ASUS TUF GAMING FX504GD-E4219T เกมมิ่งโน้ตบุ๊กสเปคแรง ราคาเบา

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตลาดเกมมิ่งโน้ตบุ๊กบ้านเราถือว่ามีความคึกคักเป็นอย่างมาก แต่ว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กจากผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รายใหญ่อย่าง ASUS กลับดูไม่เป็นที่สนใจของผู้คนทั่วไปมากนัก อาจจะเป็นเพราะว่ามีแต่รุ่นท็อปที่ราคาไกลเกินเอื้อมหรือมีรุ่นให้เลือกน้อยก็ตามที แต่วันนี้ครับหลังจากที่ ASUS ประเทศไทยได้กลับมาทำตลาดเกมมิ่งโน้ตบุ๊กอย่างจริงจังอีกครั้ง พร้อมด้วยการเปิดตัว ASUS TUF GAMING FX 504 Series ก็ทำให้เกมมิ่งโน้ตบุ๊กในซีรีย์นี้กลายเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่ได้รับความนิยมไปในทันทีหลังจากการเปิดตัวได้ไม่นาน ด้วยสเปคที่ดี ดีไซน์ที่ดี ราคาที่ดี และแบรนด์ที่ใช่

และสำหรับเรา ASUS TUF GAMING FX504GD-E4219T ก็ถือว่านี่เป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กตัวแรกจากเอซุสในช่วงเวลาหลายปีเช่นกันครับที่จะได้ทดสอบแบบเต็ม ๆ คือก่อนหน้านี้ก็อาศัยไปเล่นตามงานเปิดตัวบ้าง หน้าร้านบ้างยังไม่มีจังหวะที่จะจัดเต็มเหมือนในครั้งนี้ครับ

การออกแบบ

หากใครเคยใช้เมนบอร์ดของเอซุสในตระกูล TUF GAMING Series มาก่อนก็คงจะคุ้นเคยกับเส้นสายของเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นนี้เช่นกันครับแม้ว่าเส้นสายต่าง ๆ จะไม่เหมือนกับเมนบอร์ดแบบ 100% ก็ตาม ตัวโน้ตบุ๊กจะออกแบบมาให้มีเหลี่ยมมุมดูแล้วอาจจะแข็ง ๆ เมื่อเทียบกับเส้นสายที่โค้งมนของโน้ตบุ๊กในซีรี่ส์อื่น ๆ ของเอซุสแต่ก็ต้องบอกว่านี่แหละครับคือสไตล์ของ TUF ที่จะทำออกมาให้ดูดุดัน ดูแข็งแรงทนทาน ถ้าเราไปดูในเว็บไซต์ของเอซุสก็จะพบว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนี้มีรูปแบบของลวดลายที่แตกต่างกันอยู่ 4 แบบ ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศว่าจะนำลวดลายแบบไหนเข้ามาทำตลาด สำหรับรุ่นที่เราได้รับมาทดสอบมีชื่อว่า “Red Matter” คือจะมีเส้นสายสีแดงอยู่ทั่วทุกมุมของโน้ตบุ๊ก

ตัวเครื่องทำจากวัสดุที่เป็นพลาสติกทั้งหมดที่ทำให้มีน้ำหนักเบา และก็แข็งแรงตามสมควร พื้นผิวถูกออกแบบให้มีลวดลายเหมือนกับโลหะขัดลายตัดด้วยลายกราฟิกสีแดง และมีการเล่นระดับ ตัดเฉือนส่วนที่เป็นเหลี่ยมสันออกไป ทำให้โน้ตบุ๊กรุ่นนี้ดูเพรียวบางกว่าขนาดจริงที่เป็นอยู่ และดีไซน์เหล่านี้ไม่ได้มีเพียงเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยให้จับถือได้กระชับไม่ลื่นหลุด

FX504GD มาในรูปทรงของเกมมิ่งโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้ว ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่พอที่จะใส่คีย์บอร์ดพร้อมกับชุดปุ่มตัวเลขมาให้เราใช้งานได้อย่างถนัด แม้ว่าจะไม่ถนัดเท่ากับคีย์บอร์ดของเดสก์ท็อปก็ตาม แต่มันก็มีระยะในการพิมพ์ที่เรารู้สึกว่ากำลังดีไม่ต้องบีบมือบีบนิ้วให้เข้ามาชิดกันเหมือนกับคีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊กบางรุ่น ทางด้านทัชแพดก็เป็นแบบที่รองรับมัลติทัชทำงานได้ลื่นไหลดีครับ แต่โดยส่วนตัวของผู้ทดสอบมักจะหาเมาส์มาต่อเพิ่มเติมเป็นหลักมากกว่า และใช้ทัชแพดเป็นส่วนเสริมในบางครั้งในเวลาที่ไม่ต้องการละมือออกจากตำแหน่งของคีย์บอร์ด เช่นในระหว่างการพิมพ์บทความนี้เป็นต้น

