PALiT GTX 1050 StormX (2GB GDDR5) ที่สุดของความคุ้มค่าในการเล่นเกมออนไลน์

PALiT GTX 1050 StromX เป็นกราฟิกการ์ดอีกหนึ่งรุ่นที่มีทั้งความแรงและราคาน่าสนใจในวงเงินประมาณ 4 พันบาท ก็ทำให้คุณสามารถเล่นเกมยอดนิยมอย่าง GTA V และ Battlefield 1 ที่ความละเอียด FHD ได้อย่างสบาย ๆ หรือจะเล่นเกมออนไลน์ทั้งหลายในแบบลื่น ๆ และ Live เกมไปด้วยก็ทำได้อย่างสบายเช่นกัน

ในตอนที่เอ็นวิเดียได้เปิดตัวกราฟิกการ์ด GTX 1050 นั้น ก็ได้มีการเปิดตัว GTX 1050 Ti ไปด้วยพร้อม ๆ กัน แต่ดูเหมือนว่ากระแสของบรรดานักเล่นเกมจะมุ่งตรงไปที่ GTX 1050 Ti กันหมด ทั้ง ๆ ที่ตอนเปิดตัวนั้นเอ็นวิเดียได้พูดถึง GTX 1050 เป็นหลัก ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะในช่วงก่อนหน้านั้นมีข่าวลือเกี่ยวกับ GTX 1050 Ti ออกมามากกว่า GTX 1050 นั่นเอง และอีกประการก็คือเมื่อ GTX 1050 Ti นั้นถูกวางตลาดก่อน GTX 1050 เป็นเวลาเกือบสองส้ปดาห์ทำให้การพูดถึง GTX 1050 Ti เป็นไปอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

 

ส่วนกราฟิกการ์ดที่เราจะมาทดสอบกันในครั้งนี้ก็คือ PALiT GTX 1050 StormX ที่มาพร้อมกับหน่วยความจำ GDDR5-128bit ขนาด 2GB ความเร็ว 1752MHz (7 Gbps) ซึ่งเพียงพอต่อการเล่นเกมออนไลน์ทั้งหลาย และก็ยังเพียงพอต่อการเล่นเกมที่ความละเอียด FHD ในหลาย ๆ เกม กราฟิกชิป GTX 1050 ที่อยู่บนกราฟิกการ์ดรุ่นนี้มีจำนวน CUDA Core ทั้งหมด 640 คอร์ ดูแล้วอาจจะไม่เยอะ แต่ว่านี่เป็นสถาปัตยกรรม Pascal ที่ให้ประสิทธิภาพสูงกว่า Maxwell ทำให้ GTX 1050 นี้มีความแรงเท่ากับ GTX 950 ที่มี CUDA Core ถึง 768 คอร์ ได้อย่างสบาย ๆ ซึ่งเดี๋ยวเราคงได้เห็นในช่วงการทดสอบ

สำหรับความเร็วของ GTX 1050 นั้นถูกตั้งค่า GPU Clock มาค่อนข้างสูง คือ 1354MHz และบูสโหมด 1455MHz ซึ่งเป็นความเร็วที่สูงกว่า GTX 1050 Ti ด้วยซ้ำไป สาเหตุที่ทำให้กราฟิกชิปรุ่นเล็กสามารถมี GPU Clock ได้สูงขนาดนี้ก็เพราะ GTX 1050 นั้นถูกผลิตด้วยเทคโนโลยี 14nm FinFET ทำให้ใช้พลังงานต่ำ ความร้อนน้อย กระบวนการผลิตของ GTX 1050 นั้นเป็นขั้นตอนที่เล็กกว่า GTX 1060/1070/1080 ด้วยซ้ำไป เพราะชิปเหล่านั้นผลิตด้วยเทคโลยี 16nm FinFET จะบอกว่า GTX 1050 ใช้เทคโนโลยีในการผลิตที่ทันสมัยกว่าก็ได้ครับ ความเร็วของกราฟิกชิปและความเร็วของหน่วยความจำในการ์ดรุ่นนี้เป็นการใช้ค่ามาตรฐานของเอ็นวิเดียครับ ทาง PALiT ไม่ได้มีการปรับแต่งความเร็วใด ๆ เพิ่มเติม

PALiT GTX 1050 StormX ได้ออกแบบให้ใช้ PCB ขนาดเล็กครับ มีความยาวเพียง 16.6 เซนติเมตร เท่านั้น ก็จัดว่าเป็นการ์ดที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด จัดเข้าคู่กับเคสเล็ก ๆ ในแบบ Mini-ITX ได้อย่างสบาย ๆ ครับ การ์ดจอรุ่นนี้ไม่ต้องต่อไฟเพิ่มใด ๆ ครับ ทาง PALiT แนะนำว่าพาวเวอร์ซัพพลายขนาด 300 วัตต์ ก็สามารถใช้งานได้แล้ว ส่วนชุดระบายความร้อนที่มากับกราฟิกการ์ดรุ่นนี้ก็เป็นฮีตซิงค์อะลูมิเนียมธรรมดาครับ ทำงานร่วมกับพัดลมระบายความร้อนขนาด 80 มิลลิเมตร ที่ปรับความเร็วรอบอัตโนมัติ

