MSI X299 SLI PLUS รองรับซีพียูตัวแรงในราคาไม่แรง

MSI X299 SLI PLUS หนึ่งในเมนบอร์ดชิปเซต X299 ที่น่าสนใจมากที่สุดรุ่นหนึ่งในตอนนี้ครับ เพราะว่าเป็นเมนบอร์ดที่มีราคาไม่สูงนักเมื่อเทียบกับเมนบอร์ดชิปเซต X299 ทั่วไปที่มีราคาในระดับหมื่นห้าขึ้นไป แต่สำหรับเมนบอร์ดรุ่นนี้มีราคาอยู่ราว ๆ 12,200 บาท เท่านั้น

เมนบอร์ด MSI X299 SLI PLUS ใช้ซ็อกเก็ต LGA 2066 รุ่นล่าสุดของอินเทลรองรับซีพียู Core X-Series มีสล๊อตสำหรับติดตั้งหน่วยความจำ DDR4 มาให้ 8 สล๊อต รองรับหน่วยความจำแบบ Quad-Channel และ Dual-Channel ขึ้นอยู่กับรุ่นของซีพียูที่ใช้ รวมไปถึงขนาดของหน่วยความจำที่สามารถติดตั้งได้สูงสุดด้วย เนื่องจากซีพียูที่สามารถนำมาใช้กับเมนบอร์ดซ็อกเก็ต LGA 2066 นั้นประกอบไปด้วยซีพียูที่มีสถาปัตยกรรมแตกต่างกันเล็กน้อย (แต่ก็ยังอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน) ประกอบไปด้วยซีพียูที่ใช้สถาปัตยกรรม Skylake-X (รองรับหน่วยความจำ Quad-Channel) และ Kaby lake-X (รองรับหน่วยความจำ Dual-Channel)

Socket 2066
CPU (Max Support) X-Series
Chipset Intel® X299 Chipset
DDR4 Memory
Intel® Core™ X-series Processors (6-core above 78XX/79XX) – Quad channel memory support DDR4 2133/2400/2667MHz (OC 4133+)
Intel® Core™ X-series Processors (4 core i7-7740X/i5-7640X) – Dual channel memory support DDR4 2133/2400/2667MHz (OC 4133+)
Memory Channel Quad / Dual Channel
DIMM Slots 8
Max Memory (GB) 128
PCI-Ex16 4
PCI-E Gen Gen3
PCI-Ex1 2
SATAIII 8
M.2 Slot 2
U.2 1
RAID 0/1/5/10
TPM (header) 1
LAN 10/100/1000*2
USB 3.1 ports (Front) 1(Gen2 ,Type C)
USB 3.1 ports (Rear) 2(Gen2 ,Type A+C)
USB 2.0 ports (Front) 4
USB 2.0 ports (Rear) 4
Audio ports (Rear) Realtek® ALC1220 Codec
Form Factor ATX
SLI Yes
CrossFire Yes

การออกแบบตำแหน่งของซีพียูและหน่วยความจำยังคงเหมือนกับแพลตฟอร์ม LGA 2011 แม้ว่าจะเปลี่ยนมาเป็นซ็อกเก็ต LGA 2066 แต่ถ้าใครมีชุดระบายความร้อนของ LGA 2011 อยู่แล้วก็สามารถนำมาใช้งานร่วมกันได้ทันที สำหรับการติดตั้งหน่วยความจำนั้นแนะนำว่าให้เปิดดูคู่มือสักนิดครับเพื่อความสะดวกและลดปัญหา แม้จะเป็นเมนบอร์ดที่รองรับ Quad-Channel แต่ก็สามารถใช้หน่วยความจำแบบ Dual-Channel ได้เช่นกัน นอกจากนี้แล้วการรองรับหน่วยความจำแบบ Quad/Dual-Channel นั้นก็ขึ้นอยู่กับรุ่นของซีพียูอีกด้วยครับ

 

 

ภาคจ่ายไฟของเมนบอร์ดรุ่นนี้เป็นแบบ 9 เฟส ที่สามารถรองรับการโอเวอร์คล็อกซีพียูแบบ 8 คอร์ 16 เธรด ที่เรากำลังทดสอบได้ อย่างสบาย ๆ

 

