Ryzen 3 2200G + RX Vega 8 ท้าชน GT 1030 และ RX 550

ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องนะครับสำหรับซีพียูรุ่นเล็กอย่าง Ryzen 3 2200G ที่มาพร้อมกับกราฟิก Radeon RX Vega 8 ในตัว เพราะว่ามีราคาที่ไม่แพงประมาณ 3,600 บาท เท่านั้น และก็มีคนสงสัยว่าถ้าเทียบกับกราฟิกการ์ดรุ่นเล็กอย่าง GT 1030 ของเอ็นวิเดีย และ RX 550 ของเอเอ็มดีเอง RX Vega 8 นี้ จะให้ประสิทธิภาพออกมาขนาดไหน แตกต่างกันมากหรือไม่ บทความนี้ก็มีคำตอบให้แล้วครับ

ก่อนจะไปทดสอบเราก็ต้องขอพูดถึงคุณสมบัติทางด้านฮาร์ดแวร์ของซีพียู Ryzen 3 2200G ที่มาพร้อมกับ Radeon RX Vega 8 กันสักเล็กน้อยก่อนครับ ภายในของ Ryzen 3 2200G ประกอบไปด้วยซีพียูแบบ 4 คอร์ 4 เธรด มีคล็อกสปีดพื้นฐานอยู่ที่ 3.5GHz และสามารถเร่งความเร็วโดยอัตโนมัติได้สูงสุดที่ 3.7GHz ส่วน Radeon RX Vega 8 นั้นก็ได้ถูกสร้างขึ้นมาไว้บน Die เดียวหรือเป็นซิลิกอนชิ้นเดียวกันกับส่วนของซีพียูด้วยเลย โดยมีจำนวน Compute Unit (CU) 8 หน่วย ซึ่งเป็นที่มาของ Vega 8 นั่นเอง ในแต่ละ CU ก็จะมีสตรีมโปรเซสเซอร์หรือเฉดเดอร์อยู่ 64 หน่วย รวมแล้วใน Vega 8 ก็จะมีเฉดเดอร์รวมกันทั้งหมด 512 หน่วย ถ้าจะเทียบกับทางฝั่งเอ็นวิเดียสตรีมโปรเซสเซอร์เล็ก ๆ เหล่านี้ก็คือ CUDA คอร์นั่นเอง สำหรับความเร็วในการทำงานของ RX Vega 8 นั้นสูงสุดที่ 1100MHz และถ้าไม่ได้เล่นเกมความเร็วก็จะลดลงมาที่ 400MHz เพื่อประหยัดพลังงานและช่วยลดความร้อน

AMD Ryzen 5 2400G AMD Ryzen 3 2200G
CPU Cores 4 Cores, 8 Threads 4 Cores, 4 Threads
CPU Base Clock 3.6GHz 3.5GHz
CPU Max Boost Clock Up to 3.9GHz Up to 3.7GHz
CPU L1 Cache 64K Instruction, 32K Data per core 4K Instruction, 32K Data per core
L2+L3 Cache 6MB 6MB
GPU Cores 11 Radeon Vega Cores (704 ALUs) 8 Radeon Vega Cores (512 ALUs)
GPU Clock Up to 1250MHz Up to 1100MHz
GPU TMU Count 44 32
GPU ROP Count 16 (32-bit) 16 (32-bit)
GPU ACE/HWS Count 4/2 4/2
Total FP32 (TFLOPS) 1.99 (1.76 GPU/0.231 CPU) 1.35 (1.126 GPU/0.224 CPU)
PCIe Gen3 Lanes 8x GPU / 4x General / 4x Chipset Link 8x GPU / 4x General / 4x Chipset Link
TDP 65W 65W
DRAM Support Up to DDR4-2933 (Dual Channel) Up to DDR4-2933 (Dual Channel)
Die Size and Transistors 209.78mm2 / ~4.94 billion

