Intel เปิดตัวกราฟิก GEN 11 แรงระดับ GT 1030 พร้อมเผยข้อมูลกราฟิกรุ่นถัดไปที่ชื่อว่า Intel Xe

กราฟิกชิปแบบรวม (iGPU) ที่อยู่ในซีพียูอินเทลในรุ่นปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นคอร์ เจนฯ 8 หรือคอร์เจนฯ 9 นั้นล้วนแต่ใช้กราฟิก Gen 9.5 ที่สืบทอดมาจากกราฟิก Gen 9 ในซีพียู Skylake ตั้งแต่ปี 2015 ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานไม่สูงนัก แต่สำหรับกราฟิก Gen 11 อินเทลได้เพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลไปที่ 1 TFLOPs หรือแรงกว่า GT 1030 ที่มีประสิทธิภาพรวม 0.94 TFLOPs อยู่เล็กน้อย พร้อมการยกเครื่องการเข้ารหัสและถอดรหัสวิดีโอที่ดีขึ้นเรื่องรองรับกับคอนเทนต์ยุคใหม่ที่มีความละเอียดสูงขึ้นด้วย

ในงาน Intel Architecture Day อินเทลได้เปิดเผยถึงสถาปัตยกรรมใหม่บางส่วนของซีพียู Sunny Cove ที่จะมาในปี 2019 และจะมาพร้อมกับกราฟิก Gen 11 ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างที่ได้กล่าวไปในตอนต้น ไม่เพียงเท่านั้นอินเทลยังได้เปิดเผยถึงสถาปัตยกรรมกราฟิกที่ชื่อว่า Intel Xe ที่จะถูกนำมาสร้างเป็นกราฟิกการ์ดแบบแยกที่หลายคนรอคอยกันอีกด้วย แต่ตอนนี้เรามาเริ่มที่รายละเอียดของกราฟิก Gen 11 ที่จะมาพร้อมกับซีพียูรุ่นใหม่ในปีหน้ากันก่อน

เปิดตัวกราฟิก Gen 11 แรงระดับ GT 1030

เป้าหมายของกราฟิก Gen 11 ของอินเทลจะไม่ได้ทำออกมาเพียงรองรับการใช้งานพื้นฐานทั่วไปเหมือนกับกราฟิกรุ่นก่อนหน้าอีกแล้วแต่จะมีความสามารถรองรับการเล่นเกมได้อย่างจริงจังมากขึ้น ด้วยการปรับปรุง EU (Execution Unit) ให้ประมวลผลได้เร็วขึ้น และส่วนนี้อินเทลจะใช้สำหรับการประมวลผลทั่วไปและงานด้าน AI ด้วย, ปรับการเรนเดอร์กราฟิกมาเป็นแบบ Tile-based ที่ให้ประสิทธิภาพสูงแต่ประหยัดพลังงาน, เพิ่มจำนวนหน่วยความจำแคชสำหรับการทำงานภายในตัวกราฟิกให้มากขึ้น, ปรับปรุงส่วนของ Raster (กระบวนการสร้างภาพในขั้นสุดท้าย) โดยใช้เทคนิค Coares Pixel Shading (CPS) ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการลดรอยหยักการให้แสงเงา แม้ว่าเทคนิคนี้อินเทลจะใช้มานานแล้วแต่ก็ได้รับการปรับปรุงในเรื่องลดการใช้ทรัพยากรของระบบให้น้อยลงช่วยให้ได้เฟรมเรตที่สูงขึ้นและได้ภาพที่ดี

นอกจากการปรับปรุงส่วนของ EU แบะ Raster สำหรับการประมวลผลทางด้านกราฟิกแล้วทางอินเทลก็ยังได้ปรับปรุงเรื่องของการเข้ารหัสและถอดรหัสวิดีโอให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ด้วยการปรับปรุงเรื่อง HEVC รองรับ HDR รวมไปถึงเพิ่มจำนวนชุดการถอดรหัสวิดีโอเพื่อให้ทำงานได้เร็วขึ้นและพร้อมสำหรับการสตรีมข้อมูลวิดีโอเมื่อนำไปใช้เซิร์ฟเวอร์สำหรับการใช้บริการงานด้านสตรีมมิ่งวิดีโอ

ส่วนด้านการแสดงผลการเชื่อมต่อกับจอภาพแน่นอนว่ารองรับกับพอร์ตการเชื่อมต่อรุ่นใหม่ทั้งหมดและจะรองรับคุณสมบัติ Adaptive Sync หรือที่ AMD เรียกว่า FreeSync ด้วย (อย่าสับสนกับคำว่า Adaptive V-Sync นะคนละอย่างกัน)

สรุปภาพรวมของกราฟิก Gen 11 คือเพิ่มประสิทธิภาพด้านการนำ GPU มาช่วยการประมวลผล เพิ่มประสิทธิภาพด้านกราฟิก, มัลติมีเดียและการแสดงผล สุดท้ายคือให้ประสบการณ์ในการเล่นเกมที่ดีขึ้น ตรงจุดนี้จะทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์และไดรเวอร์ใหม่ของอินเทลด้วย ซึ่งเราเริ่มได้เห็นกันบ้างแล้ว ลองอ่านข่าวเก่า “Intel เปิดตัวไดรเวอร์กราฟิกแบบใหม่มาตรฐาน UWD สำหรับ Win10 โดยเฉพาะ

กราฟิกรุ่นถัดไป Intel Xe

กราฟิก Gen11 ที่พูดถึงไปนั้นจะเป็นกราฟิกแบบรวมอยู่ในตัวซีพียู แต่สำหรับ Intel Xe ที่จะเปิดตัวในปี 2020 จะมีทั้งกราฟิกการ์ดแบบแยก และกราฟิกที่รวมอยู่ในซีพียูด้วยเลย โดยข้อมูลจากอินเทลแสดงให้เห็นว่าสถาปัตยกรรมกราฟิก Intel Xe นั้นสามารถปรับเปลี่ยนเพิ่มลดขีดความสามารถในการประมวลผลได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นกราฟิกการ์ดสำหรับในการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่อย่างดาต้าเซนเตอร์ การประมวลผลด้าน AI ลงมาถึงกราฟิกการ์ดประสิทธิภาพสูงสำหรับตลาดการเล่นเกม และเล็กสุดที่รวมเป็นส่วนหนึ่งของซีพียู

อย่างไรก็ตามทางอินเทลไม่ได้เปิดเผยถึงลักษณะของสถาปัตยกรรมภายในของ Intel Xe ว่าจะมีรูปแบบเป็นอย่างไร ยังคงใช้พื้นฐานของ Intel Larrabee ซึ่งอินเทลนำมาใช้ตั้งแต่สมัยกราฟิก Gen 7.5 (มาพร้อมกับซีพียู Haswell) หรือใหม่ หรือว่าจะใช้กราฟิกสถาปัตยกรรมใหม่หมดจด เรื่องนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ

ข้อมูล Intel.com / newsroom / wccftech.com

You may also like...