BIOSTAR H310MHD PRO2 เมนบอร์ดรุ่นเล็ก สเปคลงตัว

BIOSTAR เป็นหนึ่งในเมนบอร์ดที่ทำตลาดในบ้านเรามาอย่างยาวนาน แต่ว่ามีการเปลี่ยนแปลงตัวแทนจำหน่ายค่อนข้างบ่อยจึงทำให้เรื่องของการตลาดขาด ๆ หาย ๆ ไปบ้าง แต่สถานการณ์ต่าง ๆ ก็เริ่มดีขึ้นมาแล้วครับเพราะว่าตอนนี้เมนบอร์ดของ BIOSTAR ได้มาอยู่ในมือของบริษัท เอสเซนตี้ รีซอร์สเซส จํากัด (ARC) ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้วางใจเพราะให้การรับประกันและบริการหลังการขายทีดีในระดับแนวหน้าของวงการเลยก็ว่าได้

มาที่เรื่องราวของเมนบอร์ดที่เราจะทดสอบกันในวันนี้ครับนั่นก็คือ BIOSTAR H310MHD PRO2 ก็ถือว่าเป็นเมนบอร์ดตัวแรกจาก BIOSTAR และเป็นเมนบอร์ดตัวแรกที่ได้รีวิวในปีนี้ด้วยครับ

รองรับซีพียูได้ถึงคอร์ เจนฯ 9

เมนบอร์ดรุ่นนี้ใช้ซ็อกเก็ต LGA 1151 พร้อมด้วยชิปเซต Intel H310 ซึ่งถือว่าเป็นชิปเซตรุ่นเล็กสุดในตระกูล Intel 300 Series แต่ก็สามารถติดตั้งซีพียูในตระกูล Coffee Lake ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นซีพียูในกลุ่มคอร์ เจนฯ 8 หรือคอร์ เจนฯ 9 ไม่ว่าจะเป็นซีพียูที่ลงท้ายด้วยระหัส K, F หรือ KF ก็ตาม เพียงแต่ถ้าจะใช้กับคอร์ เจนฯ 9 ได้นั้นก็ต้องทำการอัปเกรดไบออสก่อนเท่านั้นเอง และซีพียูที่ใช้งานกับเมนบอร์ดรุ่นนี้จะต้องมีค่า TDP ไม่เกิน 95 วัตต์ (ตรวจสอบรุ่นซีพียูที่รองรับได้ที่นี่)

เมนบอร์ดมาในรูปแบบของ microATX แต่ก็เป็น microATX ที่มีขนาดเล็กกว่ามาตรฐานทั่วไปอยู่เล็กน้อยเพราะมีความกว้างเพียง 17.7 เซนติเมตรเหมือนกับเมนบอร์ดในกลุ่ม ITX แต่ว่ายังคงมีความยาวเท่ากับเมนบอร์ด microATX ทั่วไปครับ และด้วยความกว้างของเมนบอร์เพียง 17.7 เซนติเมตร ทำให้เมนบอร์ดรุ่นนี้มีสล็อตสำหรับติดตั้งหน่วยความจำ DDR4 มาให้เพียงสองสล๊อตเท่านั้น แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานแล้วครับ และถ้าเราวางแผนการใช้งานและการอัปเกรดดี ๆ สล๊อตแรมที่มีมาให้สองช่องนี้ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร เพราะสามารถติดตั้งหน่วยความจำได้สูงสุดถึง 32GB แถมยังตอบโจทย์คนที่ต้องการประกอบคอมพิวเตอร์ที่ใช้เคสขนาดเล็กเป็นพิเศษอีกด้วย ความเร็วของหน่วยความจำที่รองรับก็ขึ้นอยู่กับรุ่นของซีพียูที่นำใช้ครับว่ารองรับความเร็วของหน่วยความจำ DDR4 ได้มากน้อยขนาดไหน