บล๊อกไดอะแกรมแสดงการจัดโครงสร้างภายในของ RX Vega 8 ที่อยู่ในซีพียู Ryzen 3 2200G

สำหรับกราฟิกการ์ดที่เรานำมาทดสอบร่วมในครั้งนี้ก็ได้แก่ ASUS PH-GT1030-O2G ซึ่งเป็นกราฟิกการ์ดที่ใช้ชิป GT 1030 ที่มาพร้อมกับหน่วยความจำ GDDR5 2GB การ์ดรุ่นนี้ได้รับการโอเวอร์คล็อกมาจากโรงงานความเร็วมาตรฐาน GPU Clock ของ GT 1030 จาก NVIDIA จะอยู่ที่ 1227MHz และโหมดบูส 1466MHz ทาง ASUS ได้นำกราฟิกชิปรุ่นนี้มาโอเวอร์คล็อกทำให้ความเร็วของ GPU Clock จะอยู่ที่ 1531MHz (Boost) และอาจจะเพิ่มได้อีกระหว่างการทำงานถ้าอุณหภูมิไม่สูง ส่วนการทำงานทั่วไปก็จะลดความเร็วลงมาที่ระดับ 300MHz หรือต่ำกว่า

ส่วนกราฟิกการ์ด RX 550 ที่นำมาทดสอบร่วมในครั้งนี้เป็นของ PowerColor ที่มาพร้อมกับหน่วยความจำ GDDR5 2GB เช่นกัน RX 550 รุ่นนี้ก็ถูกนำมาโอเวอร์คล็อกเช่นกันทำให้สามารถบูสสูงสุดที่ 1190MHz ก็จะต่ำกว่ากราฟิกการ์ดจากทางฝั่งเอ็นวิเดียอยู่พอตัวครับ ส่วนการทำงานในโหมดทั่วไปก็จะอยู่ที่ราว ๆ 550MHz

 

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ
  • CPU: AMD Ryzen 3 2200G (3.5GHz/3.7GHz)
  • GPU: Integrated graphics Radeon RX Vega 8 (Share 2GB)
    • ASUS PH-GT1030-O2G
    • PowerColor AXRX 550 2GBD5-DHV2/OC
  • MAINBOARD: ASUS PRIME B350-PLUS (BIOS-3803)
  • RAM: KLEVV CRAS DDR4 2800MHz@2933 (4GBx2)
  • SSD: Plextor S3 SATA 6.0Gbps (512GB)
  • HDD: WD Green SATA 6.0Gbps (2TB)
  • PSU: Antec HCP Platinum 850W
  • Monitor: Philips 243V5 Full HD 24”

การตั้งค่าฮาร์ดแวร์ในการทดสอบ

การทดสอบเราปล่อยให้ซีพียูทำงานโดยอัตโนมัติคือจะมีคล็อกสปีดเริ่มต้นที่ 3.5GHz และบูสสูงสุดที่ 3.7GHz ไม่มีการปรับแต่งใด ๆ ในทุกการทดสอบ ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบด้วย RX Vega 8 ที่มาพร้อมกับซีีพียูหรือทดสอบกับกราฟิกการ์ดแบบแยกด้วย GT 1030 และ RX 550

สำหรับความเร็วของ RX Vega 8 ที่มาพร้อมกับ Ryzen 3 2200G เราจะทดสอบ 3 ครั้ง โดยครั้งแรกจะใช้ค่าความเร็วแบบ Auto ซึ่งปกติจะทำงานที่ความเร็วระหว่าง 400-1100MHz จากนั้นก็จะโอเวอร์คล็อกความเร็วมาที่ 1320MHz และ 1500MHz ส่วนหน่วยความจำที่ใช้จะเป็นแบบ 4GB x 2 รวม 8GB และจะแชร์หน่วยความจำมา 2GB เพื่อใช้ในการแสดงผล และหน่วยความจำหลักของระบบก็จะเหลือความจุ 6GB สำหรับการทำงาน ความเร็วของหน่วยความจำเราตั้งไว้ที่ 2933MHz ซึ่งเป็นความเร็วมาตรฐานของซีพียู Ryzen 3 2200G รองรับ ดูค่าการทำงานของฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ได้จากโปรแกรม HWiNFO ครับ

