AMD Radeon Pro WX 5100 (8GB) ความแรงอีกระดับ สำหรับมืออาชีพ

สำหรับคนที่ติดตามข่าวในแวดวงกราฟิกการ์ดอยู่เป็นประจำก็คงพอจะได้ยินชื่อของ Radeon Pro กันมาบ้างแล้วนะครับ แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ติดตามก็อาจจะคิดว่า นี่เป็นกราฟิกการ์ดสำหรับการเล่นเกมรุ่นสูง ๆ ของ AMD แต่ความจริงแล้ว Radeon Pro เป็นชื่อใหม่ของกราฟิกการ์ดในระดับมืออาชีพ ที่เราคุ้นเคยกันมาก่อนในชื่อของ FirePro นั่นเองครับ ส่วนการเปลี่ยนชื่อมาเป็น Radeon Pro นั้นก็เป็นเรื่องของกลยุทธ์ทางด้านการตลาดครับ

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจาก FirePro มาเป็น Radeon Pro ก็คือการปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมของกราฟิกชิปมาเป็น GCN 4.0 หรือสถาปัตยกรรม Polaris แบบเดียวที่อยู่กับ Radeon RX Series นั่นเองครับ แต่ว่าประสิทธิภาพในการทำงานของ Radeon Pro นั้นจะเหมาะกับงานทางด้านกราฟิกในเชิงของการออกแบบที่ต้องการประสิทธิภาพของการคำนวณที่ซับซ้อน อย่างเช่นซอฟต์แวร์สำหรับงานระดับมือาชีพ อย่างเช่น Auto CAD และ Solidworks เป็นต้น ไม่เหมาะสำหรับการเล่นเกม แต่ว่าก็รองรับเอนจิ้นสำหรับการพัฒนาเกมอย่าง Unity และ Unreal

 

ในช่วงแรกนี้ทางเอเอ็มดีได้เปิดตัวกราฟิกการ์ด Radeon Pro มาด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ Radeon Pro WX 7100, WX 5100 และ WX 4100 ส่วนสเปคของกราฟิกการ์ดทั้งสามรุ่นก็ดูได้จากตารางเปรียบเทียบเลยนะครับ

ส่วนกราฟิกการ์ดที่เราจะทดสอบกันในครั้งนี้ก็คือ Radeon Pro WX 5100 จากทาง AMD ครับ หลายคนเห็นชื่อรุ่นว่าเป็น WX 5100 ก็คงจะคิดว่าน่าจะมาแทน FirePro W 5100 ถ้าลองไปดูสเปคเทียบกันแล้วก็จะพบว่า WX5100 ไม่ได้มาแทน FirePro W 5100 ครับ เพราะประสิทธิภาพของ WX 5100 นั้นมีมากกว่า W 5100 อยู่พอสมควรเลยทีเดียว ลองเทียบง่าย ๆ ก็ได้ครับ W5100 มีจำนวนสตรีมโปรเซสเซอร์ 768 คอร์ ในขณะที่ WX 5100 มีสตรีมโปรเซสเซอร์มากมายถึง 1792 คอร์ ก็อย่างที่เราเคยพูดไว้ในบทความการทดสอบ AMD FirePro W 4300 นั่นแหละครับว่า Radeon Pro ออกมาเพื่อเป็นกราฟิกการ์ดในกลุ่มประสิทธิภาพสูง ส่วน FirePro ก็จะถูกปรับลงมาเป็นกราฟิกการ์ดที่มีประสิทธิภาพน้อยกว่าลงมาตามลำดับ ถ้าต้องการจะเทียบ Radeon Pro WX5100 กับ FirePro จริง ๆ ก็คงต้องนำไปเทียบกับ W 7100 ที่มีจำนวนสตรีมโปรเซสเซอร์เท่ากันที่ 1792 คอร์ ครับ แต่ว่าเมื่อเทียบกันแล้วด้วยสถาปัตยกรรมที่ใหม่กว่าของ Radeon Pro ก็จะทำให้มีประสิทธิภาพสูงกว่า FirePro อยู่ดีครับ