พอร์ตสำหรับเชื่อมต่อกับจอภาพก็จะมีมาให้ 3 พอร์ต ได้แก่ DVI, HDMI และ DisplayPort โดยสามารถต่อจอภาพได้สามจอพร้อม ๆ กัน

เรามาดูการทำงานเบื้องต้นของกราฟิกการ์ดรุ่นนี้กันก่อนครับ วิธีการของเราก็คือเปิดโปรแกรม Unigine Valley วนไปและติดตามการทำงานด้วย GPU-Z ในโหมด Sensor และเมื่อปล่อยให้โปรแกรมทำงานไปสักพักเราก็จะได้เห็นว่ากราฟิกการ์ดแต่ละรุ่นมีคุณลักษณะในการทำงานเป็นอย่างไร

สำหรับการทำงานของ PALiT GTX 1050 StormX ในเบื้องต้นนี้ถือว่าไม่ธรรมดาครับ เพราะสามารถใช้คุณสมบัติ GPU Boost ในการเพิ่มความเร็วของกราฟิกชิปได้สูงถึง 1632MHz จากความเร็วปกติที่ 1354MHz นี่คือยังไม่ได้โอเวอร์คล็อกเลยนะครับ เป็นคุณสมบัติ GPU Boost 3.0 ของเอ็นวิเดียเอง ส่วนอุณหภูมิของตัวกราฟิกชิปก็อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมากคือ 53 องศาเซลเซียสเท่านั้น และในการทดสอบนี้เราก็ไม่ได้เปิดแอร์ครับ อุณหภูมิในห้องอยู่ที่ประมาณ 28 องศาเซลเซียส (ช่วงนี้อากาศเย็น)

 

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ
  • CPU: Intel Xeon E5-1620 V3 (4C/8T) 3.5/3.6GHz
  • Mainboard: ASRock X99 Extreme4
  • RAM: KLEVV DDR4-2800 @2133 (4GBx4) 16GB
  • SSD: SKS ADROIT 480GB (บทความรีวิว), Windows
  • HDD: WD Green 2TB SATA 6.0Gbps, Application/Game
  • Monitor: Philips 288P6 (28”, 4K) (บทความรีวิว)
  • PSU: CoolerMaster V1000
  • OS: Windows 10 Pro (64bit)

การทดสอบ

ในการทดสอบครั้งนี้เราได้นำผลการทดสอบของกราฟิกการ์ด Colorful GTX 1050 Ti มาเป็นตัวเปรียบเทียบหลักครับ เพราะการ์ดรุ่นนี้ไม่ได้มีการโอเวอร์คล็อกมาจากโรงงาน เช่นเดียวกับ PALiT GTX 1050 StormX ก็ไม่มีการโอเวอร์คล็อกมาจากโรงงานเหมือนกัน ถือว่าเป็นการเทียบกันในแบบมาตรฐานเดิม ๆ ก็ว่าได้ เพราะทางเอ็นวิเดียไม่ได้ทำกราฟิกการ์ดรุ่นนี้ออกมาจากหน่ายโดยตรงเหมือนกับกราฟิกการ์ดรุ่นแรง ๆ ส่วนกราฟิกการ์ดอื่นที่เรานำมาเทียบให้ดูก็จะมี RX 460 4GB, GTX 950 OC (เป็นการ์ดที่ได้รับการโอเวอร์คล็อกมาจากโรงงาน 1102MHz/1279MHz), GTX 960 2GB REF และ GTX 1060 6GB FE

 

ผลการทดสอบ

ทดสอบด้วย GPGPU

การทดสอบด้วย GPGPU นั้นถือว่าเป็นการวัดพลังการประมวลผลแบบดิบ ๆ ของกราฟิกชิปแต่ละตัวครับ และแน่นอนว่า GTX 1050 นั้นไม่สามารถสู้กับ GTX 1050 Ti ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเทียบกับ GTX 950 ก็จะเห็นได้ว่าคะแนนของ GTX 1050 นั้นทำได้ดีกว่าเล็กน้อยครับ

 

ทดสอบด้วย 3DMark

ในการทดสอบด้วย 3DMark ตอนนี้ GTX 950 นั้นทำคะแนนได้ดีกว่า GTX 1050 อยู่เล็กน้อยครับ ถือว่าเป็นการพลิกกลับมา แต่ก็อย่าลืมว่า GTX 1050 มีความได้เปรียบตรงที่ไม่ต้องต่อไฟเพิ่มแบบ 6 พิน เหมือนกับ GTX 950

