ข้อมูล AMD Radeon RX 500 และ Radeon 500 พร้อมเปรียบเทียบสเปค RX 400 Series

AMD เปิดตัวกราฟิกการ์ด Radeon RX 500 Series และ Radeon 500 Series อย่างเป็นทางการแล้ว ประกอบไปด้วยกราฟิกชิปหลายรุ่น ได้แก่ Radeon RX 580, RX 570, RX 560, RX 550 และ RX 540 รวมถึง Radeon 530 และ Radeon 520 อย่างไรก็ตาม Radeon RX 540, Radeon 530 และ 520 นั้น จะถูกผลิตขึ้นมาสำหรับตลาด OEM เท่านั้น เราไปดูคุณสมบัติทางด้านเทคนิคของกราฟิกชิปเหล่านี้กันก่อนครับ

Radeon RX 500 Series ที่ AMD เพิ่งเปิดตัวมานี้ กราฟิกชิปทั้งหมดยังคงใช้สถาปัตยกรรมเดิมคือ GCN 4.0 ยังไม่มีการข้ามไปใช้สถาปัตยกรรม Vega ที่หลายคนรอคอยครับ ดังนั้น RX 500 Series ที่ออกมาในครั้งนี้ส่วนใหญ่จึงเป็นเหมือนการปรับปรุงประสิทธิภาพจากรุ่นเดิม ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะทำด้วยการเพิ่มความเร็วของ GPU Clock และเพิ่มความเร็วของ Memory Clock ให้สูงขึ้น แต่ว่าในขณะเดียวกันก็ต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้นด้วย อย่างเช่น RX 580 ที่มีการปรับปรุงจาก RX 480 จะใช้กำลังไฟฟ้าเพิ่มขึ้นสูงสุด 35 วัตต์ คือเพิ่มจาก 150 วัตต์ มาเป็น 180 วัตต์ เป็นต้น แต่ก็จะมีกราฟิกการ์ดบางรุ่นอย่างเช่น RX 560 นี้ถือว่าเป็นการ์ดที่เข้ามาลดช่องว่างในสมัย RX 470 กับ RX 460 แต่ว่าพอมาเป็น RX 570 กับ RX 560 เองก็ยังมีช่องว่างอยู่ดีครับ แต่ว่าในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนผ่านนี้ทาง AMD อาจจะนำ RX 470 มาเล่นในเรื่องของราคาเพื่อเข้ามาเติมเต็มแทนครับ

ใน RX 500 Series ทาง AMD ได้เพิ่ม RX 550 และ RX 540 เข้ามาอีกสองรุ่นซึ่งในสมัยที่เป็น RX 400 Series มีรุ่นต่ำสุดที่ RX 460 (2GB) เท่านั้น ข้อมูลในเว็บไซต์ของ AMD ยังระบุไว้อีกว่า RX 550 จะมีสองรุ่นคือรุ่นที่ใช้ Compute Unit (CU) 10 หน่วย และรุ่นที่มี CU 8 หน่วย ส่วน RX 540 นั้นจะถูกผลิตและส่งต่อให้กับบรรดา OEM เท่านั้น ไม่ได้วางจำหน่ายให้กับผู้ใช้ทั่วไป นอกจากนี้ทาง AMD ก็ยังมีกราฟิกชิป Radeon 500 Series (ไม่มีรหัส RX นำหน้า) ออกมาอีกสองรุ่นด้วยโดยทำตลาดเฉพาะ OEM เช่นกัน คือ Radeon 530 และ Radeon 520 ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้คาดว่าจะไปอยู่ในโน้ตบุ๊ก หรือไม่ก็พีซีแบบ AIO เป็นหลักครับ

สิ่งที่เราชื่นชอบมาเป็นพิเศษของ RX 500 Series นี้ก็คือทาง AMD ได้ยกเลิกการใช้งานชุดระบายความร้อนแบบโบลเวอร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ และได้เปลี่ยนมาใช้ชุดระบายความร้อนที่มีลักษณะแบบ Open Air ที่ใช้ฮีตซิงค์ทำงานควบคู่ไปกับพัดลมระบายความร้อนเหมือนกับการ์ดที่เป็น Custom Design โดยมีการ์ดสามรุ่นที่ใช้พัดลมระบายความร้อนคู่ ได้แก่ RX 580, RX 570 และ RX 560 ส่วนการ์ดรุ่นเล็กอย่าง RX 560 ก็จะมีพัดลมเพียงตัวเดียว ข้อดีของการออกแบบและใช้ชุดระบายความร้อนลักษณะนี้ก็คือระบายความร้อนได้อย่างรวดเร็วและทำงานได้เงียบครับ