ทดสอบด้วยโปรแกรม Realbench R2.44

การทดสอบแรกเราขอเริ่มที่ Realbench R2.44 ก่อนเลยนะครับเพื่อตอบข้อสงสัยที่ว่าหากเราแบ่งพื้นที่ของหน่วยความจำมาถึง 2GB จาก 8GB เพื่อมาใช้เป็นพื้นที่ทำงานของ RX Vega 8 จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานโดยรวมของระบบมากน้อยขนาดไหน ซึ่งผลการทดสอบที่ได้ออกมาก็น่าสนใจมากครับ การแบ่งหรือแชร์หน่วยความจำออกมา 2GB นั้นไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานครับ และเมื่อไปดูในคะแนนการทดสอบก็จะเห็นได้ว่าเมื่อโอเวอร์คล็อก RX Vega 8 ให้ทำงานเร็วขึ้นประสิทธิภาพในการทำงานก็เพิ่มขึ้นมาด้วย ครับโดยเฉพาะในส่วนของ Image Editing นั้นมีคะแนนเพิ่มขึ้นมาสูงกว่าการใช้กราฟิกการ์ดแบบแยกด้วยซ้ำไป ที่เป็นเช่นนี้เราคิดว่าการใช้งานหน่วยความจำของ Realbench นั้นยังไม่มากพอที่จะทำให้ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานก็เป็นได้

 

ทดสอบด้วย 3DMark Fire Strike

ในส่วนของ 3DMark Score และ Graphics Score กราฟิกการ์ดแบบแยกอย่าง RX 550 และ GT 1030 นั้นให้คะแนนที่สูงกว่า RX Vega 8 อย่างชัดเจน แม้ว่าจะมีการโอเวอร์คล็อกจนสูงถึง 1500MHz แล้วก็ตาม แต่สิ่งที่น่าสนในก็คือ Physics Score นั้น RX Vega 8 นั้นทำคะแนนได้สูงจนน่าตกใจ ซึ่งเป็นไปได้ว่าเกิดจากการประมวลผลอยู่ภายในตัวซีพียูเป็นหลักทำให้การรับส่งข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็วจนทำคะแนนได้สูง แม้กระทั่งในช่วงที่ไม่ได้มีการโอเวอร์คล็อกก็ทำคะแนนได้สูงพอตัวอยู่แล้ว

 

ทดสอบด้วยเกม Ashes of the Singularity: Escalation

AoS: Escalation เป็นแบบเกมแนววางแผนแบบ RTS ที่ใช้ทรัพยากรของระบบค่อนข้างมากทั้งในส่วนของซีพียูและกราฟิก เราทดสอบเกมนี้ด้วยความละเอียด 1920×1080 รายละเอียดของภาพปรับ Low ซึ่งมีเพียง GT 1030 เท่านั้นที่ทำเฟรมเรตเฉลี่ยได้เกิน 30FPS เฟรม ส่วน RX 550 ทำเฟรมเฉลี่ยได้ที่ 28FPS เท่านั้น ที่น่าสนใจคือเมื่อโอเวอร์คล็อกความเร็วของ RX Vega 8 มาที่ 1500MHz นั้นทำให้เฟรมเรตเพิ่มขึ้นมาที่ 29.4FPS สูงกว่า RX 550 อยู่เล็กน้อย ถ้าต้องการเล่นเกมนี้ด้วย RX Vega 8 ก็คงจะต้องลดความละเอียดลงมาอยู่ในระดับ 720p (1280×720) แล้วละครับ

 

