ASUS EXPEDITION GTX 1050 Ti (EX-GTX1050TI-4G) แรง เย็น เน้นเรียบง่าย

ตามปกติแล้วถ้าเราต้องการกราฟิกการ์ดตัวแรงจาก ASUS เราก็คงจะต้องนึกถึงกราฟิกการ์ดที่อยู่ในสายของ ROG STRIX เป็นหลัก แต่ว่าถ้าเรามีงบประมาณจำกัดก็คงจะต้องมองหากราฟิกการ์ดของ ASUS ในซีรี่ย์อื่นทดแทน ซึ่งอาจจะไม่ได้มีฮีตซิงค์ที่หรูหรา แต่ก็ดีพอสำหรับการใช้งานและสามารถนำมาโอเวอร์คล็อกเพิ่มเติมเพื่อเร่งประสิทธิภาพได้ เช่นกราฟิกการ์ด ASUS Expedition GTX 1050 Ti (EX-GTX1050TI-4G) ที่เรากำลังจะทดสอบกัน

มาดูสเปคของกราฟิกชิปการ์ดรุ่นนี้กันเลยครับ เริ่มจากตัวกราฟิกชิปกันก่อน การ์ดรุ่นนี้ใช้ชิป GeForce GTX 1050 Ti สถาปัตยกรรม Pascal ผลิตด้วยเทคโนโลยี 14 nm FinFET มี CUDA Core 768 คอร์ ตัวกราฟิกชิปทำงานที่ความเร็ว 1290MHz โหมดบูสทำงานที่ความเร็ว 1392MHz หน่วยความจำแบบ GDDR5-128bit ขนาด 4GB ทำงานที่ความเร็ว 1752MHz ซึ่งทั้งความเร็วของกราฟิกชิปและความเร็วของหน่วยความจำนั้นไม่ได้มีการปรับแต่งใด ๆ มาเลย เป็นการใช้ค่าความเร็วมาตรฐานของเอ็นวิเดียทุกประการครับ

ASUS ได้เลือกใช้ฮีตซิงค์กับกราฟิกชิปได้อย่างลงตัวมากครับแม้ว่าจะไม่ได้เป็นฮีตซิงค์ที่หรูหราที่ใช้ฮีตไปป์ก็ตาม ชุดระบายความร้อนของกราฟิกการ์ดรุ่นนี้ก็ประกอบไปด้วยฮีตซิงค์อะลูมิเนียมขนาดใหญ่ที่มีขนาดพอ ๆ กันกับขนาดของ PCB ส่วนพัดลมที่นำมาใช้นั้นยังคงเป็นพัดลมแบบพิเศษที่ออกแบบโดยทาง ASUS เองครับซึ่งให้อัตราไหลเวียนของอากาศที่ดีและทำงานได้เงียบ พร้อมกันนั้นคุณภาพของพัดลมที่ใช้ก็เป็นแบบคุณภาพสูงที่ให้อายุการใช้งานมากกว่าพัดลมทั่ว ๆ ไปถึง 2 เท่า

การ์ดรุ่นนี้ไม่มีช่องสำหรับต่อไฟเพิ่มครับ ก็เหมาะกับคนที่ต้องการอัปเกรดกราฟิกการ์ดโดยไม่ต้องไปกังวลเรื่องพาวเวอร์ซัพพลาย ช่องสำหรับต่อจอภาพมีด้วยกันทั้งหมด 3 ช่อง คือ DVI-D, HDMI 2.0b และ DisplayPort 1.4

การทำงานของพัดลมระบายความร้อนจะเริ่มต้นเมื่ออุณภูมิของกราฟิกชิปอยู่ที่ระดับ 60 องศาเซลเซียส ดังนั้นถ้าติดตั้งใช้งานแล้วไม่เห็นว่าพัดลมทำงานก็ไม่ต้องตกไปใจครับ เพราะขนาดเราสั่งให้โปรแกรมกราฟิกหรือเกมทำงานไปร่วมนาที ถ้าไม่ใช่เกมที่หนักจริง ๆ ความร้อนของกราฟิกชิปก็จะอยู่ในระดับ 55 องศาเซลเซียสเท่านั้นเอง ซึ่งมันทำให้พัดลมระบายความร้อนไม่หมุนเลย ยิ่งใช้งานได้ห้องแอร์ด้วยแล้ว ถ้าเป็นการใช้งานทั่ว ๆ ไปนี่ใช้ทั้งวันพัดลมก็ไม่หมุนครับ ตอนแรก ๆ เราก็ตกใจเหมือนกันเพราะปกติการทดสอบเดียวกันนี้ถ้าเป็นการ์ดรุ่นอื่นเปิดรันโปรแกรมกราฟิกไป 30-40 วินาที ความร้อนก็จะถึงระดับที่พัดลมระบายความร้อนทำงานไปเรียบร้อยแล้ว แต่นี่ยังนิ่ง ๆ อยู่เลย ดังนั้นการเล่นเกมนาน ๆ กับกราฟิกการ์ดรุ่นนี้แม้ไม่ได้อยู่ในห้องแอร์ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนสะสมนะครับ แค่จัดการระบายความร้อนภายในเคสให้ดี ๆ ก็พอแล้ว เพราะโดยพื้นฐานเองตัว GTX 1050 Ti ก็มีความร้อนไม่สูงนักเพราะใช้เทคโนโลยีในการผลิตแบบ 14nm FinFET