และถ้าต้องการนำ Radeon Pro WX 5100 ไปเทียบกับทาง Quadro ทางเอเอ็มดีก็ตั้งเป้าไว้ว่าจะนำไปชนกัน Quadro M2000 ซึ่งเป็นกราฟิกการ์ดที่มีราคา (มาตรฐาน) ใกล้เคียงกัน

ตรวจสอบการทำงานในเบื้องต้นสำหรับกราฟิกการ์ด Radeon Pro WX 5100 ก็จะเห็นได้ว่าการทำงานของกราฟิกชิปจะทำงานแบบเต็ม 100% เป็นช่วง ๆ ไม่ได่ทำงานเต็ม 100% ตลอดเวลาเหมือนกับกราฟิกการ์ดในการเล่นเกม เนื่องการแบ่งงานเพื่อนำไปประมวลผลนั้นมีความแตกต่างกัน โดยการแบ่งงานนั้นจะคำนึงถึงความเหมาะสมต่อการใช้ทรัพยากรทางด้านฮาร์ดแวร์ที่มี การใช้พลังงาน การรักษาระดับอุณหภูมิ เพราะอย่างลืมว่ากราฟิกการ์ดในระดับมืออาชีพจำต้องคำนึงถึงเสถียรภาพในการทำงานเป็นหลัก การใช้งานบางครั้งต้องทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานับสิบชั่วโมงก็มี

 

ในด้านการออกแบบ กราฟิกการ์ดรุ่นนี้มาในรูปที่กะทัดรัดพอตัวครับ เป็นกราฟิกการ์ดแบบฟูลไซส์ที่มีความยาวของ PCB ประมาณ 17 เซนติเมตร ทำให้ติดตั้งในเคสขนาดเล็กแบบ Mini-ITX ได้ ตัวการ์ดต้องการพื้นที่ในการติดตั้งเพียง 1 สล็อตเท่านั้น ชุดระบายความร้อนหลักของกราฟิกชิปจะเป็นฮีตไปป์ขนาดใหญ่สองเส้นที่พาดผ่านตัวครีบระบายความร้อนที่ทำจากอะลูมิเนียม นอกจากนี้แล้วก็ยังมีเพลตช่วยระบายความร้อนให้กับหน่วยความจำและภาคจ่ายไฟมาให้อีกด้วย ก็เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบที่ดีมากแม้ว่าจะทั้งหมดนี้จะใช้พื้นที่เพียง 1 สล๊อตก็ตาม

การ์ดรุ่นนี้ไม่ต้องการชุดจ่ายไฟเพิ่มเติม ตัวการ์ดสามารถใช้พลังงานจากสล็อตของเมนบอร์ดก็เพียงพอแล้วเพราะตัวการ์ดต้องการกำลังไฟฟ้าที่น้อยกว่า 7 วัตต์ นั่นเอง ถือว่าใช้น้อยมากนะครับเมื่อคิดถึงในประเด็นที่มีจำนวนสตรีมโปรเซสเซอร์มากถึง 1792 คอร์ พร้อมกับหน่วยความจำ GDDR5 อีก 8GB สเปคเดียวกันนี้ถ้าเป็นกราฟิกการ์ดสำหรับการเล่นเกมก็อาจจะต้องการกำลังไฟฟ้าสูงในระดับ 120-150 วัตต์ กันเลยทีเดียว ส่วนพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อกับจอภาพก็มีมาให้ 4 พอร์ตด้วยกันครับ เป็นแบบ DisplayPort 1.4 รองรับจอภาพความละเอียดระดับ 5K