ทดสอบด้วยเกม Tom Clancy’s The Division

The Division เป็นเกมยิงในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง เกมนี้วางตลาดมาแล้วสองปีและเป็นเกมที่ต้องการพลังกราฟิกมากพอตัวหากใช้รายละเอียดของภาพในระดับสูง แต่สำหรับการปรับรายละเอียดในระดับ Low ที่ความละเอียด 1920×1080 ก็ไม่ได้ทำให้ภาพที่ได้ออกมาดูแย่นัก สำหรับเกมนี้ RX Vega 8 ที่ความเร็วปกตินั้นก็สามารถรับมือได้ครับ เพราะสามารถทำเฟรมเฉลี่ยในระดับ 38.9FPS ถือว่ามาได้ไกลเกินคาดครับ และเมื่อโอเวอร์คล็อกก็ทำให้เฟรมเรตเพิ่มเป็น 42.9 และ 45.4FPS ตามลำดับ ซึ่งเป็นเฟรมเรตที่เบียดกับ GT 1030 เลยทีเดียว แต่ทั้งหมดก็ยังพ่ายแพ้ให้กับ RX 550 ครับ

 

ทดสอบด้วยเกม GTA V

เกมนี้เปิดตัวมาตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2013 จนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาประมาณ 4 ปีกว่า ๆ แล้ว และถ้าย้อนเวลาไปเมื่อสองสามปีก่อนก็จะมีคำถามยอดฮิตว่าสเปคนี้เล่น GTA V ได้ไหม ก็เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเกมอย่าง PUGB ในตอนนี้นี่แหละครับ แม้จะเป็นเกมที่ออกมานานแล้วแต่ด้วยการที่เป็นเกมแบบ Open World ทำให้เกมนี้ใช้ทรัพยากรของฮาร์ดแวร์ค่อนข้างมาก แต่ด้วยฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่เกมนี้กลายเป็นเกมธรรมดาไปครับ (แต่ถ้าเปิดรายละเอียดของภาพแบบสุด ๆ กราฟิกการ์ดเหล่านี้ก็ไปไม่เป็นเหมือนกันครับ) เราทดสอบเกมนี้ที่ความละเอียด 1920×1080 พร้อมรายละเอียดของกราฟิกแบบ Normal ปิด MSAA เปิด AA แต่เปิด AFx2 ก็ทำให้ได้ภาพที่ดูดีในระดับหนึ่งครับ

ส่วนผลการทดสอบที่ออกมาก็ทำได้ดีครับสำหรับ RX Vega 8 ทำเฟรมเฉลี่ยได้ที่ 55.75FPS และดูเหมือนว่าการโอเวอร์คล็อกไปที่ 1500MHz ก็ไม่ได้ช่วยให้เฟรมเรตเพิ่มมามากมายนัก คือเล่นแบบเดิม ๆ ก็สบายแล้ว ในขณะที่ RX 550 ทำเฟรมเฉลี่ยได้ที่ 88.86FPS และ GT 1030 ทำได้ที่ 78.78FPS ก็ถือว่าทำได้ดีเช่นกันสำหรับกราฟิกการ์ดรุ่นเล็กแบบนี้

 

ทดสอบด้วยเกม Rise of the Tomb Raider

Rise of the Tomb Raider เป็นเกมที่เล่นในมุมมองบุคคลที่สาม เกมนี้เปิดตัวในปี 2015 จนตอนนี้ก็ยังถือว่าเป็นเกมที่ยังคงต้องการฮาร์ดแวร์ในระดับสูงทั้งในส่วนของซีพียูและกราฟิกการ์ด สำหรับผลการทดสอบเราเลือกใช้คะแนนในฉาก Geothermal Valley ซึ่งเป็นฉากสุดท้ายของ Benchmark ที่มาพร้อมกับตัวเกม ฉากนี้จะเรียกใช้ทั้งพลังของซีพียูและพลังของกราฟิกอย่างเต็มที่ RX Vega 8 ในแบบเดิม ๆ สามารถทำเฟรมเรตได้ที่ 30FPS เท่านั้นถือว่าต่ำไปสำหรับเกมนี้เพราะถ้าเล่นจริง ๆ จะเจออาการภาพกระตุกแน่นอน และเมื่อโอเวอร์คล็อกไปที่ 1500MHz ก็สามารถเรียกเฟรมเรตเพิ่มมาได้เป็น 35FPS อีกห้าเฟรมสำหรับเกมนี้ก็ไม่ได้ถือว่าดีมาก แต่ลดอาการภาพกระตุกระหว่างเล่นได้ RX Vega 8 ที่ความเร็ว 1500MHz นี้ทำเฟรมเรตเบียดกับ GT 1030 ได้ แต่ RX 550 ทำได้ดีที่สุดและทิ้งห่างค่อนข้างมาก