และเช่นเคยครับเราทดสอบการทำงานเบื้องต้นของกราฟิกการ์ดรุ่นนี้ด้วยการเปิดโปรแกรม Valley Benchmark แล้วติดตามการทำงานของกราฟิกการ์ด้วย GPU-Z ซึ่งในการทดสอบเบื้องต้นนี้ก็พบว่า กราฟิกชิปสามารถทำงานด้วยความเร็วที่สูงถึง 1620MHz ในขณะที่อุณหภูมิของ GPU อยู่ที่ 52 องศาเซลเซียสเท่านั้นเอง ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าความเร็วรอบของพัดลมนั้นอยู่ที่ 0 ซึ่งก็คือพัดลมไม่ทำงานนั่นเองครับ เราก็ต้องปล่อยให้โปรแกรมทำงานอีกพักใหญ่ ๆ ครับพัดลมระบายถึงจะเริ่มทำงาน

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ
  • CPU: Intel Xeon E5-1620 V3 (4C/8T) 3.5/3.6GHz
  • Mainboard: ASRock X99 Extreme4
  • RAM: KLEVV DDR4-2800 @2133 (4GBx4) 16GB
  • SSD: SKS ADROIT 480GB (บทความรีวิว), Windows
  • HDD: WD Green 2TB SATA 6.0Gbps, Application/Game
  • Monitor: Philips 288P6 (28”, 4K) (บทความรีวิว)
  • PSU: Thermaltake EVO_Blue 2.0 (750W)
  • OS: Windows 10 Pro (64bit)
การทดสอบ

ในการทดสอบการ์ด ASUS Expedition GTX 1050 Ti เราก็ได้นำผลการทดสอบของกราฟิกการ์ดรุ่นอื่น ๆ มาเปรียบเทียบด้วยได้แก่ GTX 960 (2GB) Ref และ GTX 1060 6GB Founders Edition มาเป็นตัวเปรียบเทียบประสิทธิภาพ ดูผลการทดสอบกันแบบยาว ๆ ไปก่อนเลยนะครับ เดี๋ยวเราค่อยมาวิเคราะห์กัน

ผลการทดสอบด้วย GPGPU

ผลการทดสอบด้วย 3DMark

ผลการทดสอบด้วยเกมต่าง ๆ

ถ้าดูผลการทดสอบของ ASUS EXPEDITION GTX 1050 Ti เทียบกับการ์ด GTX 960 เราก็จะเห็นได้ว่ามีคะแนนผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ ซึ่งบางคนอาจจะไม่ค่อยสบายใจเพราะเคยได้ยินมาว่า GTX 1050 Ti นั้นแรงพอ ๆ กับ GTX 960 และก็คาดหวังว่าจะเห็นการ์ดรุ่นใหม่ทำผลงานได้แบบชนะขาด ดังนั้นเราก็เลยโอเวอร์คล็อกกราฟิกการ์ดรุ่นนี้ แล้วนำมาทดสอบเปรียบเทียบไปในคราวเดียวกันเลย ซึ่งครั้งนี้จะเห็นได้ว่าประสิทธิภาพของกราฟิกการ์ดรุ่นนี้ได้เพิ่มขึ้นมาอย่างมาพอสมควรเลยทีเดียว และทำคะแนนแซง GTX 960 ไปได้ในทุกการทดสอบเรียบร้อยแล้วครับ ส่วนรายละเอียดในการโอเวอร์คล็อกเราก็จะมาดูในหัวข้อถัดไปครับ

 

