ASUS ROG STRIX HERO EDITION GL504GM-ES152T ยกระดับเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ไปสู่อุปกรณ์สำหรับนักกีฬาอีสปอร์ต

ถ้าพูดถึงเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่กำลังเป็นกระแสในช่วงนี้รับรองได้ว่าจะต้องมีชื่อของ ASUS ROG STRIX HERO EDITION GL504GM-ES152T รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ด้วยรูปลักษณ์ที่สดใหม่ฉีกแนวจากเกมมิ่งโน้ตบุ๊กทั่วไปอยู่พอสมควร และยังสดด้วยฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่อย่างซีพียู อินเทล เจนฯ 8 Core i7- 8750H, กราฟิกการ์ด GTX 1060 6GB, หน่วยความจำ DDR4-2666MHz, ไดร์ฟ SSD NVMe พร้อมด้วยจอภาพ 144Hz และคีย์บอร์ดที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับการเล่นเกม MOBA โดยเฉพาะ

ดีไซน์ที่โดดเด่น

เรามีโอกาสได้เห็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ASUS ROG STRIX HERO Edition มาตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมาในงานคอมพิวเทค 2018 ซึ่งในเวลานั้นเราเองก็ประทับใจกับการออกแบบของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้อย่างมาก และเมื่อได้มาพบกับตัวจริงที่เข้ามาจำหน่ายในบ้านเราก็ยิ่งมีความประทับใจมากยิ่งขึ้นเพราะได้ทั้งสัมผัสและได้เห็นรายละเอียดของการออกแบบอย่างไกล้ชิดมากขึ้น

ความโดดเด่นอย่างแรกที่ทุกคนเห็นแล้วชื่นชมในความสวยงามก็คือโลโกดวงตา ROG ที่อยู่ทางด้านฝาหลังของจอภาพครับ เพราะไฟที่โลโกนี้เป็นไฟแบบ RGB ที่ปรับเปลี่ยนแสงสีได้ตามต้องการ และรองรับ ASUS AURA SYNC ด้วย

ตามปกติแล้วโน้ตบุ๊กที่มีจอภาพขนาด 15 นิ้ว จะต้องมีขนาดและรูปร่างที่ใหญ่เนื่องจากจะต้องออกแบบตัวเครื่องตามขนาดของจอภาพแลัวยังต้องมีพื้นที่เผื่อสำหรับขอบของจอภาพรวมแล้วอาจจะมากถึง 1-1.5 นิ้ว เลยทีเดียว นั่นทำให้ตัวเครื่องดูใหญ่กว่าความเป็นจริง แต่สำหรับโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ทาง ASUS ได้เลือกใช้จอภาพที่มีขอบจอบางมาก ๆ ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดที่เล็กลงอย่างมาก คือมีขนาดของตัวเครื่องพอ ๆ กับโน้ตบุ๊กหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ทั่วไปเลยก็ว่าได้ ทำให้เราสามารถพกพาโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ได้สะดวกขึ้น

การออกแบบคีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้คือหนึ่งในสิ่งที่เราชอบมาก ๆ เพราะระยะห่างและขนาดของปุ่มตัวอักษรมีขนาดที่กำลังดีลงตัวอย่างมาก สามารถใช้ทำงานหรือพิมพ์งานเป็นเวลาต่อเนื่องได้ค่อนข้างถนัดมือ ได้ทั้งทำงานและเล่นเกมเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ทาง ASUS ยังออกแบบปุ่มสเปซบาร์ให้มีขนาดใหญ่กว่าปกติเล็กน้อยเพิ่มความถนัดในการใช้งานมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนั้นก็สามารถปรับแสงสีได้ตามต้องการด้วยซอฟต์แวร์ AURA ที่เรียกผ่านทาง ROG Center

 

ทัชแพดแบบมัลติทัชก็รองรับการสั่งงานฟังก์ชันแบบสองนิ้ว สามนิ้ว เพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยเช่นกัน ปุ่มเพิ่มเสียงลดเสียงก็ถูกแยกออกมาชัดเจน ใช้งานสะดวกไม่ต้องเสียเวลาไปกดปุ่ม FN + ปุ่มอื่น ๆ เหมือนเกมมิ่งโน้ตบุ๊กทั่วไป