 

ทดสอบด้วยเกม For Honor

For Honor เป็นเกมแบบต่อสู้ในมุมมองบุคคลที่สามจัดได้ว่าเป็นเกมที่มีภาพสวยงาม แต่ใช้กราฟิกไม่หนักมากแต่สเปคแนะนำก็ให้เล่นเกมกราฟิกการ์ดในระดับ GTX 750Ti ขึ้นไป จะว่าไปก็แรงกว่า GT 1030 อยู่เล็กน้อย ดังนั้นการเล่นเกมลื่น ๆ ด้วย RX Vega 8 ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา และในการทดสอบ RX Vega 8 ความเร็วปกติก็ทำเฟรมเรตได้ที่ 39FSP สำหรับเราก็ถือว่าไม่เลว แต่มาตรฐานของเกมเองบอกว่าควรจะเล่นได้อย่างน้อยที่ 45 FPS จึงจะเหมาะสม แต่เราคิดว่าระดับ 39FPS นี่ก็ดีแล้วสำหรับกราฟิกรุ่นเล็กที่ติดมากับซีพียู และเมื่อโอเวอร์คล็อก RX Vega 8 มาที่ 1500MHz ก็สามารถทำเฟรมเรตได้ที่ 44FPS ก็เฉียดไปนิดหนึ่ง ส่วน RX 550 กับ GT 1030 ทำเฟรมเรตไปสบาย ๆ ที่ 56FPS และ 52FPS ตามลำดับ ก็ถือว่าผ่านสำหรับความต้องการขั้นต่ำของเกม

ทดสอบด้วยเกม PLAYERUNKNOWN’S BATTLEGROUNDS

ถ้าไม่ทดสอบเกม PUBG หลายคนคงจะเคืองเราก็เลยลองทดสอบด้วยการปรับภาพที่ความละเอียด 1080p ปรับรายละเอียดภาพแบบ Very Low ทั้งหมด ยกเว้น Anti-Aliassing ปรับเป็น Medium และ View Distance ปรับเป็น High คุณภาพของภาพก็จะได้ประมาณนี้ครับ (จับภาพเป็นไฟล์ .JPG โดยใช้ Stream ไม่มีการปรับแต่ง) ก็ถือว่าพอใช้ได้ครับ เฟรมเรตอยู่ประมาณ 29-30 FPS เวลาปะทะกันก็จะลดไปแถว ๆ 25 FPS หรือต่ำกว่า นี่คือเฟรมเรตในช่วงที่เราปรับความเร็วของ RX Vega 8 มาที่ 1500MHz แล้ว ดังนั้นถ้าต้องการเฟรมเรตที่สูงกว่านี้คงต้องความละเอียดของภาพลงมาที่ 1600×900 หรือไม่ก็ลงไปที่ 720p (1280×720) ก็จะทำให้เฟรมสูงขึ้นมาในระดับ 50-60 FPS ได้