ข้อมูลทั่วไปและประสิทธิภาพ

ถ้าดูจากพรีเซนเทชันในงานเปิดตัว RX 500 เราก็จะพบว่าทาง AMD ตั้งเป้าหมายของ RX 500 ไว้กับผู้ใช้กราฟิกการ์ดในกลุ่ม Radeon R7 และ R9 เป็นหลัก แน่นนอนครับว่าคนที่ใช้ RX 400 อยู่คงจะยังไม่อัปเกรตตอนนี้แน่ แต่ถ้าเมนบอร์ดของใครรองรับกราฟิกการ์ดในแบบ CrossFire ได้ ก็อาจจะมีการอัปเกรดไปอีกแนวคือซื้อการ์ดมาเพิ่มเพื่อใช้งานกราฟิกการ์ดในแบบ CrossFire ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้สูงพอสมควรเลยครับ รอแค่ RX 400 ลดราคาลงมาในจุดที่เหมาะสมเท่านั้นเอง แต่ก็อยากลืมตรวจสอบพาวเวอร์ซัพพลายด้วยนะครับว่าเพียงพอหรือไม่

AMD ได้แสดงให้เห็นว่ากราฟิกการ์ดประสิทธิภาพสูงอย่าง R9 380 ถ้านำมาเล่นเกมที่ความละเอียดระดับ 2K (2560×1440) ในเวลานี้ก็อาจจะไม่เหมาะแล้วเพราะว่าไม่สามารถทำเฟรมเรตในระดับ 60 FPS ซึ่งถือว่าเป็นการเล่นเกมด้วยมาตรฐานระดับสูงที่เหมาะกับจอภาพทั่วไปที่มีรีเฟรชเรต 60Hz ซึ่งจะทำให้ภาพที่ได้เกิดรอยเฉือน ไม่นุ่มนวลครับ เอาหล่ะ ตอนนี้เราไปดูพรีเซนเทชันใหม่ ๆ ของ RX 500 กันดีกว่าครับ

 

Radeon RX 580

กลุ่มเป้าหมายของ RX 580 ก็คือคนที่ต้องการเล่นเกมด้วยความละเอียด 2560×1440 ที่สามารถเล่นเกมได้เกิน 60 FPS อย่างมีเสถียรภาพ เพื่อให้สามารถเปิด VSync หรือ FreeSync ซึ่งจะทำให้การเล่นเกมเป็นไปอย่างลื่นไหลไม่กระตุก ไม่มีรอยเฉือนของภาพบนหน้าจอ

 

Radeon RX 570

RX 570 มีเป้าหมายอยู่ที่การเล่นเกนบนหน้าจอความละเอียด Full HD หรือ 1920×1080 ในแบบที่สามารถปรับรายละเอียดของภาพในสูงสุด เพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามและเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล

 

Radeon RX 560

RX 560 ก็มีเป้าหมายอยู่ที่การเล่นเกมด้วยความละเอียดระดับ Full HD หรือ 1920×1080 ด้วยเช่นกัน เพียงแต่อาจจะต้องลดรายละเอียดของภาพลงมา แต่ถ้าเป็นเกมในแนว eSports กราฟิกการ์ด RX 550 ถือว่ามีประสิทธิภาพในการเล่นที่มากเกินพอ

 

Radeon RX 550

RX 550 เป็นกราฟิกการ์ดในระดับเริ่มต้นเหมาะสำหรับคนที่เล่นเกมแนว eSports เป็นหลัก สามารถกำหนดคุณภาพของภาพได้ในระดับสูง รวมไปถึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานในการสร้างคอนเทนต์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งไฟล์ภาพ หรือการตัดต่อวิดีโอ รวมทั้งยังเหมาะสำหรับการนำไปประกอบในเครื่อง HTPC เพื่อใช้ในการรับชมภาพยนตร์ในระดับ 4K ได้เป็นอย่างดี