ทางด้านซ้ายของตัวเครื่องจะเป็นพอร์ตเชื่อมต่อหลักทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นช่องต่อสาย LAN, ช่องต่อจอภาพแบบ DisplayPort และ HDMI, พร้อมด้วยพอร์ต USB 3.1 สองพอร์ต และ USB Type-C อีกหนึ่งพอร์ต ส่วน Audio Jack เป็นแบบรวมทั้งไมค์และหูฟัง

ทางด้านขวาของตัวเครื่องก็จะมีพอร์ต USB 3.1 และ Card Reader เท่านั้น

การระบายความร้อน

มาดูช่องทางในการระบายความร้อนของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้สักสักหน่อยครับ ด้วยขนาดที่ค่อนข้างบาง การระบายความร้อนสำหรับซีพียู 6 คอร์ 12 เธรด และกราฟิกการ์ด GTX 1060 จึงเป็นเรื่องที่ต้องจัดการให้ดี และทาง ASUS เองก็ได้จัดเตรียมเรื่องนี้มาเป็นอย่างดี ด้วยเทคโนโลยี HyperCool Pro

ช่องระบายอากาศทางด้านล่างของตัวเครื่องดูแล้วอาจจะไม่มากมายเหมือนกับเกมมิ่งโน้ตบุ๊กอื่น ๆ แต่ก็เพียงพอต่อการระบายความร้อนและไม่เกิดความร้อนสะสมครับ ซึ่งเดี๋ยวเราจะแสดงให้เห็นในช่วงการทดสอบ

ตรงรอยต่อระหว่างจอภาพกับตัวเครื่องเราจะเห็นได้ว่าทาง ASUS ออกแบบให้มีช่องว่างขนาดใหญ่ไม่ติดทึบไปกับตัวเครื่อง เพื่อให้เป็นช่องทางที่อากาศสามารถไหลเวียนผ่านได้ง่ายไม่เกิดจุดอับ รวมถึงด้านบนของคีย์บอร์ดก็จะมีการเพิ่มช่องทางเข้าของอากาศมีหนึ่งตำแหน่งที่ทำให้อากาศเย็นจากภายนอกเข้าไประบายความร้อนในตัวเครื่องได้อย่างเพียงพอครับ

ส่วนอากาศร้อนจะถูกระบายออกมาทางด้านหลังของตัวเครื่องทั้งมุมซ้ายและมุมขาว และยังมีอีกหนึ่งช่องตรงด้านขวาของตัวเครื่อง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ช่วยให้ภายในของโน้ตบุ๊กทำงานได้โดยไม่มีความร้อนสะสม

SPECIFICATIONS: ROG Strix Hero Edition (GL504GM) 
Processor  8th Gen Intel® Core i7-8750H 
Display  15.6″ IPS-level FHD (1920 x 1080) panel with 144Hz refresh rate, 3ms GTG response time, 100% sRGB color gamut, and non-glare coating  
Graphics  NVIDIA® GeForce® GTX 1060 with 6GB GDDR5 VRAM 
Memory  DDR4 2666MHz 16GB Up to 32GB
Storage   M.2 NVMe PCIe  256GB

2.5” 5400rpm 1TB HDD 

Wireless  802.11ac 2×2 Wave 2 Wi-Fi 

Bluetooth® 5.0  

Connectivity  1 x USB 3.1 Gen 2 Type-C™ (USB-C™) 

2 x USB 3.1 Gen 1 

1 x USB 3.1 Gen 2  

1 x mini DisplayPort 1.2  

1 x HDMI 2.0 

1 x RJ-45 jack 

1 x SD card reader 

1 x 3.5mm headphone and microphone combo jack 

1 x Kensington lock 

Keyboard  Backlit chiclet keyboard 

RGB across four zones, with Aura Sync support 

Marked QWER keys 

Hot keys: Volume up / Volume down / Mute /  ROG Gaming Center 

1.8mm travel distance 

0.25mm keycap curve 

Audio   2 x 3.5W speakers with smart-amplifier technology 

Array microphone 

Software  ROG Gaming Center 2.5 

ROG GameFirst V 

ASUS Splendid 

ASUS Sonic Studio & Sonic Radar III 

ASUS Aura Core 2.5 

XSplit Gamecaster (free) 