Radeon Pro WX 5100 รองรับการทำงานแบบ CrossFire หมายความว่าเราสามารถขยับขยายประสิทธิภาพได้ด้วยการใช้กราฟิกการ์ด Radeon Pro WX 5100 มาติดตั้งเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งตัวถ้าเมนบอร์ดและแอปพลิเคชันรองรับการทำงานในแบบ CrossFire

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ
  • CPU: Intel Xeon E5-1620 V3 (4C/8T) 3.5/3.6GHz
  • Mainboard: ASRock X99 Extreme4
  • RAM: KLEVV DDR4-2800 @2133 (4GBx4) 16GB
  • SSD: SKS ADROIT 480GB (บทความรีวิว), Windows
  • HDD: WD Green 2TB SATA 6.0Gbps, Application/Game
  • Monitor: Philips 288P6 (28”, 4K) (บทความรีวิว)
  • PSU: Thermaltake EVO_Blue 2.0 (750W)
  • OS: Windows 10 Pro (64bit)

 

การทดสอบ

เรายังไม่มีกราฟิกการ์ดใด ๆ ที่จะมาเทียบประสิทธิภาพโดยตรงกับ Radeon Pro WX 5100 สิ่งที่พอจะทำได้ในตอนนี้ก็คือนำผลการทดสอบของ FirePro W 4300 ที่เราเพิ่งทดสอบไปก่อนหน้าซึ่งมีสเปคที่พอ ๆ กับ FirePro W 5100 ที่อย่างน้อยก็มีจำนวนสตรีมโปรเซสเซอร์เท่ากันที่ 768 คอร์ สิ่งที่พอจะทำได้อีกประการกับการทดสอบในครั้งนี้ก็คือทดสอบเปรียบเทียบประสิทธิภาพของไดรเวอร์ Radeon Pro รุ่นเก่ากับไดรเวอร์ Radeon Pro ReLive ที่เพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นาน และท้ายสุดเราก็ลองนำผลการทดสอบของ RX 480 8GB มาเปรียบเทียบให้ดูกันอีกทางเพื่อจะมีอะไรสนุก ๆ มาคุยกัน เอาละครับไปดูผลการทดสอบกันดีกว่า

ผลการทดสอบ

ในการทดสอบครั้งนี้ก็จะมีอยู่สามส่วนหลัก ๆ ครับ การทดสอบแรกเป็นการทดสอบด้วยโปรแกรม SPECviewpref 12.1 ซึ่งเป็นการทดสอบด้วยการจำลองการทำงานของซอฟต์แวร์การทำงานในระดับมืออาชีพหลาย ๆ โปรแกรม การทดสอบส่วนที่สองก็เป็นการทดสอบประสิทธิภาพด้าน OpenCL ด้วย CompuBenchCL โปรแกรมนี้ออกแบบมาให้ทำงานได้กับกราฟิกการ์ดทั่วไปครับไม่ว่าจะเป็น Radeon หรือ Radeon Pro สุดท้ายก็คือการทดสอบด้วย GPGPU ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม AIDA64 ก็เป็นการวัดพลังดิบของกราฟิกชิปที่เราใช้ทดสอบกับกราฟิกการ์ดทุกรุ่นนั่นเอง อ้อเกือบลืมเรายังมีการทดสอบด้วยโปรแกรม CINEBENCH R11.5 และ R15 ซึ่งเป็นการทดสอบด้าน OpenGL

คะแนนในส่วนของ SPECviewpref 12.1 นั้นถือว่า Radeon Pro WX5100 ทำออกมาได้สูงพอสมควรเลยละครับ โดยประสิทธิภาพในการทำงานของกราฟิกการ์ดเมื่อใช้ไดรเวอร์รุ่นใหม่ที่เป็น Radeon Pro ReLive ก็จะให้ประสิทธิภาพในการทำงานที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับไดรเวอร์ Radeon Pro รุ่นก่อนหน้า