BIOSTAR H310MHD PRO2 มาพร้อมกับสล็อตสำหรับติดตั้งการ์ด PCIe ด้วยกันทั้งหมด 3 ช่องด้วยกัน เป็น PCIe 3.0 x16 หนึ่งสล๊อตและ PCIe 2.0 x1 อีกสองสล็อต สำหรับสล็อต PCIe 3.0 x16 นี้มีการติดตั้งแกนโลหะเล็ก ๆ ขึ้นมาสองจุด โดยทาง BIOSTAR เรียกส่วนนี้ว่า Iron bar protection ทำหน้าที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับสล็อต PCIe 3.0 x16 เพื่อให้รองรับกราฟิกการ์ดขนาดใหญ่ที่มีนำหนักมากได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ก็ยังมีคอนเน็คเตอร์สำหรับติดตั้ง SSD แบบ M.2 มาให้ด้วย แต่ว่ารองรับการทำงานด้วยความเร็วสูงสุดเพียง 10Gbps เท่านั้น คือสามารถนำ SSD M.2 ที่เป็นทั้ง SATA และ PCIe รวมถึง PCIe NVMe มาติดตั้งได้แต่ก็จะให้แบนด์วิดธ์ไม่เกิน 10Gbps สาเหตุที่ทำให้มีความเร็วตรงนี้ไม่มากนักก็เนื่องจากตัวชิปเซต H310 นั้นมี PCIe เลนทั้งหมดเพียง 6 เลน เท่านั้นครับ ดังนั้นเวลาเลือกซื้อ SSD M.2 มาติดตั้งก็เลือกรุ่นที่เป็น SATA หรือ PCIe ธรรมดาก็เพียงพอแล้วครับ ส่วนพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อไดร์ฟแบบ SATA ดั้งเดิมก็ยังมีมาให้ใช้งาน 4 พอร์ตด้วยกันครับรองรับความเร็ว 6.0Gbps

พอร์ตเชื่อมต่อที่มีมาให้อาจจะไม่ได้ดูเยอะแยะมากมายเหมือนกับเมนบอร์ดรุ่นใหญ่ ๆ ครับ แต่ทั้งหมดที่ให้มาก็จัดว่าเพียงพอต่อการใช้งานแบบสบาย ๆ แล้ว มีพอร์ต PS/2 สำหรับเมาส์และคีย์บอร์ดแยกต่างหากมาให้ สำหรับคนที่ต้องการประกอบเครื่องแล้วจำเป็นต้องใช้งานร่วมกับฮาร์ดแวร์เก่า ๆ ก็ทำได้ ถัดมาก็เป็นส่วนของพอร์ตต่อจอภาพ ก็มีมาครบทั้ง VGA, DVI และ HDMI ตามมาด้วยพอร์ต USB 2.0 สองช่อง, พอร์ต USB 3.1 Gen1 สองช่อง และชุดพอร์ต GigabitLAN ที่มาพร้อมกับ USB 2.0 อีกสองช่อง และปิดท้ายด้วยชุดคอนเน็คเตอร์สำหรับระบบเสียงที่รองรับได้ถึง 7.1CH อีกต่างหาก และคุณภาพเสียงก็ถือว่าใช้ได้ดีเลยครับด้วยชิปเสียง ALC887 ที่เป็นรุ่นยอดนิยม

สำรวจ BIOS ของเมนบอร์ด

สำหรับ BIOS ของเมนบอร์ดรุ่นนี้โดยรวมแล้วก็ยังคงเหมือนกับเมนบอร์ดรุ่นก่อนหน้าที่ใช้ชิปเซต Intel 200 Series ทั้งหลายรวมไปถึงรุ่น Racing ด้วย การออกแบบตำแหน่งของเมนูต่าง ๆ ก็คล้ายคลึงกันเพียงแต่บางส่วนของ BIOS ในเมนบอร์ดรุ่นนี้จะถูกระงับการใช้งานไปบ้างบางส่วนเพราะเป็นเมนบอร์ดที่ไม่รองรับการโอเวอร์คล็อกและการปรับแต่ประสิทธิภาพเป็นการพิเศษ แต่ถ้าเป็นฟังก์ชันการใช้งานทั่วไป เช่นการกำหนดตั้งค่าการทำงานของกราฟิก iGPU หรือการเลือกใช้กราฟิกการ์ดแบบแยก การกำหนดค่าการทำงานของไดรฟ์สำหรับจัดเก็บข้อมูล และอื่น ๆ เช่นระบบเครือข่าย ระบบเสียง สิ่งเหล่านี้ยังคงมีให้อย่างครบถ้วนครับ