Android™ / iOS app 

VR Ready  Yes 
Windows Mixed Reality  Basic (minimum 8GB RAM required) 
Size  36.1 x 26.2 x 2.61cm 
Weight  2.4kg 
ทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน

เราก็มาเริ่มทดสอบพลังดิบของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้กันก่อนเช่นเคยด้วยโปรแกรม AIDA64 ครับ ผลคะแนนจาก AIDA64 Cache & Memory Benchmark ในส่วนของหน่วยความจำเราจะเห็นว่าได้ไม่มากนักแม้ว่าจะใช้หน่วยความจำ DDR4 ความเร็ว 2666MHz แล้วก็ตาม ทั้งนี้เป็นเพราะว่าหน่วยความจำที่ติดตั้งมาเป็นโมดูล 16GB เพียงโมดูลเดียว ทำให้หน่วยความจำทำงานในแบบ Single Channel แต่ในการใช้งานจริงเราก็ไม่พบว่ามีปัญหาเรื่องความล่าช้าในการทำงาน และการทดสอบด้วยโปรแกรมอื่น ๆ ก็ลื่นไหลดีครับ

ต่อมาก็ว่าด้วยคะแนนการทำงานของซีพียูและกราฟิกการ์ดในการคำนวณบ้างครับ เรายังคงใช้ AIDA64 แต่เปลี่ยนโหมดการทดสอบมาเป็น GPGPU Benchmark คะแนนที่ได้ก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของซีพียูและกราฟิกการ์ดรุ่นนั้น ๆ ครับ

มาดูพลังการประมวลผลของซีพียูและกราฟิกการ์ด้วยโปรแกรม CINEBENCH R15 กันบ้างครับ จะเห็นได้ว่าคะแนนในส่วนของ OpenGL น้อยไปสักนิดเพราะน่าจะไปอยู่ในระดับ 100 FPS แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายครับการทดสอบมันก็อาจจะมีขึ้นลงบ้างไปตามจังหวะการทำงาน แต่ที่น่าประทับใจจริง ๆ ก็คือพลังของซีพียูครับ 6 คอร์ 12 เธรด ที่ทำคะแนนได้สูงถึง 1210cb นั่นหมายความว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ปล่อยพลังให้กับซีพียูทำงานได้อย่างเต็มที่ เพราะโน้ตบุ๊กหลายรุ่นไม่กล้าปล่อยความเร็วให้กับซีพียูได้อย่างเต็มที่เพราะกลัวปัญหาเรื่องความร้อน แต่สำหรับ ASUS ROG STRIX HERO Edition รุ่นนี้ไม่ต้องกังวลครับ ระบายความร้อนได้ดี จึงสามารถปลดปล่อยพลังของซีพียูออกมาได้อย่างเต็มที่แบบนี้ ถือว่าชดเชยไปกับคะแนน OpenGL ที่น้อยไปนิดได้ครับ

ผ่านความเร็วดิบของซีพียูกับกราฟิกการ์ดไปแล้วทีนี้มาดูความเร็วของ SSD ที่ติดตั้งมาให้สักนิดครับว่าเป็นอย่างไร ทดสอบโดยใช้โปรแกรม CrystalDiskMark คะแนนที่ได้ก็สมกับเป็น SSD แบบ NVMe ครับ ให้ความเร็วในการอ่านแบบต่อเนื่องสูงถึง 2535MB/s ความเร็วในการเขียนแบบต่อเนื่องสูงถึง 1064MB/s ส่วนคะแนนการทดสอบอ่านเขียนหัวข้ออื่น ๆ ก็ถือว่าทำได้สูงเช่นกันครับ

มาดูประสิทธิภาพการทำงานกับโปรแกรม Realbench และ PCMark8 (Work) รวมถึงระยะเวลาในการใช้งานด้วยแบตเตอรีกันบ้างครับ คะแนนการทดสอบโดยรวมของ Realbench อยู่ที่ 89,257 คะแนน ซึ่งจริง ๆ เราคิดว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนี้น่าจะได้สักประมาณ 1 แสนคะแนนขึ้นไป แต่ที่วิเคราะห์ดูอาจจะเป็นเพราะคะแนนการทดสอบในส่วนของ Encodeing และ Heavy Multitasking ได้น้อยไปนิดเนื่องจากใช้หน่วยความจำแบบ Single Channel นั่นเองครับ