ถ้าดูตามชื่อรุ่นของเมนบอร์ดเราก็จะเห็นได้ว่าเมนบอร์ดรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้รองรับการทำงานของกราฟิกการ์ดแบบ SLI ซึ่งเป็นกราฟิกการ์ดของค่าย NVIDIA แต่จริง ๆ แล้วเมนบอร์ดรุ่นนี้ก็รองรับการทำงานในแบบ CrossFire ของทาง AMD ด้วย โดยมีสล๊อต PCIe x16 ทั้งหมด 4 สล๊อต โดยมีสล๊อตที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อการติดตั้งกราฟิกการ์ดมาให้สองสล๊อต และมี PCIe x1 มาให้อีกสองสล๊อต พร้อมด้วยคอนเน็ตเตอร์แบบ M.2 สำหรับการติดตั้ง SSD มาให้อีกสองชุด

 

เมนบอร์ดรุ่นนี้มีพอร์ต SATA 6.0Gbps มาให้ทั้งหมด 8 พอร์ต พร้อมด้วย U2

 

มาดูทางด้านหลังของเมนบอร์ดกันบ้างครับ ทางด้านซ้ายสุดจะมีปุ่มอยู่สองปุ่มครับปุ่นบนคือปุ่มสำหรับ Clear CMOS หรือการคืนค่า BIOS ให้กลับไปสู่จุดเริ่มต้น ส่วนปุ่มด้านล่างคือ BIOS Back คือการย้อนกลับไปค่าที่สามารถใช้งานได้ล่าสุด สองปุ่มนี้ก็จะช่วยให้คนที่ชอบเซตค่าต่าง ๆ ใน BIOS ทำงานได้สะดวกขึ้น ถัดมาก็มีพอร์ต PS/2 สำหรับต่อเมาส์หรือคีย์บอร์ดพร้อมด้วยพอร์ต USB 2.0 ถัดไปอีกก็จะเป็นพอร์ต USB 2.0 กับ พอร์ต USB 3.1 Gen 1 ตามมาด้วยพอร์ต LAN ช่องที่ 1 ที่มาพร้อมกับ USB 3.1 Gen 1 อีกสองช่อง ถัดไปก็มีพอร์ต LAN ช่องที่ 2 มาพร้อมกับ USB 3.1 Gen 2 และ USB 3.1 Gen 2 Type C และด้านขวาสุดก็จะเป็นชุดสำหรับต่อกับระบบเสียงทั้งไมโครโฟน หูฟัง และช่องออปติคอล S/PDIF-Out

 

เมนบอร์ดรุ่นนี้มาพร้อมกับ LED Debug แบบ 7-Segment สำหรับบอกเป็นโคดเลขฐาน 16 และมี LED ที่ช่วยแจ้งสถานะแบบง่าย ๆ ว่ามีปัญหาเกิดขึ้นที่ใด เช่น CPU, RAM, VGA ช่วยเพิ่มความสะดวกในการวิเคราะห์ปัญหา

 

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ

  • CPU: Intel Core i7-7820X 3.6GHz/4.3GHz (8C/16T)
  • Mainboard: MSI X299 SLI PLUS
  • RAM: KLEVV CRAS DDR4-2800 16GB (4GB x 4)
  • VGA: NVIDIA GeForce GTX 1080 Founder Edition
  • SDD: Deva’s 120GB SATA 6.0GB/s
  • HDD: WD Green 2TB SATA 6.0GB/s
  • PSU: Antec HighCurrent PRO 850W
  • Monitor: Philips 243V5 (1920×1080@60Hz)
 
การทดสอบ

สำหรับการทดสอบเมนบอร์ดของเราในเวลานี้เราคงไม่ได้เน้นไปที่เรื่องของประสิทธิภาพในการทำงานมากนัก เนื่องจากเมนบอร์ดแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อในยุคปัจจุบันถ้าเป็นชิปเซตเดียวกันก็จะให้ประสิทธิภาพไม่แตกต่างกันมากนักและที่สำคัญคือประสิทธิภาพต่าง ๆ เหล่านั้นมันก็แปรเปลี่ยนไปตามฮาร์ดแวร์ที่เราใช้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราจะให้ความสำคัญในการทดสอบเมนบอร์ดต่อไปก็คือเรื่องของความสะดวกสบายในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเซ็ตอัปค่าต่าง ๆ ในไบออส พอร์ตการเชื่อมต่อ คอนเน็ตเตอร์ และส่วนอื่น ๆ ที่จำเป็นเวลาที่เราต้องนำไปประกอบเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ครับ