หน้าจอหลักของ BIOS ที่ใช้ตรวจสอบข้อมูลทั่วไปของเมนบอร์ดและสถานะการทำงานโดยรวมของอุปกรณ์ที่ติดตั้ง
Advanced เป็นหนัาจอสำหรับปรับแต่งการทำงานอย่างละเอียดของส่วนต่าง ๆ เกือบทั้งหมดของเมนบอร์ด รวมถึงตั้งค่าการทำงานของซีพียูด้วย
ส่วนใครที่ต้องการตั้งค่าการทำงานเกี่ยวกับกราฟิกการ์ดแยก iGPU และการแชร์หน่วยความสำหรับการแสดงผลให้เข้ามาที่เมนู Setup
เมนู Boot ใช้เลือกไดร์ฟหลักที่เราต้องการให้บูตเข้าสู่วินโดวส์ และเป็นการตั้งค่าเริ่มต้นพื้นฐานการทำงานของตัวเมนบอร์ดเองด้วยว่าจะให้ทำงานในโหมดใด
เมนู Security ใช้สำหรับตั้งรหัสผ่านการเข้าสู่ไบออส รวมไปถึงตั้งค่าความปลอดภัยในการ Boot ด้วย แต่ว่าต้องทำงานในโหมด UEFI และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในขั้นตอนการบูตทั้งหมดต้องรองรับ UEFI ด้วย
เมนู O.N.E จะใช้สำหรับปรับแต่งรายละเอียดการทำงานของซีพียู และถ้าอยู่ในเมนบอร์ดที่รองรับการโอเวอร์คล็อกของ BIOSTAR เราก็จะมาปรับแต่งกันในหน้าจอนี้ แต่สำหรับเมนบอร์ดรุ่นนี้ก็ทำได้เฉพาะเรื่องการกำหนดรูปแบบการใช้พลังงาน
อีกหนึ่งหัวข้อย่อยในเมนู O.N.E ก็คือใช้สำหรับปรับแต่งการทำงานของหน่วยความจำอย่างละเอียด ถึงแม้เมนบอร์ดรุ่นนี้จะไม่รองรับการโอเวอร์คล็อกหน่วยความจำ แต่เราสามารถปรับแต่งค่า Timing ของหน่วยความจำเองได้ถ้าต้องการ

การทดสอบ

การทดสอบครั้งนี้เราใช้ซีพียู Intel Core i3-8100 (4C/4T) 3.6GHz หน่วยความจำ Apacer Panther DDR4-2400MHz 8GBx2, SSD Apacer 120GB SATA 6.0Gbps สำหรับติดตั้งวินโดวส์และโปรแกรม ส่วน SSD อีกหนึ่งตัวที่ติดตั้งเพิ่มเติมคือ HP SSD EX230 M.2 NVMe 256GB โดย SSD รุ่นนี้ติดตั้งเพิ่มเติมเพื่อใช้ทดสอบความเร็วของคอนเน็คเตอร์ M.2 บนเมนบอร์ด และใช้กราฟิกการ์ด GTX 1080 FE เพื่อทดสอบความเข้ากันได้กับฮาร์ดแวร์และการรองรับกราฟิกการ์ดที่มีประสิทธิภาพสูง