ส่วนคะแนนจากโปรแกรม PCMark8 ในหัวข้อ Work accelerated ก็อยู่ในเกณฑ์ปกติครับ และเมื่อใช้โปรแกรมนี้วัดระยะเวลาในการใช้งานด้วยแบตเตอรี่ก็พบว่าสามารถใช้งานได้ราว ๆ 2 ชั่วโมง 22 นาที กับแบตเตอรี่ที่เหลืออีกราว 10% ก็ถือว่าทำได้ดีมากสำหรับโน้ตบุ๊กที่มีซีพียูและกราฟิกการ์ดแรง ๆ

ทดสอบด้วย 3DMark

ขาดไม่ได้ครับสำหรับการทดสอบด้วยโปรแกรม 3DMark กับเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก เพราะนอกจากจะช่วยให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการทำงานของซีพียูและกราฟิกการ์ดได้ดีแล้ว ยังสามารถช่วยวิเคราะห์การทำงานเบื้องต้นได้อีกด้วยว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นนั้น ๆ สามารถจัดการกับความร้อนได้ดีหรือไม่ หลายคนคงสงสัยว่าดูยังไงเพราะส่วนมากก็พูดแต่คะแนนว่าทำได้เท่าไร ตามมาครับมาดูคะแนนกันก่อน 3DMark Fire Strike ทำคะแนนรวมได้ที่ 9677 คะแนน, Graphics Score ได้ 10,736 คะแนน ก็ถือว่าเป็นเกณฑ์มาตรฐานของ GTX 1060 6GB ครับ

ทีนี้มาดูกราฟรายงานการทำงานของซีพียูและกราฟิกกันบ้างทั้งเรื่องของอุณหภูมิ รวมถึงความเร็วของ CPU Clock ด้วย ตลอดช่วงการทดสอบตรงเส้นสีม่วงคือความเร็วของซีพียู จะเห็นได้ว่าความเร็วของซีพียูค่อนข้างจะสม่ำเสมอตลอดการทดสอบ รวมไปถึง GPU Load ด้วย ก็อยู่ในระดับที่ค่อนข้างนิ่ง นั่นหมายความว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนี้มีการระบายความร้อนที่ดีครับ เพราะถ้ามีการระบายความร้อนไม่ได้ทั้งเส้น GPU Load และ CPU Clock อาจจะมีการปรับลดลงมาเพื่อรักษาระดับอุณหภูมินั่นเอง และในภาพรวมก็ต้องบอกว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นนี้สามารถจัดการกับความร้อนได้ดีครับ (ทดสอบห้องแอร์ 26 องศา)

การทดสอบด้วยเกม

Assassin’s Creed Origins, Full HD, High Preset – ความโหดของเกมนี้ ไม่เพียงแต่ต้องการซีพียู กราฟิกการ์ดที่ดี แม้แต่แบนด์วิดธ์ของหน่วยความจำก็ต้องการเช่นกัน การติดตั้งหน่วยความจำมาแบบ Single Channel ทำให้ FPS ของเกมนี้ลดลงมาเล็กน้อยกว่าที่ควรจะเป็น แต่ในการเล่นเกมจริง ๆ มันก็ไม่ได้ส่งผลอะไรมากมายนัก ยังคงเล่นได้แบบลื่นไหลดี แต่ถ้ากังวลก็สามารถปรับรายละเอียดของภาพมาอยู่ในระดับ Medium ได้ ซึ่งกราฟิกระดับ Medium ของเกมนี้บอกเลยว่าน่าจะอยู่ในระดับ High ของเกมอื่น ๆ ครับ เป็นเกมที่มีรายละเอียดของภาพสูงจริง ๆ  (เราก็เชื่อว่าคนที่ซื้อโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ไปจะอัปเกรดหน่วยความจำเพิ่มอีกหนึ่งโมดูลแน่นอน)

FarCry 5, Full HD, High Preset – เกมนี้ก็ขึ้นชื่อเรื่องการใช้ทั้งซีพียูและกราฟิกเช่นกัน สามารถทำเฟรมเรตเฉลี่ยได้ที่ 63 FPS แต่ถ้าต้องการเล่นลื่นขึ้นมาอีกนิดเราสามารถลดรายละเอียดลงมาที่ระดับ Normal ได้ครับ ซึ่งก็ยังให้ภาพที่สวยงามพอตัวเพราะจอของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ให้ความคมชัดและสีสันที่ดีมาก ๆ

