมันใจก็ลองสอบถามทางร้านดูว่ามีหน่วยความจำสำหรับแพลตฟอร์ม Ryzen ขายหรือไม่ ก็จะช่วยเพิ่มความมันใจได้ครับ (แต่ในการทดสอบของเราหน่วยความจำ DDR4 ทั่วไปที่เราใช้สามสี่ยี่ห้อก็ติดตั้งได้ไม่มีปัญหาอะไรครับ)

การเลือกซื้อพาวเวอร์ซัพพลาย

พาวเวอร์ซัพพลายที่ใช้กับ Ryzen 5 2400G และ Ryzen 3 2200G นั้นไม่จำเป็นต้องใช้กำลังไฟอะไรมากมายครับ แค่ 300 วัตต์ (80 Plus) นี่ก็เหลือ ๆ แล้วครับ แต่ว่าน่าจะหาซื้อยากหน่อยก็คงต้องข้ามไป 350 วัตต์ หรือ 400 วัตต์ ครับ

แต่ถ้าเราวางแผนที่จะอัปเกรดกราฟิกการ์ดเพิ่มเติมในอนาคต หรือจะอัปเกรดซีพียูในอนาคต และถ้ามีงบประมาณมากพอก็แนะนำว่าให้ซื้อเผื่อไปเลยก็ได้ จะได้ไม่ต้องเสียงเงินสองรอบ เช่นถ้าต้องการอัปเกรดกราฟิกการ์ดไปใช้ระดับ GTX 1060 หรือ RX 570/580 ก็คงจะต้องมองพาวเวอร์ซัพพลายในระดับ 550-650 วัตต์ มาใช้งานครับ และพาวเวอร์ซัพพลายขนาดนี้เราก็สามารถขยับรุ่นซีพียูไปเป็นพวก Ryzen 5 1600X ที่เป็น 6 คอร์ 12 เธรด หรือพวก Ryzen 7 ที่เป็นซีพียูแบบ 8 คอร์ 16 เธรด ได้เลย เพราะซีพียูเหล่านี้ก็ใช้ซ็อกเก็ตและชิปเซตเดียวกันกับ Ryzen 2000G ครับ

*** อัปเดตข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากได้ทดลองเล่น***

การอัปเกรดกราฟิกการ์ด

ตามปกติแล้วเวลาที่เราใช้ซีพียู Ryzen 3/5/7 รุ่นที่ไม่มีกราฟิกชิปในตัวเราจะสามารถใช้สล๊อต PCIe 3.0 x16 บนเมนบอร์ดได้เต็มครบ 16 เลน เพื่อติดตั้งการ์ดจอแยก

แต่เมื่อเรานำเมนบอร์ดตัวเดียวกันนี้ไม่ว่าจะเป็นชิปเซต X370, B350 หรือ A320 มาใช้งานร่วมกับซีพียู Ryzen 5 2400G, Ryzen 3 2200G รวมไปถึงซีพียู AMD A-Series อื่น ๆ รวมถึงที่ใช้ซ็อกเก็ต AM4 ก็จะมีการถูกแบ่งเลนของ PICe ไปให้กับกราฟิกชิปภายในตัวซีพียูด้วยทำให้ PCIe 3.0 x16 จะเหลือจำนวนเลนเพียง 8 เลน หรือ x8 เท่านั้น แต่เราก็ยังคงสามารถนำกราฟิกการ์ดแยกทั่วไปที่ใช้ PCIe 3.0 x16 เช่น RX 570/580 หรือ GTX 1060 มาติดตั้งเพื่อใช้งานได้ตามปกติเพียงแต่แบนด์วิดธ์ที่เคยมีจาก x16 จะเหลือที่ x8 เท่านั้น

ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้ถูกแจ้งไว้ในคู่มือเมนบอร์ดซ็อกเก็ต AM4 ทุกรุ่นที่ออกมาตั้งแต่ช่วง Ryzen เจนเนอร์เรชันแรกอยู่แล้วครับ เพียงแต่ว่าเราอาจจะยังไม่ได้สนใจกับข้อมูลตรงนั้นกันมากนักก็เท่านั้นเอง ส่วนประสิทธิภาพจะเป็นอย่างไร เรากำลังทดสอบและนำผลมารายงานให้ทราบครับ

 

ส่งท้ายผลการทดสอบที่ยังต้องรอ !!!

อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนก็คงจะถามถึงเรื่องประสิทธิภาพในการทำงานของ Ryzen 2000G ทั้งสองรุ่นว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง เราก็ต้องติดไว้ก่อนครับ เพราะรอไดรเวอร์ตัวจริงซึ่งคาดว่าน่าจะดาวน์โหลดได้ในคื่นนี้ (12 กพ. 2561) และเราจะรีบทำการทดสอบและรายงานผลให้ทราบโดยเร็วที่สุดครับ

 

You may also like...