การวัดประสิทธิภาพการทำงานของเมนบอร์ดรุ่นนี้เราจะทำโดยการวัดประสิทธิภาพในโหมดการใช้งานปกติทั่วไปแบบไม่มีการโอเวอร์คล็อกใด ๆ เทียบกับการทำงานในรูปแบบที่มีการโอเวอร์คล็อกซีพียู เพื่อดูว่าเมนบอร์ดรุ่นนี้จะช่วยเพิ่มสมรรถนะในการทำงานของซีพียูได้มากน้อยขนาดไหน ทำได้ง่ายหรือยากเพียงใด

โครงเหล็กที่ล้อมซีพียูอยู่ขั้นคือขาสำหรับติดตั้งฮีตซิงค์สำหรับซ็อกเก็ต LGA 2011 และ LGA 2066

 

ส่วนซีพียูที่เรานำมาทดสอบร่วมกับเมนบอร์ดรุ่นนี้ก็คือ Intel Core i7-7820X (Skylake-X) ซึ่งเป็นซีพียูแบบ 8 คอร์ 16 เธรด ก็ถือว่าเป็นซีพียูประสิทธิภาพสูงมากอีกรุ่นหนึ่งในเวลานี้จากฝั่งอินเทล ส่วนชุดระบายความร้อนที่นำมาใช้งานร่วมกับซีพียูรุ่นนี้ก็คือ Thermaltake Riing Silent12 ที่มาพร้อมกับตัวติดตั้งที่เข้ากันได้กับเมนบอร์ดซ็อกเก็ต LGA 2066

 

ฮีตซิงค์ Tt Riing Silent12 ออกแบบมาให้รองรับความร้อนที่ 150W (TDP) และเน้นความเงียบในการทำงาน พัดลมขนาด 12 เซนติเมตร ความเร็วรอบสูงสุดประมาณ 1400 รอบต่อนาที เท่านั้น การนำมาใช้กับซีพียู Core i7-7820X (TDP 140W) ในแบบปกติก็ถือว่ารองรับได้แบบสบาย ๆ แต่พอนำซีพียูมาโอเวอร์คล็อกต่อก็อาจจะทำให้การระบายความร้อนซีพียูได้ไม่ทันเราจึงต้องเสริมพัดลมระบายความร้อนทางด้านหล้งของฮีตซิงค์เพิ่มอีกหนึ่งตัวเพื่อช่วยในการระบายความร้อนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นครับ เป็นพัดลมขนาด 12 เซนติเมตร เท่ากับพัดลมมาตรฐานที่มาพร้อมกับชุดระบายความร้อน Riing Silent12 แต่ว่าทำงานด้วยรอบสูงในระดับ 4200+ รอบต่อนาที ซึ่งสูงกว่าถึงสองเท่าและแน่นอนว่าลืมเรื่องความเงียบไปได้เลย

เมนบอร์ดรุ่นนี้มีไฟแบบ RGB มาด้วย แต่ว่าไม่ได้เน้นสีสันอะไรมากมายนัก เพราะเป็นเมนบอร์ดสำหรับคนทำงานเป็นหลัก แต่ว่าเราก็สามารถใช้คอนเน็ตเตอร์บนเมนบอร์ดไปควบคุมไฟ LED ที่ต่อเพิ่มได้ หรือจะไป Sync กับอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เป็น RGB ได้เช่นกัน