การทดสอบด้วยเกม

ตอนนี้ก็มาถึงช่วงเวลาในการทดสอบทางด้านเกมกันแล้วครับ ในภาพรวมเราจะเห็นได้ว่า PALiT GTX 1050 StormX นั้นทำคะแนนได้ใกล้เคียงกับ GTX 950 OC อย่างมากแทบจะทุกการทดสอบ PALiT GTX 1050 StormX อาจจะมีคะแนนนำบ้างตามบ้างแต่ก็ต่างกันเพียงไม่กี่เฟรม ที่จะดูโดดเด่นเป็นพิเศาก็คือการทดสอบด้วยเกม GTA V ที่ความละเอียด FHD จะเห็นได้ว่า PALiT GTX 1050 StormX ทำเฟรมเรตได้สูงถึง 74 FPS ส่วน GTX 950 OC ทำได้เพียง 61 FPS เท่านั้นเอง และที่ความละเอียด 1440p ของเกม GTA V ก็ให้ผลที่ต่างกันอย่างชัดเจนเช่นกัน แต่ถ้าไปเทียบกับกราฟิกการ์ดของค่ายแดงอย่าง RX 460 รุ่น 4GB ก็จะเห็นได้ว่าคะแนนที่เป็นเกมแบบ DX11 นั้น PALiT GTX 1050 StormX นั้นจะทำได้ดีกว่าแต่พอมาเป็นเกมที่ใช้ DX12 ทาง RX 460 4GB ก็จะทำคะแนนเพิ่มขึ้นมาได้ใกล้เคียงกัน (อย่างไรก็ตามผลการทดสอบของ RX 460 4GB นั้นยังคงใช้ไดรเวอร์รุ่นเก่าถ้าเป็นไดรเวอร์ใหม่ที่ชื่อ ReLive ประสิทธิภาพน่าจะเพิ่มขึ้นมาอีก)

 

การโอเวอร์คล็อก

เราเคยลองโอเวอร์คล็อกกราฟิกการ์ดอย่าง GTX 1050 Ti มาแล้ว ก็พบว่าสามารถโอเวอร์คล็อกเพิ่มเติมได้ดี แต่สำหรับ GTX 1050 นั้นทีแรกเราก็ไม่แน่ใจว่าจะโอเวอร์คล็อกได้ดีหรือไม่ เพราะความเร็วในส่วนของ GPU Clock นั้นแต่เดิมก็มีความเร็วสูงกว่า GTX 1050 Ti ด้วยซ้ำไป แต่พอได้ลองโอเวอร์คล็อกจริง ๆ ก็พบว่า PALiT GTX 1050 StormX นั้นโอเวอร์คล็อกได้ดีเลยละครับ เราสามารถปรับความเร็วของ GPU Clock จาก 1354MHz เพิ่มมาเป็น  1604MHz และเมื่อให้กราฟิกการ์ดทำงานจริงรวมกับคุณสมบัติ GPU Boost ก็ทำให้ GPU Clock เพิ่มสูงถึงระดับ 1800MHz ได้อย่างสบาย ๆ สำหรับการระบายความร้อนนั้นเราก็สามารถปล่อยให้พัดลมทำงานโดยอัตโนมัติก็ได้ แต่ในการทดสอบของเราก็จะปรับไว้ที่ 70% เป็นมาตรฐานในการทดสอบของเราครับทำให้อุณหภูมิของกราฟิกการ์ดนั้นอยู่ในระดับ 49 องศาเซลเซียสเท่านั้น (ทดสอบในห้องอุณหภูมิ 28 องศา ไม่ได้เปิดแอร์)  ส่วนหน่วยความจำก็ปรับขึ้นมาได้พอสมควรครับปรับจาก 1750MHz ไปเป็น 2002MHz ได้อย่างสบาย ๆ เช่นกัน

สรุป

แม้ว่ากระแสของ GTX 1050 อาจจะแรงสู้ GTX 1050 Ti ไม่ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วด้วยราคาและประสิทธิภาพกราฟิกการ์ดที่ใช้ชิป GTX 1050 อย่างเช่น PALiT GTX 1050 StormX (2GB GDDR5) ก็ยังจัดได้ว่าเป็นกราฟิกการ์ดที่มีประสิทธิภาพที่น่าสนใจ เพราะถ้าดูผลการทดสอบแล้วก็จะเห็นได้ว่ากราฟิกการ์ดรุ่นนี้สามารถทำเฟรมเรตให้กับเกม GTA V ที่ความละเอียด FHD ได้สูงระดับ 70 FPS เลยทีเดียว ดั้งนั้นถ้าเกมส่วนใหญ่ที่คุณเล่นคือเกมออนไลน์กราฟิกการ์ดรุ่นนี้ก็ให้ประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่มากเกินพอแล้วละครับ ส่วนเรื่องราคานั้นก็อยู่ในระดับ 4 พันบาท +/- ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและโปรโมชันตามสไตล์ของเดวาส์ฯ ผู้เป็นตัวแทนจำหน่ายของ PALiT ละครับ กราฟิกการ์ดรุ่นนี้ก็เหมาะอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการอัปเกรดจาก GT 730 และ GTX 650 หรือรุ่นอื่นที่ต่ำกว่า เพราะว่าเราสามารถอัปเกรดได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนพาวเวอร์ซัพพลายนั่นเองครับ

 

You may also like...