Thermaltake แนะ 4 แนวทางการเลือกซื้อชุดระบายความร้อนให้ซีพียู

การเลือกซื้อชุดระบายความร้อนจริง ๆ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โตอะไรมากมายนัก แต่ว่ามันก็มีอยู่สองสามประเด็นที่สำคัญที่ ควรจะนำมาพิจารณาเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการเลือกใช้ชุดระบายความร้อนของเรา ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ชุดระบายความร้อนด้วยน้ำ หรือจะใช้ชุดระบายความร้อนด้วยอากาศก็ตาม

1) ตรวจสอบซ็อกเก็ตซีพียู:

มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้อง รู้ก่อนว่าเมนบอร์ดของเราหรือซีพียูของเรานั้นเป็นซ็อกเก็ตชนิดใด เพราะว่าตำแหน่งสำหรับการยึดอุปกรณ์ระบายความร้อนเข้ากับซีพียูและเมนบอร์ดจะมีความแตกต่างกันไปตามชนิดของซ็อกเก็ตที่ใช้นั่นเอง ตามปกติแล้วถ้าเป็นชุดระบายความร้อนที่เป็นรุ่นสูง ๆ ทางผู้ผลิตชุดระบายความร้อนที่มีมาตรฐานก็มักจะให้ตัวล็อกที่ใช้ได้กับซ็อกเก็ตหลายแบบที่กำลังเป็นที่นิยมใช้งานกันอยู่ในขณะนั้น (รวมถึงรองรับรุ่นย้อนหลัง) เช่นตอนนี้ซ็อกเก็ตที่ใช้งานกันมากก็ได้แก่ Intel LGA 1151, AMD Socket AM4 หรือถ้าเป็นรุ่นใหญ่ทางฝั่ง Intel ก็ LGA 2066 ทาง AMD ก็เป็นซ็อกเก็ต TR4 อย่างนี้ เป็นต้น

2) ตรวจสอบความสามารถในการรองรับความร้อน:

ทั้งชุดระบายความร้อนด้วยน้ำ และตัวระบายความร้อนที่เป็นอีตซิงค์ เราต้องดูว่าชุดระบายความร้อนที่เราจะซื้อมานั้นสามารถรองรับความร้อนที่เกิดขึ้นจากตัวซีพียูได้มากน้อยขนาดไหน โดยค่าความร้อนที่เกิดขึ้นจากซีพียูนั้นจะมีการบ่งบอกเป็นค่า TDP (Thermal Design Power) มีหน่วยเป็นวัตต์ ซึ่งเราสามารถดูได้จากสเปคของซีพียูหรือจะลองตรวจสอบด้วยโปรแกรม CPU-Z ก็ได้ และถ้าคุณต้องการซื้อชุดระบายความร้อนมาใช้สำหรับการโอเวอร์คล็อกแล้วด้วยละก็คุณจะเป็นต้องใส่ใจเรื่องเหล่านี้มากเป็นพิเศษ โดยอาจจะต้องเผื่อเรื่องความร้อนเพิ่มเติมไว้อย่างน้อย 30%-50% กันเลยทีเดียว

ในกรณีของ Thermaltake ฮีตซิงค์(ลม)ทุกรุ่นจะระบุไว้ว่ารองรับค่า TDP ของซีพียูได้กี่วัตต์ ส่วนชุดระบายความร้อนด้วยน้ำไม่ได้บอกความสามารถในการรองรับ TDP ของซีพียูมาให้ แต่จะใช้ผลการเปรียบเทียบกับฮีตซิงค์รุ่นมาตรฐานที่มาพร้อมกับซีพียูแทน ซึ่งเราก็อาจจะต้องนำข้อมูลนั้นมาเทียบกับซีพียูของเราอีกทีว่าซีพียูตัวอย่างอ้างอิงมีค่า TDP เท่าไร แล้วก็นำมาเปรียบเทียบกับซีพียูที่เราใช้งาน ก็จะช่วยให้เรากำหนดขอบเขตในการเลือกใช้ชุดระบายความร้อนด้วยน้ำได้ง่ายขึ้น

