Transcend ESD250C Portable SSD (960GB) เล็ก เร็ว พกง่าย ใช้งานได้หลากหลาย

Transcend ESD250C เป็น SSD แบบพกพาที่มีความจุสูงถึง 960GB ที่ใข้อินเทอร์เฟซแบบ USB 3.0 Gen 2 ในรูปแบบของ Type-C ที่ให้ความเร็วในการอ่านข้อมูลสูงสุดถึง 520MB/s และความเร็วในการบันทึกข้อมูลสูงสุดที่ 460MB/s แต่การจะได้มาด้วยความเร็วในระดับนี้ พอร์ต USB ที่เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กที่ใช้ก็ต้องรองรับ USB 3.1 Gen 2 ด้วยนะครับ

โครงสร้างพื้นฐานของ SSD ที่อยู่ภายใน Transcend ESD250C นั้นถูกสร้างขึ้นมาบนพื้นฐานของฟอร์มเฟคเตอร์ SSD M.2 จากนั้นทาง Transcend ก็ได้สร้างเคสและอินเทอร์เฟซเพื่อเข้าไปสวมทับอีกชั้นทำให้รูปทรงของ Transcend ESD250C มีลักษณะเป็นแท่งทรงยาว ต่างจากฮาร์ดดิสก์พกพาทั่วไปที่มีพื้นฐานมาจากไดร์ฟในรูปแบบ 2.5” 

ถ้าเราตรวจสอบดูโครงสร้างภายในของ Transcend ESD250C ก็จะพบว่า SSD M.2 ที่อยู่ภายในนั้นเป็นอินเทอร์เฟซแบบ SATA 6.0Gbps ซึ่งตามปกติแล้วถ้าเรานำอินเทอร์เฟซแบบ SATA 6.0Gbps มาทำงานผ่านพอร์ต USB ก็มักจะมีความเร็วที่ลดลง แต่ทาง Transcend ได้เลือกใช้ชิปควบคุมแบบ เพื่อแปลงอินเทอร์เฟซจาก SATA 6.0Gbps มาเป็น USB 3.1 Gen 2 ที่ให้แบนด์วิดธ์สูงจึงทำให้ SSD แบบพกพารุ่นนี้ทำงานได้รวดเร็วเหมือนกับนำไปติดตั้งผ่านทางคอนเน็ตเตอร์ M.2 บนเมบอร์ดเลยก็ว่าได้ โดยสามารถทำความเร็วในการอ่านและเชียนได้ต่อเนื่องถึง 520/460MB/s สำหรับคุณสมบัติอื่น ๆ ก็จะเป็นไปตามข้อมูลตามตารางด้านล่างนี้ครับ

Dimensions120.16 mm x 33.6 mm x 7.5 mm (4.73″ x 1.32″ x 0.30″)
Weight47 g (1.66 oz)
ColorSpace gray
USB TypeUSB Type C to USB Type A/USB Type C to USB Type C
Connection InterfaceUSB 3.1 Gen 2
Flash Type3D NAND flash
Capacity960 GB
Operating Temperature0°C (32°F) ~ 60°C (140°F)
Operating Voltage5V
Read Speed (Max.)520 MB/s
Write Speed (Max.)460 MB/s
CertificateCE/FCC/BSMI
WarrantyThree-year Limited Warranty
Operating SystemMicrosoft Windows 7Microsoft Windows 8Microsoft Windows 10Mac OS X 10.0 or later

การทดสอบ

มาถึงช่วงเวลาของการทดสอบกันแล้วครับ ในการทดสอบ Transcend ESD250C เราจะทดสอบกับคอมพิวเตอร์เดกส์ท็อปที่มีพอร์ต USB 3.1 Gen 2 แบบ Type-C นะครับเพื่อที่จะให้ได้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดตามความสามารถของอินเทอร์เฟซที่ SSD รุ่นนี้เลือกใช้

ทดสอบด้วย CrystalDiskMark (1GB / 4GB / 16GB / 64GB)

เผื่อหลายคนยังไม่ทราบนะครับว่าตอนนี้ CrystalDiskMark ได้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 7 แล้วและมีการการปรับปรุงรูปแบบการทดสอบใหม่ คือนอกจากจะมีการทดสอบค่าของ Read/Write ตามปกติแล้วยังมีการทดสอบการทำงานร่วมกันทั้ง Read/Write เป็นคะแนนเฉลี่ยออกมา และยังสามารถเลือกโหมดการทดสอบได้อีกหลายรูปแบบครับ ดังนั้นตอนนี้เวลาดูผลการทดสอบของ CrystalDiskMark ก็ต้องสังเกตุสักนิดครับว่าผู้ทดสอบเขาเลือกทดสอบในโหมดไหน สำหรับ QuickPC เราจะเลือกใช้โหมด Real World Performance (+Mix) นะครับ