BIOS

BIOS นั้นถูกออกแบบมาให้มีธีมเข้ากับตัวเมนบอร์ดได้อย่างลงตัวครับ โดยทำออกมาเน้นไปที่สีขาวและดำเป็นหลัก แต่ตำแหน่งหรือจุดที่สำคัญก็จะใส่สีสันมาให้เพื่อทำให้ดูง่าย รวมไปถึงการปรับแต่งความเร็วของซีพียูและหน่วยความจำก็ทำได้ง่าย ๆ ตามสไตล์ของ MSI ครับ และถ้าใครเคยใช้เมนบอร์ดของ MSI มาก่อนก็คงจะคุ้นเคยกับการจัดวางตำแหน่งและหัวข้อต่าง ๆ ของ BIOS ได้ง่ายครับ แค่สีสันเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง และในการปรับแต่ง BIOS ก็ไม่ต้องกัววลว่าเครื่องค้างแล้วต้องเสียเวลามาถอดแบตเตอรี่หรือจัมเปอร์ในตัวเครื่องครับ เพราะทางด้านหลังของเมนบอร์ดจะมีปุ่มสำหรับเคลียร์ CMOS และปุ่มคืนค่า BIOS ล่าสุดมาให้ด้วย เวลาเราประกอบลงเคสแล้วก็สะดวกมากครับ

 

ผลการทดสอบและการโอเวอร์คล็อก

ประสิทธิภาพแบบเดิม ๆ ของซีพียู Core i7-7820X นั้นถือว่าแรงมากครับเพราะเป็นซีพียูแบบ 8 คอร์ 16 เธรด และยังทำงานร่วมกับหน่วยความจำแบบ Quad-Channel ที่ให้แบนด์วิดธ์สูง และถ้าไปดูพวกคะแนนการทดสอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเวลาในการเรนเดอร์งานต่าง ๆ เช่น Blender, Corona ก็จะเห็นว่าทำเวลาและทำคะแนนได้ดีมาก แต่นี่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นครับ และเมื่อไปดูคะแนนในช่องการโอเวอร์คล็อกก็จะเห็นได้ว่าประสิทธิภาพในการทำงานก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นไปอีก

แม้ว่าโดยหลัก ๆ แล้วเมนบอร์ดรุ่นนี้จะทำออกมาสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเสถียรภาพมากกว่ากลุ่มที่ต้องการการโอเวอร์คล็อก แต่ว่าเมนบอร์ดรุ่นนี้ก็โอเวอร์คล็อกได้ดีพอตัวครับ สามารถโอเวอร์คล็อกซีพียู Core i7-7820X ให้ไปทำงานในระดับ 5.0GHz ได้ เพียงแต่ไม่สามารถทดสอบด้วยโปรแกรมหนัก ๆ ได้ครับ เนื่องจากชุดระบายความร้อนที่เราใช้เป็นรุ่นที่เหมาะสำหรับการใช้งานในแบบปกติหรือโอเวอร์คล็อกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าใช้ฮีตซิงค์รุ่นนี้ ก็สามารถทำงานได้โดยไม่รีสตาร์ท ไม่เจอบลูสกรียนที่ความเร็ว 4.8GHz ครับ ก็ยังถือว่าเป็นความเร็วที่สูงอยู่ดี เพราะนี่คือซีพียูแบบ 8 คอร์ 16 เธรด ดังนั้นเวลาโอเวอร์คล็อกความเร็วเพิ่มขึ้นมาแม้เพียงเล็กน้อยแต่ด้วยจำนวนคอร์และเธรดที่มากก็ทำให้มีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นและมีความร้อนในระหว่างการทำงานเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกันครับ อย่างไรก็ตามเรื่องของความเร็วกับเสถียรภาพในการทำงานนั้นเป็นคนละเรื่องกันครับ

ผลการทดสอบในส่วนที่เป็นสีแดง เป็นการแสดงให้เห็นว่าเมื่อความเร็วเพิ่มขึ้นไม่ได้หมายถึงประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นไปด้วยเสมอไป เพราะเมื่อซีพียูมีความร้อนเพิ่มขึ้นก็อาจจะมีการปรับความเร็วภายในลงมากเพื่อป้องกันตนเอง

ลองดูผลการทดสอบที่เรานำมาเปรียบเทียบครับ งานนี้เป็นการเปรียบเทียบกันระหว่างการทำงานในโหมดปกติ และการโอเวอร์คล็อกซีพียูไปที่ความเร็วต่าง ๆ เปรียบเทียบกันครับ

การโอเวอร์คล็อกที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่เรามี ก็ช่วยให้ความเพิ่มขึ้นมามากพอสมควรได้ทั้งความเร็วและเสถียรภาพในการทำงาน