For Honor, Full HD, Extreme Preset – เกมนี้แม้จะไม่ต้องการซีพียูและกราฟิกการ์ดที่ทรงพลังมากนัก แต่การปรับภาพมาระดับ Extreme กับกราฟิกการ์ดระดับ GTX 1060 ก็ดูจะเป็นเรื่องที่หนักอยู่พอตัว ส่วนเฟรมเรตที่ทำได้ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากครับ 72 FPS ในขณะที่เฟรมต่ำสุดก็อยู่ในระดับ 52-55 FPS

 

Tom Clancy’s Ghost Recon Wildlands, Full HD, High Preset – อีกเกมที่ยังคงฮิตและเป็นเกมที่ให้ภาพสวย ต้องการฮาร์ดแวร์ในระดับกลาง ๆ ซึ่งโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็สามารถรับมือได้อย่างสบาย แม้ว่าจะปรับภาพมาที่ระดับ High ก็ยังทำเฟรมได้ในระดับ 53 FPS แต่อาจจะมีบักรายงานการใช้ GPU บ้างที่เป็น 0% แต่การใช้งานและเล่นเกมเป็นปกติครับ จริง ๆ เกมมนีปรับภาพระดับ Medium ก็ภาพสวยละครับ

 

PUBG, Full HD, High Preset – ไม่ต้องพูดเยอะเดี๋ยวตาย แม้จะเป็นเกมที่หามาตรฐานในการวัดเฟรมเรตไม่ได้เลยก็ตาม แต่หลายคนก็เรียกร้องให้ทดสอบให้ดูหน่อย ก็ทดสอบออกมาให้ดูแล้วครับเฟรมเรตเฉลี่ยอยู่ที่ 80 FPS ถือว่าสูงเอาเรื่องกับการปรับภาพ High ทั้งหมด เฟรมต่ำเฉลี่ยอยู่ที่ 50 FPS ดังนั้นก็ไม่ต้องกลัวว่าจะกระตุกในระหว่างการเล่น ถ้าอยากได้มากกว่านีก็ลดไปที่ Low-Very Low ก็จะได้เฟรมเรตไปแตะในระดับ 90-100 FPS ครับ

หลายคนบอกเกมที่สอบมาไม่มีเกมไหนถึง 144 FPS เลย แหมก็ธรรมดาละครับกราฟิกการ์ดระดับ GTX 1060 6GB จริง ๆ แล้วก็ถือเป็นกราฟิกการ์ดในระดับกลางเท่านั้น ดังนั้นการเล่นเกมที่มีกราฟิกโหด ๆ แล้วได้เฟรมเรตระดับนี้ก็ถือว่าสูงแล้ว ส่วนเกมเมอร์สายเกม MOBA อย่าง LOL หรือ DOTA2 ไม่ต้องกังวลนะครับเพราะทำเฟรมเรตได้ในระดับ 120-144Hz ได้อย่างไม่มีปัญหาครับ

อุณหภูมิการทำงาน

ระบบระบายความร้อนของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ทาง ASUS ตั้งชื่อว่า HyperCool Pro ที่ไม่เพียงแต่ระบายความร้อนในการทำงานได้ดีเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังมีระบบ Anti-Dust Cooling (ADC) ที่ช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองที่จะเข้ามาสู่ระบบระบายความร้อน ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดความร้อนสะสมภายในเครื่องได้

เราได้ทดสอบอุณหภูมิการทำงานของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ทั้งตอนที่อยู่ในห้องแอร์อุณหภูมิประมาณ 26 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิห้องปกติราว 30-32 องศาเซลเซียส ก็พบว่าไม่ว่าแม้จะไม่อยู่ในห้องแอร์ก็สามารถจัดการกับความร้อนได้อย่างสบาย ๆ แม้ว่าในระหว่างการทดสอบเราจะเห็นอุณหภูมิของซีพียูไปแตะที่ระดับ 90 องศาเซลเซียส ก็ไม่ต้องกังวลครับเพราะเดี๋ยวซีพียูก็จะลดความเร็วลงมาเองโดยไม่เกิดความเสียหายหรือความร้อนสะสมใด ๆ ครับ ส่วนอุณหภูมิของกราฟิกการ์ดก็จะถูกจำกัดไว้ที่ราว ๆ 85 องศาเซลเซีย เป็นปกติอยู่แล้ว เรามีทั้งการทำงานและเล่นเกมสลับกันไปตลอดทั้งวันในแบบไม่เปิดแอร์ก็ไม่พบปัญหาเรื่องความร้อนสะสมเลยครับดังนั้นไม่ต้องกังวล