การทดสอบด้วย CrystalDiskMark ถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียวครับ ความเร็วในการทำงานนั้นถือว่ามีเสถียรภาพที่ดีครับแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนขนาดของข้อมูลที่ใช้ในการทดสอบก็ยังคงรักษาระดับความเร็วในการทำงานไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ

ทดสอบด้วย AS-SSD Benchmark (1GB / 3GB / 5GB / 10GB)

ในการทดสอบด้วย AS-SSD Benchmark นี้เราจะแสดงผลการทดสอบเป็นสองรูปแบบให้ดูครับ แบบแรกคือความเร็วที่เป็น MB/s ตามปกติ และแบบที่สองคือ IOPS หรือ (Input/Output Operations Per Second) ที่เป็นการนับจำนวนปฏิบัติการที่ SSD สามารถทำได้ในหนึ่งวินาที

ผลการทดสอบของ AS-SSD Benchmark ก็ออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ๆ เช่นกันครับไม่ว่าจะเป็นการทดสอบด้วยไฟล์ขนาด 1GB ไปจนถึง 10GB ความเร็วในการอ่านและเขียนแบบต่อเนื่องก็ยังทำได้ดีความเร็วไม่มีตก ส่วนความเร็วในการทำงานร่วมกับไฟล์ขนาดเล็กแม้ว่าดูจะช้าแต่ถ้าไปเทียบกับ SSD ที่เป็น M.2 SATA หรือ SATA 2.5” ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์เดียวกันครับไม่ได้ช้าแต่อย่างใด อันนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับพอร์ต USB 3.1 Gen 2

ทดสอบด้วย ATTO Disk Benchmark (1GB / 8GB / 16GB / 32GB)

ATTO Disk Benchmark ยอดนิยมที่บรรดาโรงงานผู้ผลิตไดร์ฟมักจะใช้อ้างอิงความเร็วในการทดสอบ เป็นโปรแกรมที่ใช้งานได้ง่ายและฟรี ผู้ใช้ทั่วไปก็สามารถดาวน์โหลดมาทดสอบเพื่อเทียบความเร็วเองได้ด้วยตัวเอง และผลการทดสอบที่ได้ก็จะเห็นว่าสามารถทำความเร็วได้ใกล้เคียงกับที่ระบุไว้ในสเปคอย่างมาก ถือว่าผ่านโดยไม่มีข้อกังขาใด ๆ 

ทดสอบด้วย MiniTool Partition Wizard Disk Benchmark

MiniTool Partition Wizard โปรแกรมสำหรับจัดการกับพาร์ทิชันของไดร์ฟต่าง ๆ ที่มีเครื่องมือสำหรับทดสอบประสิทธิภาพไดร์ฟมาให้ด้วย และก็เป็นโปรแกรมที่ใช้ทดสอบประสิทธิภาพที่ดีรายงานผลได้อย่างชัดเจน

ข้อดีของโปรแกรมนี้ก็คือมันสามารถเลือกขนาดบล็อกของไฟล์ที่จะใช้ทดสอบได้ แม้ว่าเราจะเลือกไฟล์เพียงขนาดเดียวเช่น 1GB หรือ 4GB แต่ก็โปรแกรมก็จะมีการแบ่งบล็อกของไฟล์เพื่อใช้ในการทดสอบเพื่อดูประสิทธิภาพเมื่อต้องทำงานร่วมกับบล็อกไฟล์ขนาดต่าง ๆ และในการทดสอบนี้เราเลือกไฟล์ขนาด 4GB และทำการทดสอบตั้งแต่บล็อกไฟล์ขนาด 4KB ไปจนถึงขนาด 2048KB ถ้าทุกอย่างเป็นปกติเราก็จะได้เห็นความเร็วที่เพิ่มขึ้นเมื่อบล็อกไฟล์มีขนาดใหญ่ขึ้นครับ และในการทดสอบเราก็เลือกรูปแบบการทดสอบทั้งการอ่าน/เขียนข้อมูลแบบต่อเนื่อง และการอ่าน/เขียนข้อมูลแบบสุ่มไปในคราวเดียวกันเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ผลการทดสอบด้วย Disk Benchmark จาก MiniTool Partition Wizard ก็ผ่านพันไปด้วยดีครับ ความเร็วในการทดสอบก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามขนาดของบล็อกไฟล์ที่ใหญ่ขึ้น และทำความเร็วได้ค่อนข้างดีทั้งการทำงานแบบต่อเนื่องและแบบสุ่ม ถือว่าเป็น SSD แบบพกพาที่ให้ประสิทธิภาพดีจริง ๆ