กับชุดทดสอบของเรา เราพบกว่าการโอเวอร์คล็อกไปที่ความเร็ว 4.5GHz-4.6GHz จะให้ประสิทธิภาพในการทำงานดีที่สุด ประสิทธิภาพสูงสุด แม้ว่าเราจะสามารถเพิ่มความเร็วที่ไปที่ 4.8GHz ได้และสามารถรันโปรแกรมต่าง ๆ ได้โดยไม่เจออาการบูลสกรีน หรือรีสตาร์ทเลยก็ตาม แต่เนื่องจากชุดระบายความร้อนที่เราใช้เป็นเพียงชุดฮีตซิงค์ที่รองรับการระบายความร้อนในระดับ 150 วัตต์ เท่านั้น ทำให้เสถียรภาพในการทำงานไม่ดีนัก เงื่อนไขในการโอเวอร์คล็อกก็มีอีกหลายส่วนครับที่ทำให้เครื่องทำงานได้เร็วขึ้น แต่ก็ต้องดูด้วยว่าเมื่อโอเวอร์คล็อกแล้วก็ต้องดูด้วยว่ามีเสถียรภาพในการทำงานหรือไม่ ถ้าจะโอเวอร์คล้อกซีพียูรุ่นนี้ให้ทำงานได้ดีในระดับความเร็วที่สูงกว่า 4.6GHz ก็คงต้องมองไปที่ชุดระบายความร้อนด้วยน้ำแบบที่เป็นหม้อน้ำแบบสองตอนขึ้นไปครับถึงจะรับมือกับความร้อนที่เกิดขึ้นได้ เพราะนี่คือซีพียูขนาด 8 คอร์ 16 เธรด เป็นสองเท่าของซีพียู Core i7-7700K ที่เราคุ้ยเคยกันครับ

 

สรุปส่งท้าย…ความเห็นจากการใช้งาน

จากการทดสอบและใช้งานเมนบอร์ด MSI X299 SLI PLUS กับซีพียู Core i7-7820X ได้สักพักในแบบ OC@4.5GHz ก็เห็นว่าเป็นเมนบอร์ดราคาประหยัด (ในระดับไฮเอนต์) ที่น่าใช้งานมากอีกรุ่นครับ โดยเฉพาะถ้าการใช้งานหลักของคุณทำงานร่วมกับกราฟิกการ์ดเพียง 1 ตัว หรือสองตัว เมนบอร์ดรุ่นนี้ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว เพราะฟังก์ชันการทำงานต่าง ๆ ที่เราได้จากชิปเซต Intel X299 เองก็มีมาอย่างครบครันไม่ได้แพ้เมนบอร์ด X299 รุ่นที่มีราคาสูงกว่านี้ และถ้าดูเป้าหมายของผู้ใช้งานแล้ว MSI ออกแบบมาให้เมนบอร์ดรุ่นนี้ไปที่ผู้ต้องการทำงานแบบเน้นเสถียรภาพมากกว่าการโอเวอร์คล็อกแบบจริงจัง แต่แน่นอนว่าเราสามารถใช้เมนบอร์ดรุ่นนี้โอเวอร์คล็อกซีพียูเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้เช่นกัน อย่างที่ได้เห็นไปในการทดสอบนั่นแหละครับ

การปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ในไบออสเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเช่นการโอเวอร์คล็อก การปรับแต่งหน่วยความจำ หรือการกำหนดค่าการทำงานอื่น ๆ ก็ทำได้สะดวกครับ และถ้าใครเคยใช้เมนบอร์ดของ MSI มาก่อนแล้วก็จะสามารถทำความเข้าใจกับไบออสของเมนบอร์ดรุ่นนี้ได้ไม่ยากครับ

และเมนบอร์ด MSI X299 SLI PLUS เองก็รองรับ Core X-Series ได้ครบทุกรุ่นอยู่แล้วครับไม่ว่าจะเป็นซีพียู 4 คอร์ ธรรมดาอย่าง Core i5, Core i7 ไปจนถึง Core i9 เรียกได้ว่าพร้อมสำหรับการเริ่มต้นกับแพลตฟอร์ม X299 ในวันนี้และพร้อมสำหรับการอัปเกรดความแรงเพิ่มเติมได้ในวันข้างหน้าครับ

You may also like...