ผลทดสอบ Ray Tracing ในเกม Battlefield V บน Titan V ให้ประสิทธิภาพที่น่าพอใจแม้ไม่มี RT Core

เว็บไซต์ 3dcenter.org ได้รายงานว่า ผู้ใช้เว็บบอร์ดของตนที่ชื่อว่า “TobiWahnKenobi” ได้ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของ Ray Tracing ในเกม Battlefield V ด้วยกราฟิกการ์ด Titan V ซึ่งประสิทธิภาพที่ออกมานั้นอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจแม้ว่า Titan V จะไม่มี RT Core สำหรับประมวลผลด้าน Ray Tracing โดยเฉพาะ

ผลการทดสอบด้วยความละเอียด WQHD (3440 × 1440) เปิดรายละเอียด Ray Tracing ระดับ High ได้เฟรมเรตราว 80 FPS แต่ถ้ามาเล่นในโหมด Multiplayer ที่จะใช้ทรัพยากรฮาร์ดแวร์มากกว่า ในฉาก Rotterdam ปรับรายละเอียด Ray Tracing ในระดับ Mediumเฟรมเรตที่ได้อยู่ราว 67 FPS และเมื่อปรับรายละเอียดของ Ray Tracing เพิ่มขึ้นเป็นระดับ High เฟรมเรตที่ได้จะอยู่ที่ 56 FPS แม้ว่าจะลดลงมาเยอะเมื่อเทียบกับการเล่นในโหมดเนื้อเรื่องก็ยังถือว่าเป็นเฟรมเรตที่ออกมาในเกณฑ์ที่ดี อย่างไรก็ตามเมื่อนำผลทดสอบนี้มาเทียบกับกราฟิกการ์ดอย่าง RTX 2080 Ti (TU102) ก็จะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างกันค่อนข้างมากโดยเฉพาะเมื่อเล่นในโหมด Multiplayer ลองดูตารางเปรียบเทียบด้านล่าง

เป็นที่ทราบกันดีกว่าก่อนที่จะมีกราฟิกการ์ดในตระกูล RTX ออกมานั้นทางเอ็นวิเดียและผู้พัฒนาเกมได้เปิดตัวการทำงานของ Ray Tracing กับกราฟิกการ์ด Titan V และการที่ Titan V สามารถรองรับการทำงานของ Ray Tracing ได้ดีในระดับหนึ่งแม้ไม่มี RT Core ก็เป็นเพราะว่ามีจำนวน CUDA Core มากมายถึง 5120 คอร์ และยังใช้หน่วยความจำแบบ HMB2 ที่ให้แบนด์วิดสูงถึง 652.5GB/s และที่สำคัญถ้าไม่นับ RT Core ที่เพิ่มเข้ามาใน Turing สถาปัตยกรรม Volta ที่อยู่ใน Titan V ก็ยังถือว่ามีพลังในการประมวลผลมากอยู่ดีด้วยการมีทั้ง INT32, FP32 และ FP64 ในขณะที่ Turing มีแค่ INT32 กับ FP32 เท่านั้น

อย่างไรก็ตามการทดสอบนี้ก็ทำให้เราพอมองเห็นแล้วกว่าการมีฮาร์ดแวร์อย่าง RT Core นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญและส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากข้อมูลผลทดสอบทางด้านบนที่เฟรมเรตในการเล่นของ RTX 2080 Ti นั้น อยู่ในระดับสูงตลอดเวลาไม่ว่าจะเล่นในโหมดเนื้อเรื่อง หรือในโหมด Multiplayer

Cr: Twitter
@NVIDIAGeForce

ข้อมูล 3dcenter.org, wccftech.com

You may also like...