อุ่นเครื่องกันด้วย Cinebench R15 คะแนนซีพียูแบบ Multiple Thread ออกมาที่ 580cb ส่วน Singel Core ออกมาที่ 154cb และ OpenGL ได้ 55.61 FPS ก็เป็นไปตามเกณฑ์ของซีพียูรุ่นเล็กครับ

คะแนนหน่วยความจำจากการทดสอบด้วย AIDA64 ก็จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติเช่นกัน จะเห็นได้ว่าเราปล่อยให้เมนบอร์ดเลือกค่าการทำงานของหน่วยความจำไปแบบอัตโนมัติ แม้ว่าเราสามารถตั้งค่า Timing ได้เองให้เท่ากับค่า XMP ของหน่วยความจำ แต่เราทดสอบแล้วพบว่าค่า Latency มันเพิ่มขึ้นจาก 63.0ns ไปอีกเล็กน้อย เรามองว่าน่าจะปล่อยให้เมนบอร์ดเลือกค่าที่เหมาะสมเองจะดีกว่า แต่ถ้ามีเวลาปรับจูนจริง ๆ ก็อาจจะได้ผลดีก็ได้ แต่นั่นคงใช้เวลานานพอดู แต่ในเบื้องต้นตรงนี้ก็ทำให้เราทราบว่าแม้เมนบอร์ดรุ่นนี้จะไม่มีรองรับเรื่องการโอเวอร์คล็อกทั้งซีพียูและหน่วยความจำ แต่เราก็สามารถปรับแต่งค่า Timing ของหน่วยความจำเองได้ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ

ต่อมาเป็นการทดสอบด้วย Realbench 2.56 คะแนนจากโปรแกรม Realbench ที่ได้จากตัวซีพียูและกราฟิกในตัวก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับโดยเฉพาะคะแนน Image Editing ถือว่าสูงมาก ส่วนคะแนนอื่น ๆ แม้จะไม่สูงมากเพราะเป็นซีพียูรุ่นเล็กแบบ 4 คอร์ 4 เธรด เท่านั้น และยังมีความเร็วเพียง 3.6GHz แต่ก็ถือว่าทำงานได้ดี

อย่างที่ได้กล่าวไปในตอนแรกครับว่าเราได้ติดตั้ง SSD M.2 เพิ่มไปในระหว่างการทดสอบด้วย โดยใช้ HP SSD EX230 M.2 NVMe 256GB และคะแนนการทดสอบก็ออกมาอย่างที่เห็นครับ ถ้าเทียบกับ NVMe ก็ต้องบอกว่านี่เป็นคะแนนที่น้อย แต่ถ้าบอกว่าคอนเน็ตเตอร์ M.2 บนเมนบอร์ดรุ่นนี้รองรับ PCIe ที่ 10Gbps ก็จะทราบได้ว่านี่คือความเร็วสูงสุดที่ทำได้ตามคุณสมบัติของตัวเมนบอร์ดแล้วครับ เนื่องจากชิปเซตที่ใช้เป็นรุ่นเล็กมีจำนวน PCIe เลนน้อยมากเพียง 6 เลน เท่านั้น แต่การใช้งานทั่วไปนี่ก็คือว่าสูงกว่า SATA 6.0Gbps เกือบเท่าตัวแล้วครับ ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว

การทดสอบที่ผ่านมาทั้งหมดเราใช้ iGPU ที่อยู่ในตัวของซีพียู Core i3-8100 ล้วน ๆ เลยครับไม่ได้ใช้กราฟิกการ์ดแบบแยก แต่การทดสอบต่อไปนี้ครับคือการทดสอบด้วยโปรแกรม 3DMark พร้อมกับการติดตั้งกราฟิกการ์ด GTX 1080 FE เพิ่มเติมลงไปเพื่อดูว่าเมนบอร์ดเล็ก ๆ อย่างนี้กับซีพียูรุ่นเล็กอย่าง Core i3-8100 จะรีดพลังจาก GTX 1080 FE ออกมาได้มากขนาดไหน