3) พิจารณาเรื่องขนาด:

ขนาดในที่นี้เราหมายถึงของฮีตซิงค์, ขนาดของหม้อน้ำ, ขนาดของเคสทั้งความกว้าง ความยาว ความสูง ฮีตซิงค์บางรุ่นนั้นมีขนาดที่ใหญ่โต และใช้พื้นที่ในการติดตั้งค่อนข้างมาก และอาจจะกินพื้นที่มาถึงตำแหน่งที่ติดตั้งหน่วยความจำเลยก็มี หรือฮีตซิงค์บางรุ่นก็ใหญ่เกินที่จะปิดฝาข้างของเคสได้ อันนี้เราต้องตรวจสอบดี ๆ และอย่าลืมเผื่อพิ้นที่สำหรับใส่พัดลมด้วยนะครับเผื่อการอัปเกรดหรือเพิ่มเติมพัดลมในอนาคต

ส่วนชุดระบายความร้อนด้วยน้ำก็ต้องดูด้วยว่าขนาดของหม้อน้ำมีขนาดเท่าไรสามารถใส่ลงไปในเคสของเราได้หรือไม่ ที่สำคัญคือติดตั้งลงไปแล้วมีพื้นที่ในการดูแลระบบได้สะดวกไหม เช่นติดตั้งลงไปแล้วเวลาจะถอดหรือประกอบอะไรสักอย่างก็ต้องถอดกันออกมาหมดยกชุดแบบนี้ก็ไม่ไหว (แต่ถ้าบางคนชอบหรือมีข้อจำกัดบางประการอย่างนี้ก็ไม่ว่ากันครับ)

4) เลือกอะไรดี จะเย็นด้วยน้ำหรือเย็นด้วยอากาศ:

การจะเลือกใช้ชุดระบายความร้อนด้วยน้ำหรือจะใช้ฮีตซิงค์ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศ นั้นจริง ๆ แล้วก็เลือกไม่ยากครับ ถ้าคุณมีงบประมาณมากพอ และคุณใช้ซีพียูที่มีค่า TDP ในระดับ 95W ขึ้นไป การเลือกใช้ชุดระบายความร้อนด้วยน้ำก็เป็นสิ่งที่เหมาะสมครับ เพราะมันทำงานเงียบและระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าเราจะไม่ได้ใช้งานคอมพิวเตอร์อยู่ในห้องแอร์ก็ตาม แต่ถ้าคุณใช้ซีพียูที่มีสเปคไม่สูงมากนักถ้าไม่ต้องการใช้เงินมากมายไปกับชุดระบายความร้อนด้วยน้ำ ฮีตซิงค์คุณภาพดีที่ทำงานได้เย็นและเงียบก็มีอยู่หลายรุ่นให้เลือกครับ เพียงแต่ว่าต้องไม่ลืมพิจารณาเรื่องขนาดของฮีตซิงค์ และขนาดของเคสด้วย เพราะฮีตซิงค์ที่ทำงานได้เย็นและเงียบโดยมากแล้วมักจะมีขนาดใหญ่อยู่สักหน่อย

ทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมาก็เป็นแนวทางเบื้องต้นที่เราควรจะพิจารณาก่อนเลือกซื้อชุดระบายความร้อนให้กับซีพียูของเรา และในโอกาสต่อ ๆ ไปเราจะมาเจาะลึกเกี่ยวกับชุดระบายความร้อนให้ได้อ่านกันนะครับไม่ว่าจะเป็นชุดระบายความร้อนด้วยฮีตซิงค์ธรรมดา และชุดระบายความร้อนด้วยน้ำทั้งแบบสำเร็จรูป และแบบ DIY

You may also like...