Ryzen 3 2200G ที่มาพร้อมกับ RX Vega 8 เหมาะกับใคร
  1. คนที่ต้องการประกอบพีซีราคาประหยัดเพื่อใช้ทำงานทั่วไป ตกแต่งไฟล์ภาพ รวมถึงการตัดต่อวิดีโอระดับ Full HD ที่งานไม่ซับซ้อนมากนัก เช่นตัดคลิปวิดีโอจากสมาร์ทโฟน สามารถประกอบเป็น HTPC สำหรับความบันเทิงอย่างการรับชมภาพยนตร์ในระดับ 4K ได้อย่างสบาย
  2. เหมาะสำหรับคนที่เล่นเกมออนไลน์ที่ต้องการกราฟิกไม่สูงนักเช่นเกมอย่าง LOL, DOTA2, CS:GO, FIFA Online และ Overwatch เป็นต้น หรือถ้าจะเล่นเกมแบบที่ต้องการกราฟิกหนัก ๆ ก็สามารถปรับ Full HD แล้วเลือกรายละเอียดของภาพในระดับต่ำ แต่ถ้าต้องการภาพที่สวยงามคงต้องลดความละเอียดลงมาในระดับ HD (720p) ก็จะสามารถเพิ่มรายละเอียดของภาพให้สวยงามได้ แต่ Ryzen 3 2200G ไม่เหมาะกับการเล่นเกมไปด้วยสตรีมเกมไปด้วยแนะนำให้ขยับไปใช้ Ryzen 5 2400G ที่มี Radeon RX Vega 11 จะเหมาะกว่าเพราะเป็นซีพียูแบบ 4 คอร์ 8 เธรด และมี Vega Core ถึง 11 หน่วย

*** อัปเดตเพิ่มเติมครับ วิดีโอตัวอย่างเราก็ตัดต่อด้วยเครื่องนี้ครับ ใช้โปรแกรม Davinci resolve 14 ซึ่งรองรับการทำงานของ RX Vega 8 ได้ คือในช่วงการพรีวิวงานจะใช้ RX Vega 8 มาข่วยทำให้พรีวิวงานระหว่างตัดต่อได้รวดเร็วพอตัว แต่เวลาเรนเดอร์จะยังคงใช้ซีพียูเป็นหลักครับ ***

บอกเล่าประสบการณ์ส่งท้าย

การมาของ Ryzen 3 2200G ถือว่าเป็นการเติมเต็มให้กับแพลตฟอร์ม Ryzen รุ่นราคาประหยัดได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ เพราะก่อนหน้านี้แม้เรามี Ryzen 3 1200 กับ Ryzen 3 1300X ที่ราคาไม่สูง แต่สุดท้ายเราก็ต้องจัดเตรียมงบอย่างน้อยสักสามพันบาทเพื่อกราฟิกการ์ดที่พอจะอาศัยทำงานและเล่นเกม หรือประหยัดจริง ๆ ไม่เล่นเกมใช้ทำงานก็ยังต้องเสียเงินเพิ่มอีกอย่างน้อยสัก 1500 บาท สำหรับกราฟิกการ์ดรุ่นเล็ก ๆ ในขณะที่คนที่เลือกใช้ Core i3 นั้นสามารถนำไปทำงานได้เลยเพราะมีกราฟิกมาในตัว

แต่ว่าพอมี Ryzen 3 2200G ออกมาก็ถือว่าปิดช่องว่างตรงนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยราคาประมาณ 3,600 บาท ได้ทั้งซีพียูแบบ 4 คอร์ พร้อมกับกราฟิกการ์ดประสิทธิภาพสูงพอตัวที่สามารถทำงานได้เล่นเกมได้ ยิ่งถ้าใครเล่นเกมเฉพาะค่ายการีน่า หรือเล่นพวก DOTA2 ซีพียูรุ่นนี้ถือว่าตอบโจทย์สุด ๆ คุ้มจนไม่รู้จะว่าอย่างไร แถมเมนบอร์ดก็มีราคาถูกอีกด้วย ซึ่งทำให้เรามีงบประมาณเหลือพอที่จะไปจัดการกับหน่วยความจำที่มีราคาสูงเหลือเกิน