ทั้งคะแนน 3DMark ในส่วนของ Fire Strike และ Time Spy ก็พอจะทำให้เราได้เห็นแล้วนะครับว่าแม้จะเป็นเมนบอร์ดรุ่นเล็กแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการใช้งาน GTX 1080 FE และยังสามารถทำคะแนนการทดสอบออกมาอยู่ในระดับสูงอย่างน่าพอใจครับ

สรุปหลังการใช้งาน

ในภาพรวมเราก็คิดว่าเมนบอร์ดรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานในแบบที่เรียบง่ายครับ และถึงจะเป็นเมนบอร์ดรุ่นเล็กที่ใช้ชิปเซต Intel H310 แต่ในการทดสอบก็ได้เห็นแล้วว่าก็มีประสิทธิภาพดีพอที่จะดึงความสามารถจากอุปกรณ์หลักทั้งซีพียูและกราฟิกการ์ดออกมาได้อย่างไม่เป็นปัญหา จะมีก็เพียงข้อจำกัดทางด้านเทคนิคที่ทำให้คอนเน็คเตอร์ M.2 รองรับ SSD PCIe ด้วยความเร็วสูงสุดเพียง 10Gbps เท่านั้น แต่การทำงานในส่วนอื่น ๆ เราก็คือว่าเป็นเมนบอร์ดที่ใช้งานได้ดี

โดยพื้นฐานเองก็เป็นเมนบอร์ดที่ไม่ได้รองรับเรื่องการโอเวอร์คล็อกซีพียูอยู่แล้วจึงไม่ต้องมีออปชันอะไรเพิ่มเติมมาให้มากมาย แต่ก็สามารถรองรับการทำงานร่วมกับซีพียูของอินเทลได้ทั้งคอร์ เจนฯ 8 และ เจนฯ 9 ซึ่งทำให้เรามีตัวเลือกของซีพียูที่จะใช้กับเมนบอร์ดรุ่นนี้ได้มากมายไม่ว่าคุณจะนำเมนบอร์ดรุ่นนี้ไปประกอบเป็นคอมพิวเตอร์ใช้งานประจำวันแบบง่าย ๆ ก็สามารถเลือกใช้งานร่วมกับซีพียูในตระกูล Pentium หรือต้องการประสิทธิภาพมากขึ้นมาหน่อยก็สามารถใช้งานควบคู่กับ Core i3 หรือ Core i5 ได้อย่่างลงตัว โดยที่จะใช้กราฟิกภายในตัวซีพียูเอง หรือจะใช้กราฟิกการ์ดแบบแยกก็ได้เพราะบนเมนบอร์ดเองก็มีช่องสำหรับต่อจอภาพมาให้ค่อนข้างจะพร้อม

ส่วนเรื่องความทนทานเราคิดว่าไม่น่าเป็นกังวลครับเพราะช่วงสองสามปีมานี้ BIOSTAR เองก็มีประสบการณ์สามารถผลิตเมนบอร์ดที่ใช้กับตลาดขุดเหรียญดิจิทัลต่าง ๆ มามากพอสมควรซึ่งเป็นงานที่หนัก ดังนั้นการผลิตเมนบอร์ดเพื่อรองรับการใช้งานสำหรับผู้ใช้ทั่วไปจึงไม่น่าเป็นปัญหาครับ ที่สำคัญคือ BIOSTAR H310MHD PRO 2 นี้มีราคาอยู่ราว ๆ 1,800 บาท เท่านั้นเอง พร้อมรับประกันยาวนานถึง 3 ปี ทำให้เป็นเมนบอร์ดสำหรับซีพียูคอร์ เจนฯ 8 และเจนฯ 9 ที่มีความคุ้มค่าน่าใช้งานอย่างมากอีกรุ่นครับ

ข้อมูลเมนบอร์ดเพิ่มเติม https://www.biostar.com.tw/app/en/mb/introduction.php?S_ID=921#overview

You may also like...