แต่สิ่งที่หลายคนสนใจก็คงจะเป็นผลคะแนนของ Radeon RX 480 8GB ทำไมถึงได้แรงทะลุเกิน Radeon Pro WX 5100 ไปพอสมควร คำอธิบายของเรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ เราขออธิบายในส่วนของโปรแกรม CompuBenchCL กับ GPGPU ก่อนก็แล้วกันครับ คือทั้งสองโปรแกรมนี้จะเป็นการใช้ประโยชน์จากตัวคุณสมบัติของกราฟิกชิปที่ค่อนข้างจะดิบ ๆ เลยครับ ดังนั้นคะแนนที่ได้จึงมาจากประสิทธิภาพของสถาปัตยกรรมของกราฟิกชิป จำนวนคอร์ประมวลผลของกราฟิกชิป และความเร็วในการทำงานของกราฟิกชิป ถ้าเราไปดูสเปคของกราฟิกการ์ดระหว่าง RX 480 กับ WX 5100 ก็จะพบว่า RX 480 มีจำนวนสตรีมโปรเซสเซอร์ที่สูงกว่า คือมีมากถึง 2304 คอร์ ในขณะที่ WX 5100 มีจำนวนสตรีมโปรเซสเซอร์เพียง 1792 คอร์ เท่านั้น และความเร็วของ GPU Clock เอง RX 480 ก็มีสูงกว่า ถ้าดูกันเฉพาะสเปคก็ต้องบอกว่า RX 480 เหนือกว่าในทุก ๆ ด้านครับ และสเปคของ WX 5100 นั้นก็ต่ำกว่า RX 470 ด้วยซ้ำไป ดังนั้นการทดสอบของ CompuBenchCL กับ GPGPU จึงออกมาอย่างที่เราเห็น

สำหรับการทดสอบด้วยโปรแกรม CINEBENCH R11.5 คะแนนสูงสุดจะเป็นทาง RX 480 แต่ก็ไม่ได้แตกต่างจากกราฟิกการ์ดในระดับมืออาชีพมากนัก แต่พอมาเป็น CINEBENCH R15 ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ที่มีการปรับปรุงการทำงานใหม่ก็จะเห็นได้ว่า Radeon Pro WX 5100 ที่มีสตรีมโปรเซสเซอร์น้อยกว่า ทำคะแนนได้ดีกว่า RX 480 ทั้งตอนที่ใช้ไดรเวอร์เก่าและใช้ไดรเวอร์ ReLive

ทีนี้มาถึงโปรแกรมทดสอบที่สำคัญอย่าง SPECviewpref 12.1 กันบ้างครับ ในโปรแกรมนี้จะมีการจำลองการทำงานของโปรแกรมด้านกราฟิกระดับมืออาชีพอยู่ด้วยกันทั้งหมด 9 โปรแกรมด้วยกัน ซึ่งแต่ละโปรแกรมก็จะมีความต้องการและทำงานได้ดีกับฮาร์ดแวร์ที่ต่างรูปแบบกันด้วย ดังในผลการทดสอบเราจะเห็นได้ว่ามีแนวโน้มที่ทำงานร่วมกับกราฟิกในตระกูล Radeon RX ได้ดีกว่า ซึ่งอาจจะเป็นเพราะมีจำนวนสตรีมโปรเซสเซอร์ที่มากกว่าก็เป็นได้ เนื่องจากในกรณีนี้กราฟิกการ์ดที่เราทดสอบมีจำนวนสตรีมโปรเซสเซอร์ไม่เท่ากัน แต่ลองมาดูในการทดสอบอย่างเช่น creo-01, snx-02 และ sw-03 จะเห็นได้ว่าคะแนนที่ได้จาก Radeon Pro WX 5100 ทำได้ดีกว่าแม้ว่าจะมีจำนวนสตรีมโปรเซสเซอร์ที่น้อยกว่าก็ตาม นั่นแสดงให้เห็นว่าซอฟต์แวร์บางอย่างก็มีความจำเป็นต้องใช้คุณสมบัติพิเศษที่มีอยู่ในกราฟิกการ์ดระดับมืออาชีพที่มีการใช้เวิร์คโฟลว์ภายในที่มีความแตกต่างกันออกไป และในการใช้งานซอฟต์แวร์ระดับมืออาชีพของจริง ซอฟต์แวร์เหล่านั้นก็จะมีไดรเวอร์พิเศษที่ออกมาเพื่อรองรับกราฟิกการ์ดแต่ละรุ่นอีกด้วย ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นได้อีก ที่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ทำเช่นได้ก็เพราะว่ากราฟิกการ์ดในระดับมืออาชีพจะเปลี่ยนรุ่นไม่บ่อยรุ่นหนึ่ง ๆ จะอยู่ในตลาดก็ประมาณ 3 ปี และการใช้งานจริงก็อาจจะยืนยาวถึง 5 ปี ดังนั้นการทำซอฟต์แวร์พิเศษให้รองรับการทำงานเหล่านี้จึงไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยาก

