ทำความรู้จัก “XFR” กับการเพิ่มความเร็ว CPU Clock ใน AMD Ryzen รุ่น “X”

ตอนนี้เราคงได้เห็นข้อมูลของซีพียู AMD Ryzen ออกมาชัดเจนมากขึ้นแม้ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาวางจำหน่ายซีพียูก็ตาม และข้อมูลล่าสุดที่มีการนำเสนอกันออกมาเราก็พบว่าชื่อรุ่นของซีพียูก็มีสิ่งที่น่าสนใจซ่อนอยู่ อย่างเช่น AMD Ryzen 7 1700 กับ AMD Ryzen 7 1700X และจะต้องมีคนถามแน่นอนว่ารุ่นที่ลงท้ายด้วย “X” กับไม่มี “X” นั้นแตกต่างกันอย่างไร เมื่อเป็นอย่างนี้เราก็มาดูคำตอบกันเถอะ

**** UPDATE **** 13 เมษายน 2017 ******

จากเอกสารล่าสุดของทาง AMD ระบบุว่า Ryzen ทุกรุ่นรองรับ XFR ครับ ซึ่งก่อนหน้านี้เข้าใจกันว่า Ryzen รุ่นลงท้ายด้วย X ถึงจะมี XFR ส่วนซีพียูรุ่นที่ลงทัายด้วย X จะเพิ่ม Clock Speed ได้สูงกว่าตัวไม่มี X เท่านั้นเอง เหมือนเป็นรุ่น extreme

****************************************

 

จากตารางเปรียบเทียบข้อมูลซีพียู Ryzen ทั้งหมดเราก็จะเห็นได้ว่าซีพียูที่ลงท้ายด้วย “X” นั้น สามารถเพิ่มความเร็วของ CPU Clock ได้มากกว่ารุ่นธรรมดา โดยในช่องที่มีความเร็วเพิ่มขึ้นนั้นระบุด้วยคำว่า “XFR” เราจะมาดูกันว่า “XFR” นี้คืออะไร

ข้อมูลจาก wccftech.com

 

โดยทั่วไปความเร็วของ CPU Clock ในซีพียูยุคปัจจุบันส่วนใหญ่ก็จะมีอยู่ 2 ระดับ (ถ้าไม่นับโหมดประหยัดพลังงานซึ่งพวกนี้เรียกว่า CPU C-States) ได้แก่ Base Clock และ Boost Clock หรือในกรณีของ AMD เรียกว่า Turbo Core และในซีพียู Ryzen ทุกรุ่นก็จะมี Clock ทั้งสองแบบอย่างที่ได้กล่าวมา แต่ว่ารุ่นที่ลงท้ายด้วย “X” นั้นจะมีอีกหนึ่งคุณสมบัติเพิ่มขึ้นมาคือ “Extended Frequency Range” หรือเรียกย่อ ๆ ว่า XFR ที่เราเห็นกันในตารางสเปคนั่นเอง

ก่อนจะไปอธิบายว่า XFR คืออะไร เราไปดูกันอีกนิดว่าเทคนิคในการเพิ่มความเร็วทางด้านสัญญาณนาฬิกาของซีพียู (CPU Clock) ใน Ryzen นั้นทำได้อย่างไรบ้าง

คุณสมบัติ “Pure Power”

อันที่จริงคุณสมบัติ Pure Power ไม่ได้มีหน้าที่ในการปรับแต่งความเร็วของ CPU Clock โดยตรง แต่ Pure Power ถือว่าเป็นต้นทางที่จะช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรจะเพิ่ม CPU Clock หรือไม่ หน้าที่ของคุณสมบัติ Pure Power ก็คือตรวจสอบการใช้พลังงานในส่วนต่าง ๆ ทั่วตัวซีพียู ไม่ใช่เฉพาะในส่วนของการประมวลผลเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงพวกหน่วยความจำแคช ตัวควบคุมหน่วยความจำต่าง ๆ ที่รวมอยู่ในซีพียูทั้งหมด โดยทาง AMD ได้ใส่ตัวตรวจจับอุณภูมิไว้ในภายในตัวซีพียูไว้มากมาย รวมไปถึงการตรวจจับการใช้พลังงานในทุก ๆ ส่วนภายในซีพียูด้วย ทำให้สามารถจัดการบริหารการใช้พลังงานได้อย่างเหมาะสมต่อการทำงาน โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปยัง “Precision Boost” เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ต่ออีกทอดหนึ่ง (สำหรับคุณสมบัติ Pure Power นี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในสถาปัตยกรรม Carrizo)

ซีพียูแต่ละคอร์จะมีการจัดการพลังงานแยกเป็นอิสระต่อกัน ทำให้การใช้พลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ได้ทั้งความประหยัดและช่วยเรื่องลดความร้อนในการทำงานของซีพียูไปด้วยในตัว
ทางเอเอ็มดีได้ติดตั้งเซ็นเซอร์ต่างไว้เป็นจำนวนมากภายในตัวซีพียู อย่างในภาพนี้คือโมดูล AMD Ryzen แบบ 4 คอร์ จะเห็นได้ว่ามีการติดตั้งตำแหน่งของเซ็นเซอร์มีอยู่ในทุก ๆ ส่วนของซีพียูเลย เฉพาะตัวตรวจจับอุณภูมิก็มีถึง 20 ตำแหน่ง (Thermal Diodes)
คุณสมบัติ “Precision Boost”