ก็ย้ำอีกครั้งนะครับว่าในการทดสอบของเรานั้นใช้หน่วยความจำเพียงแค่ 8GB เท่านั้น และยังแบ่งมาใช้สำหรับการแสดงผลถึง 2GB นั่นแสดงให้เห็นว่าถ้าคุณมีงบประมาณจำกัดก็สามารถเลือกใช้หน่วยความจำแบบ 4GB สองโมดูลเพื่อติดตั้งให้ทำงานแบบ Dual Channel ซึ่งจะช่วยให้ประสิทธิภาพในการทำงานทั้งในส่วนของซีพียูและกราฟิกทำงานได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นครับ ดูได้จากผลการทดสอบของเราที่ผ่านมา แม้จะมีหน่วยความจำเหลือสำหรับการทำงานและเล่นเกมเพียง 6GB ก็ยังสามารถรองรับเกมหนัก ๆ ได้ทั้งหมด แม้ว่าจะต้องเล่นด้วยภาพที่มีรายละเอียดต่ำสุดก็ตาม แต่ทุกเกมก็เล่นด้วยความละเอียด Full HD ก็ต้องถือว่าไม่ธรรมดาและบอกได้เลยว่าแรงเกินตัวด้วยซ้ำไป

การแชร์หน่วยความจำมาใช้ในการแสดงผลถ้าต้องการเล่นเกมหนัก ๆ แนะนำให้แชร์ไว้ที่ 2GB ครับ เพราะเกมเดี๋ยวนี้ต้องการหน่วยความจำสำหรับการแสดงผลมากพอสมควร หรือถ้าจะแชร์ให้น้อยกว่านี้ก็แนะนำให้ตั้งค่าที่ 1GB ครับ การตั้งค่าการแชร์หน่วยความจำนี้ก็ต้องเข้าไปทำใน BIOS ของเมนบอร์ดครับ อย่าปล่อยให้ตั้งค่าเป็น Auto เพราะบางเกมจะมองว่าเรามีหน่วยความจำไม่เพียงพอไม่สามารถเล่นได้ก็มี

และในการทดสอบทั้งหมดนี้เรายังไม่ได้โอเวอร์คล็อกความเร็วของซีพียูเพิ่มเลยนะครับปล่อยให้ใช้ความเร็วตามปกติเป็นหลัก เพราะว่าตอนที่เราทดสอบเราใช้ฮีตซิงค์ที่รองรับ TDP 65 วัตต์ เท่ากันกับฮีตซิงค์มาตรฐานของ Ryzen 3 2200G เพียงแต่หน้าตาไม่เหมือนกันเนื่องจากเราใช้ฮีตซิงค์จากซีพียูรุ่นเก่าครับ และถ้าต้องการโอเวอร์คล็อกเต็มรูปแบบทั้งซีพียูและกราฟิกก็คงต้องมองหาฮีตซิงค์ที่รองรับ TDP ขนาด 95 วัตต์ หรือ 120 วัตต์ ขึ้นไปได้ก็จะดีมากครับ

สำหรับคนที่ต้องการประสิทธิภาพเต็ม ๆ จาก Ryzen 3 2200G แนะนำว่าให้มองหาเมนบอร์ดที่เป็นชิปเซต B350 เป็นหลักครับเพราะสามารถโอเวอร์คล็อกได้อย่างเต็มรูปแบบไม่ว่าจะเป็นซีพียู กราฟิก และหน่วยความจำ แต่ถ้าใครงบน้อยจริงเลือกใช้เมนบอร์ดชิปเซต A320 ก็ได้ครับ แต่จะปรับความเร็วเพิ่มได้เฉพาะในส่วนของหน่วยความจำเท่านั้นครับ

เอาล่ะครับเราคงจะได้เห็นผลการทดสอบและประสิทธิภาพในการทำงานของ Ryzen 3 2200G ที่มี Radeon RX Vega 8 ในตัวไปแล้วนะครับว่าสามารถที่จะนำมาใช้เล่นเกมได้ดีตามสมควร แม้ว่าในการเล่นเกมทั้งหมดของเรานั้นต้องปรับภาพในระดับต่ำก็ตาม แต่เมื่อมองในแง่ที่ว่า RX Vega 8 เป็นเพียงกราฟิกแบบรวมก็ต้องถือว่าทำได้ดีเกินตัวไปมากเลยทีเดียว

 

You may also like...