การโอเวอร์คล็อก

ในการทดสอบโอเวอร์คล็อกกราฟิกการ์ดรุ่นนี้เราสามารถปรับความเร็วของกราฟิกชิปให้เพิ่มจากความเร็วปกติได้ถึง 300MHz คือเพิ่มจาก 1290MHz ไปเป็น 1590MHz โดยความเร็วในการบูสก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 1690MHz แต่การโอเวอร์คล็อกเพื่อให้ใช้งานได้แบบจริงจังนั้น จะไม่สามารถทำแบบสูงสุดได้เนื่องจากข้อจำกัดหลายด้าน รวมไปถึงเรื่องเสถียรภาพในการทำงาน และอย่าลืมว่ากราฟิกการ์ดรุ่นนี้ไม่มีช่องสำหรับต่อไฟเพิ่ม เป็นการใช้ไฟจากสล๊อต PCIe โดยตรงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

และเพื่อให้การโอเวอร์คล็อกในครั้งนี้สามารถนำกราฟิกการ์ดไปใช้งานได้ตามปกติโดยไม่มีปัญหาและสามารถผ่านการทดสอบต่าง ๆ ของเราอย่างครบถ้วน เราก็จะปรับความเร็วของ GPU เพิ่มไปเพียง 200MHz เท่านั้น แต่นั่นก็ทำให้ความเร็วในการบูสเพิ่มไปได้ในระดับ 1800MHz อยู่แล้ว ก็ถือว่าเป็นความเร็วที่สูงอย่างมากสำหรับกราฟิกชิป ยิ่งลองไปเทียบกับความเร็วของกราฟิกชิปทางฝั่ง AMD เราก็จะเห็นได้ว่าความเร็วของการ์ดในตระกูล RX 400 Series จะมีความเร็วไม่สูงนัก แม้จะจับมาโอเวอร์คล็อกก็จะทำความเร็วได้ในระดับ 1500MHz เท่านั้น เว้นแต่จะมีการปรับแต่งเรื่องแรงด้นไฟฟ้า และใช้ชุดระบายความร้อนที่ดีมาก ๆ อย่างการ์ดในตระกูล STRIX ในการโอเวอร์คล๊อกนี้จะเห็นได้ว่าเราปรับความเร็วรอบพัดลมไปที่ 50% เท่านั้น ซึ่งปกติการทดสอบกราฟิกการ์ดรุ่นอื่น ๆ เราจะปรับไปที่ 70% แต่การปรับเพียง 50% นี้ก็สามารถรักษาระดับความร้อนได้ดีแล้วละครับ

ส่วนหน่วยความจำเราปรับขึ้นมาเพียง 100MHz สาเหตุที่เราไม่เน้นการโอเวอร์คล็อกความเร็วของหน่วยความจำของกราฟิกการ์ดให้สูง ๆ ก็เพราะว่า การโอเวอร์คล็อกหน่วยความจำนั้นจะทำให้ค่าของคาบเวลาหรือ Timing มีการเปลี่ยนแปลงไป บางครั้งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงด้วยซ้ำไป

สรุป

ASUS ก็คือ ASUS ครับยังคงรักษาคุณภาพงานไว้ได้เป็นอย่างดีแม้ว่านี่จะไม่ใช่กราฟิกการ์ดรุ่นหรูหราอย่างในสายเกมมิ่งหรือสายโอเวอร์คล็อกประสิทธิภาพสูงก็ตาม เราสามารถใช้กราฟิกการ์ดรุ่นนี้ในแบบเดิม ๆ หรือจะใช้งานด้วยการนำมาโอเวอร์คล็อกเพิ่มเติมในเวลาเล่นเกมก็ได้ครับ ซึ่งก็จะทำให้เราได้รับประสิทธิภาพเพิ่มเติมอย่างที่เห็น ซึ่งเหมาะอย่างมากสำหรับคนที่กำลังมองหากราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ โดยไม่มีภาระเรื่องของพาวเวอร์ซัพลาย เนื่องจากเป็นกราฟิกการ์ดที่ไม่ต้องการไฟเพิ่มเติม ใครที่ใช้กราฟิกการ์ดรุ่นเก่าอย่าง GTX 650 หรือ GTX 750 รวมไปถึง GTX 750Ti ที่ต้องการจะขยับประสิทธิภาพเพิ่มเติมแต่ไม่อยากเปลี่ยนพาวเวอร์ซัพพลาย ASUS Expedition GTX 1050 Ti 4GB รุ่นนี้ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ลงตัวเลยครับ

 

You may also like...