Precision Boost นี้จะทำงานร่วมกับข้อมูลที่ได้มาจากคุณสมบัติ Pure Power ในระหว่างการประมวลผลถ้าพบว่ามีการใช้พลังงานและมีความร้อนเกิดขึ้นน้อยก็จะมีการเพิ่มความเร็วของ CPU Clock เพื่อให้ประมวลผลคำสั่งชุดคำสั่งได้มากขึ้นโดยใช้เวลาที่น้อยลง การเพิ่มความเร็วของ CPU Clock นั้นจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ และจะมีการขยับขึ้นลงจาก Base Clock ครั้งละ 25MHz แต่ถ้าดูจากตารางเปรียบเทียบก็จะเห็นได้ว่าความเร็วจาก Base Clock ไปถึง Boost Clock นั้นจะมีค่าอยู่ระหว่าง +300MHz และ +400MHz ขึ้นอยู่กับรุ่นของซีพียู

 

อย่างไรก็ตามการเพิ่มความเร็วด้วยการตรวจสอบการใช้พลังงาน Pure Power และ Precision Boost นั้น จะเพิ่มความเร็วสูงสุด (ความเร็วในช่อง Turbo) ภายใต้ข้อจำกัดของ TDP (Thermal Design Power) คือต้องไม่สร้างความร้อนและใช้กำลังไฟฟ้าตามที่กำหนดมาจากโรงงานเพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่เอาจจะเกิดขึ้นกับตัวซีพียู และค่า TDP ก็จะถูกนำไปใช้กับการออกแบบฮีตซิงค์และชุดระบายความร้อนให้กับซีพียูแต่ละรุ่นด้วยนั่นเอง

 

คุณสมบัติ XFR – Extended Frequency Range

คุณสมบัติ XFR (Extended Frequency Range) นี้จะมีเฉพาะในรุ่นที่ลงท้ายด้วยตัว “X” เท่านั้น XFR คือคุณสมบัติที่ช่วยให้เพิ่มความเร็วของ CPU Clock ได้มากกว่าข้อกำหนดของในส่วนของ Boost Clock หรือทำได้มากกว่าข้อกำหนดที่ถูกจำกัดด้วยค่า TDP และการเพิ่มขึ้นของ CPU Clock ด้วยคุณสมบัติ XFR นี้ก็จะเป็นการเพิ่มโดยอัตโนมัติ โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องไปปรับแต่งใด ๆ ทั้งสิ้น

และถ้าต้องการให้คุณสมบัติ XFR สามารถเพิ่มความเร็ว CPU Clock ได้สูง ๆ สิ่งที่ผู้ใช้ต้องทำก็คือการเลือกใช้ชุดระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงครับ หลายคนคงถามต่อว่าสูงแค่ไหน? คำตอบก็คืออย่างน้อยก็ต้องมีประสิทธิภาพสูงว่าฮีตซิงค์มาตรฐานที่มาพร้อมกับซีพียู AMD Ryzen ละครับ เช่นการใช้ฮีตซิงค์ขนาดใหญ่ การใช้ชุดระบายความร้อนด้วยน้ำ หรือโหด ๆ หน่อยก็ใช้พวก LN2 กันไปเลย ยิ่งทำให้ซีพียูเย็นมากความเร็วของ CPU Clock ก็จะเพิ่มขึ้นมากด้วยนั่นเองครับ แต่ว่าตอนนี้เราก็ยังไม่มีข้อมูลว่าจะสามารถเพิ่มขึ้นได้มากน้อยขนาดไหน และคุ้มค่าต่อการลงทุนกับชุดระบายความร้อนราคาแพงหรือไม่

รูปฮีตซิงค์สำหรับซีพียู AMD Ryzen รุ่นต่าง ๆ ที่ถูกเปิดเผยออกมา จะเห็นได้ว่ารุ่นที่มีค่า TDP แตกต่างกัน ก็จะใช้ฮีตซิงค์ที่แตกต่างกันด้วย

เอาละครับอ่านมาถึงตรงนี้ก็คงพอที่จะทำให้หลายคนคลายความสงสัยกันได้บ้างพอสมควรแล้วนะครับ อย่างไรก็ตามถึงเราจะไม่ได้ซื้อซีพียูรุ่นที่ลงท้ายด้วย “X” แต่เราก็ยังคงสามารถโอเวอร์คล็อกได้ด้วยตัวเราเองเพื่อให้ซีพียูทำงานได้สูงกว่าค่า Boost Clock ได้ครับ เพียงแต่ว่าเราเองก็ต้องจัดเตรียมชุดระบายความร้อนให้เหมาะสมด้วยครับ

 

สำหรับตอนนี้เราก็คงจะอธิบายได้เพียงเท่านี้ครับ รายละเอียดอื่น ๆ คงต้องรอให้มีซีพียูของจริงวางจำหน่ายก่อนครับ…ขอบคุณสำหรับการติดตาม

 

You may also like...