ทดสอบด้วย AJA System Disk Test

AJA System Disk Test เป็นโปรแกรมที่ใช้ทดสอบการทำงานของไดร์ฟที่ดีมาก ๆ ครับ โดยเฉพาะกับคนที่ทำงานสายคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับการตัดต่อวิดีโอ จุดเด่นของโปรนแกรมนี้ก็คือเราสามารถเลือกรูปแบบของไฟล์วิดีโอที่ต้องการทำงานด้วยและเลือกขนาดของไฟล์ได้เองตามต้องการ เช่นในการทดสอบของเรากำหนดให้เป็นไฟล์งานของวิดีโอที่มีความละเอียดในระดับ 5K จากกล้อง RED เหมือนกันทุการทดสอบ แต่เราจะเปลี่ยนนชนิดของ Codec ซึ่งมันจะเปลี่ยนรูปแบบของไฟล์ที่ใช้ทดสอบด้วย ลองดูผลการทดสอบทั้ง 3 รูปแบบนี้ดูนะครับ

ผลของการทดสอบด้วย AJA System Disk Test นี้ก็ให้ผลออกมาที่มีความแตกต่างและน่าสนใจดีครับ เช่นในการทดสอบแรกวิดีโอ 5K ขนาดไฟล์ 16GB ใช้ Codec 16bit RGB ซึ่งเป็นฟอร์แมตวิดีโอที่ไม่ได้มีความซับซ้อนเรื่องสีมากนัก ความเร็วในการอ่าน/เขียนอยู่ที่ 534/451 MB/s และถ้าดูตรงส่วนที่เป็นกราฟก็จะเห็นว่าแทบจะเป็นเส้นตรงทั้งการอ่านและเขียน การทดสอบที่สองความละเอียดวิดีโอยังเหมือนเดิมคือ 5K ขนาดไฟล์ 16GB ใช้ Codec AJA RAW 12bit คราวนี้ผลทดสอบออกมาจะช้ากว่าเดิมเล็กน้อยทั้งอ่านและเขียน และถ้าไปดูกราฟการเขียนข้อมูลจะเห็นได้ว่ามีการขึ้นลงของความเร็วตลอดเวลาเวลาการทดสอบทำให้กราฟการเขียนแสดงเป็นสีแดงที่เด่นชัด 

ในการทดสอบที่สามยังคงใช้วิดีโอ 5K ขนาดไฟล์ 16GB แล้วปรับ Codec มาเป็น ProRes 4444 (XQ) ซึ่งเป็นไฟล์ที่มีรายละเอียดของภาพค่อนข้างสูง เมื่อทดสอบก็จะเห็นความความเร็วในการอ่านและเขียนก็จะลดลงมาอีกเล็กน้อยจากการทดสอบก่อนหน้า แต่ความเร็วก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากครับ

สรุปจากการใช้งาน

เราก็ใช้เวลาอยู่กับ Transcend ESD250C เป็นเวลาพอสมควรครับ เรื่องความเร็วในการทำงานนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะเป็นทั้ง SSD และใช้ USB 3.0 Gen 2 (10Gbps) แต่สิ่งที่เราชอบมากกว่านั้นก็คือความจุในการจัดเก็บข้อมูลที่มีมากถึง 960GB แม้จะไม่ถึงระดับ 1TB แต่นี่ก็ถือว่าใกล้เคียง และสามารถทำให้เราพกพาข้อมูลจำนวนมากติดตัวไปได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะใครที่มีงานพวกตัดต่อวิดีโอแล้วต้องย้ายข้อมูลไปมา หรือบางทีก็ใช้ตัดต่อบนโน้ตบุ๊กเวลาอยู่นอกบ้าน และกลับมาทำงานต่อบนพีซีก็ไม่ต้องเสียเวลาในการโอนย้ายข้อมูลเพราะความจุระดับนี้ก็รองรับงานวิดีโอได้อย่างสบาย ๆ เว้นแต่คุณจะมีไฟล์งานในระดับเอ็กซ์ตรีมมาก ๆ อันนั้นก็คงต้องพิจารณาอุปกรณ์อื่นครับ แต่สำหรับงานในระดับ YouTuber หรือ Content creator บนโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เราคิดว่าความจุกับความเร็วของ Transcend ESD 250C นี้สามารถตอบสนองต่อความต้องการได้แบบสบาย ๆ ครับ

Transcend ESD250C (960GB) จำหน่ายในราคาประมาณ 4,990 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.transcend-info.com/Products/No-987

You may also like...