 

นอกจากนี้แล้วการทำงานของกราฟิกการ์ดในระดับมืออาชีพจะเน้นเรื่องของเสถียรภาพมากกว่าความเร็วสูงสุดในการทำงาน เพราะหลายคนคงจะเคยเห็นคนที่กำลังเรนเดอร์งานด้วยกราฟิกการ์ดสำหรับการเล่นเกม แล้วเจอข้อความว่าโปรแกรมหยุดการทำงาน เนื่องจากกราฟิกการ์ดสำหรับการเล่นเกมมักจะทำงานด้วยความเร็วสูงสุดตลอดเวลา ซึ่งบ้างครั้งการทำงานที่มีอุณหภูมิสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ก็จะทำให้กราฟิกการ์ดหยุดการทำงานได้ แต่ในขณะเดียวกันกราฟิกการ์ดสำหรับการทำงานระดับมืออาชีพในเวลาเรนเดอร์จะมีการแตกงานภายในออกไปเป็นส่วน ๆ แล้วจัดการกับงานเหล่านั้นทำให้ไม่ต้องเร่งความเร็วของกราฟิกชิปให้สูงสุดเพื่อรีดประสิทธิภาพในการทำงานออกมา อย่างนี้เป็นต้น

ส่งท้าย

สำหรับประสิทธิภาพในการทำงานของกราฟิกการ์ด AMD Radeon Pro WX 5100 ที่มาพร้อมกับหน่วยความจำขนาด 8GB นี้ก็เหมาะอย่างมากสำหรับคนที่ทำงานสายสร้างคอนเทนต์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน 2D/3D ที่ต้องการความละเอียดสูง รวมไปถึงพวกงานตัดต่อวิดีโอระดับ 4 กราฟิกการ์ดรุ่นนี้ก็รองรับได้อย่างสบาย ๆ ครับ ส่วนใครที่ยังสงสัยในประสิทธิภาพว่าจะใช้งานกับแอปพลิเคชันของตนเองหรือรองรับงานของตัวเองไหวหรือไม่ ก็ลองติดต่อสอบถามเพื่อไปทดลองใช้งานได้ที่เดวาส์ฯ โดยตรงครับ ส่วนเรื่องราคาทางเดวาส์ฯ เปิดราคาของกราฟิกการ์ดรุ่นนี้มาที่ 17980 บาท เท่านั้น ถือว่าถูกเกิดคาดครับเพราะช่วงนี้ค่าเงินบาทเรามีทะลุ 35 บาท ต่อ 1 เหรียญสหรัฐฯ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทีแรกเราคิดว่าราคาน่าจะทะลุไประดับสองหมื่น เพราะการ์ดรุ่นนี้จัดอยู่ในระดับที่มีประสิทธิภาพสูงด้วยนั่นเองครับ ก็เรียกได้ว่าเป็นราคาที่น่าสนใจอย่างมากกับกราฟิกการ์ดในระดับมืออาชีพ

You may also like...