 

สรุปหลังการใช้งาน

ถ้าพูดแบบสั้น ๆ ก็คือเป็นหนึ่งในโน้ตบุ๊กที่มีความสมบูรณ์แบบไม่ว่าจะเป็นเกมหรือทำงาน แต่ถ้าจะให้ขยายความว่าทำไมจึงสมบูรณ์แบบเราก็ให้จากสองส่วนครับ

ส่วนแรกก็คือเรื่องของประสิทธิภาพจากฮาร์ดแวร์ที่จัดเต็ม ทั้งซีพียู หน่วยความจำ ไดร์ฟเก็บข้อมูล กราฟิกการ์ด รวมไปถึงจอภาพ ทุกส่วนถือว่า ASUS ได้จัดเต็มมาจริง ๆ เหมาะสมกับราคา ซึ่งก็ได้แสดงให้เห็นแล้วจากผลการทดสอบทางด้านบน โดยเฉพาะซีพียู Core i7-8750H  6 คอร์ 12 เธรด นี้ทำให้เราสามารถใช้งานโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ได้ในแบบยาวสามสี่ปีเลยทีเดียว เพราะพลังของซีพียูรุ่นนี้ถือว่าอยู่ในระดับไฮเอนต์ อย่าว่าแต่โน้ตบุ๊กด้วยกันเลยซีพียูรุ่นนี้ไปซัดกับซีพียูเดสก์ท้อปหลายรุ่นได้อย่างสบาย ๆ นอกจากนี้กราฟิกการ์ด GTX 1060 6GB ก็ยังสามารถรองรับเกมไปได้อีกนานเช่นกัน ส่วนจอภาพนี่ย้ำเลยครับว่าสวยจริง ๆ นอกจากขอบบางแล้วยังให้สีสันที่พร้อมใช้ทำงานด้านกราฟิกได้เลย และยังเป็นจอแบบ 144Hz อีกต่างหาก

ส่วนที่สองที่ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบในมุมมองของเราก็คือการออกแบบตัวเครื่องครับ รูปร่างหน้าตานี่ไม่ต้องพูดถึงครับ โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และให้สัมผัสของความเป็นพรีเมี่ยมจริง ๆ พอร์ตการเชื่อมต่อต่าง ๆ ก็มีมาอย่างเหมาะสมลงตัวกับการใช้งานในยุคปัจจุบัน ที่สำคัญยังมีช่อง Card Reader มาให้เหมือนเดิมเพราะเกมมิ่งโน้ตบุ๊กบางยี่ห้อตัดช่องนี้ออกไปแล้วเพราะมองว่ามีคนใช้งาน แต่สำหรับคนทำงานอย่างเราที่ต้องโอนย้ายไฟล์รูปบ่อย ๆ ก็ต้องขอขอบคุณที่ ASUS ยังไม่ตัดช่องนี้ทิ้งไป รวมถึงตำแหน่งการใช้งานของคีย์บอร์ดที่ให้ระยะและจังหวะการทำงานเหมือนกับคีย์บอร์ดของเดสก์ท็อปเลยครับ ใช้งานได้ถนัดมือจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์งานหรือการเล่นเกม คือเราแทบไม่ต้องปรับตัวจากการใช้งานคีย์บอร์ดของเครื่องเดสก์ท็อปกับโน้ตบุ๊กรุ่นนี้เลย อีกทั้งขนาดโดยรวมของตัวเครื่องก็ค่อนข้างกะทัดรัดแม้จะเป็นโน้ตบุ๊กหน้าจอ 15 นิ้ว ก็ตาม

และนี่คือเหตุผลที่เรายกให้ ASUS ROG STRIX HERO EDITION GL504MG-ES152T เป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่มีความสมบูรณ์แบบในการใช้งานมากที่สุดรุ่นหนึ่งในเวลานี้

You may also like...