 

Radeon Chill

Radeon Chill คือคุณสมบัติที่ช่วยลดการใช้พลังงานของกราฟิกการ์ดในการเล่นเกมต่าง ๆ โดยเฉพาะเกมในแนว eSports เนื่องจากกราฟิกการ์ดส่วนใหญ่จะมีประสิทธิภาพสูงเกินไปในการเล่นเกมแนว eSports เช่น ถ้าใครเคยเล่นเกม LOL ก็จะเห็นว่าบางครั้งเฟรมเรตในเกมนั้นมีสูงในระดับร้อยหรือหลายร้อยเฟรมต่อวินาที ซึ่งนั่นมันเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองพลังงานในการประมวลผลของกราฟิกการ์ดไปโดยใช่เหตุทั้ง ๆ ที่เราอาจจะต้องการเฟรมเพียงแค่ 60 FPS เท่านั้น ด้วยเทคโนโลยี Radeon Chill ก็จะเข้าไปทำการควบคุมการประมวลผลของ GPU เพื่อให้ทำงานอย่างเหมาะสมได้ทั้งจำนวนเฟรมที่ต้องการ คุณภาพของภาพที่สวยงาม และในขณะเดียวกันก็ยังช่วยลดการใช้พลังงานและเป็นการลดความร้อนของกราฟิกการ์ดไปด้วยในตัว ช่วยยืดอายุการใช้งานของกราฟิกการ์ดเพิ่มขึ้นอีกด้วยครับ


 

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ RX 500 Series และ Radeon 500 Series

ตอนนี้เราก็มาดูคุณสมบัติทางด้านเทคนิคของ Radeon RX 500 Series และ Radeon 500 Series ก่อนก่อนนะครับ แล้วหลังจากนั้นก็จะเป็นการเปรียบเทียบสเปคระหว่าง Radeon RX 500 กับ RX 400 Series ให้เห็นชัด ๆ กันอีกครั้งครับ

จากตารางสเปคในกลุ่มกราฟิกชิปของตลาด OEM จะเห็นได้ว่ามีเพียง RX 540 เท่านั้นที่ใช้กราฟิกชิปสถาปัตยกรรมใหม่ GCN รุ่นใหม่ที่เป็นเจนเนอร์เรชันที่ 4 ส่วน Radeon 530 กับ Radeon 520 นั้นยังคงใช้ CGN เจนเนอร์เรชันที่ 3 เท่านั้น นอกจากนี้แล้ว Radeon 530 เองก็อาจจะมีแยกย่อยไปอีกสองรุ่นคือรุ่นที่มี Compute Unit (CU) แบบ 5 หน่วย กับ 6 หน่วย และใช้หน่วยความจำที่ต่างกันอีกคือ DDR3 และ GDDR5 แต่ว่าคุณผู้อ่านไม่ต้องกังวลไปครับเพราะกราฟิกชิปเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำมาสร้างเป็นกราฟิกการ์ดแยกขายแต่จะถูกส่งให้กับแบรนด์ผู้ผลิตพีซีหรือโน้ตบุ๊ก หรือส่งไปขายในกรณีเป็นโปรเจ็คพิเศษเท่านั้นครับ

 

เปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลง RX 500 Series กับ RX 400 Series

อย่างที่บอกไปในตอนแรกครับว่า RX 500 นั้นยังคงใช้สถาปัตยกรรม GCN เจนเนอร์เรชันที่ 4 หรือ Polaris ที่ได้รับการปรับปรุง ดังนั้นสเปคและคุณสมบัติในการทำงานจึงอาจจะไม่ได้แตกต่างจาก RX 400 มากนัก จะมีก็เพียง RX 560 กับ RX 460 ที่มีความแตกต่างกันมากสักหน่อยในแง่ของจำนวนสตรีมโปรเซสเซอร์ แต่ว่าพื้นฐานก็มาจากชิปรุ่นเดียวกันครับ และในจีน (อีกแล้ว) ก็มี RX 460 รุ่นพิเศษที่มีสตรีมโปรเซสเซอร์จำนวน 1024 คอร์ ด้วยเช่นกัน

 

 

 

 

You may also like...