ตำแหน่งของพอร์ตต่าง ๆ ถูกออกแบบไว้ในตำแหน่งทางด้านซ้ายของตัวเครื่องทั้งหมด และสำหรับคนที่ถนัดใช้เมาส์ด้านขวา (ซึ่งเป็นส่วนใหญ่) จะมีความสุขกับการจัดวางตำแหน่งของพอร์ตในลักษณะนี้มาก เพราะไม่ต้องกังวลว่าเวลานำเมาส์มาต่อใช้งานแล้วจะมีอุปกรณ์หรือสายยื่นออกมาเกะกะ

พอร์ตทางด้านซ้ายก็จะประกอบไปด้วย คอนเน็คเตอร์สำหรับต่อกับอะแดปเตอร์ ถ้ดมาก็เป็นพอร์ต Gigabit LAN, HDMI, USB 2.0, USB 3.1 x2 และพอร์ตสำหรับต่อระบบเสียง ก็มีง่าย ๆ เพียงเท่านี้ครับ ส่วนทางด้านขวาเรียบสนิท ไ่ม่มีพอร์ต ไม่มีช่องระบายความร้อนใด ๆ ให้ระคายมือเวลาใช้เมาส์ครับ

อากาศร้อนของโน้ตบุ๊กจะถูกระบายออกมาทางด้านหลัง ผ่านทางช่องระบายความร้อนทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของตัวเครื่องครับ

Specification:
  • Intel® Core™ i5 8300H Processor
  • Chipset Intel® HM370 Express Chipsets
  • Memory DDR4 2666MHz 8GB (2 x SO-DIMM socket , up to 32GB)
  • Support: up to 16 GB Intel® Optane™ memory
  • Display 15.6″ (16:9) LED backlit FHD (1920×1080) 60Hz Anti-Glare IPS-level Panel with 45% NTSC
  • Graphic NVIDIA GeForce GTX 1050 , with 2GB/4GB GDDR5 VRAM
  • Hard Drives: 1TB 5400RPM SATA HDD
  • Solid State Drives: Option
  • Keyboard: Illuminated Chiclet Keyboard
  • WebCam: HD Web Camera
  • Networking: Wi-Fi Integrated 802.11 AC (2×2)
  • Bluetooth: Built-in Bluetooth V4.0
  • Interface:
    • 1 x COMBO audio jack
    • 1 x Type A USB2.0
    • 2 x USB 3.0 port(s) Type A
    • 1 x RJ45 LAN Jack for LAN insert
    • 1 x HDMI, Support HDMI 1.4
  • Audio
    • DTS® Headphone: X®
    • Support Windows 10 Cortana with Voice
  • Battery: 3 Cells 48 Whrs Battery
  • Power Adapter: 19 V DC, A, 120 W, 100 -240 V AC, 50/60 Hz universal
  • Dimensions: 384 x 262 x 25 mm (WxDxH)
  • Weight: 2.3 kg
  • Operating System Windows 10 Home
ทดสอบประสิทธิภาพการทำงาน

การทดสอบแรกเราไปเริ่มต้นกันกับโปรแกรม AIDA64 ที่จะวัดพลังดิบของซีพียู กราฟิก และหน่วยความจำกันก่อนครับ เริ่มด้วยการใช้ GPGPU เพื่อทดสอบการประมวลผลในส่วนของกราฟิกและซีพียูว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง

คะแนนของ GPGPU ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติครับสำหรับ GTX 1050 และ Intel HD 630 แต่ซีพียู Core i5 นั้นไม่เหมือน Core i5 ที่ผ่าน ๆ มาเพราะนี่เป็น Core i5 เจนฯ 8 ที่กลายเป็นซีพียูแบบ 4 คอร์ 8 เธรด ไปแล้ว ดังนั้นคะแนนในการทดสอบที่ได้จึงใกล้เคียงกันกับซีพียู Core i7 ในยุคเจนฯ 7 เลยทีเดียว

มาดูการทดสอบทางด้านหน่วยความจำกันบ้างครับ อย่างที่ทราบว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ใช้หน่วยความจำขนาด 8GB จำนวนหนึ่งโมดูล ทำให้การทำงานของหน่วยความจำเป็นแบบ Single Channel ซึ่งจะมีคะแนนการทดสอบที่ไม่สูงนัก แต่ว่าทางเอซุสได้ใช้หน่วยความจำ DDR4 ความเร็ว 2666MHz มาให้ทำให้คะแนนการทดสอบในส่วน Read/Write/Copy เข้าไกล้ระดับ 20,000MB/s ในขณะที่โน้ตบุ๊กทั่วไปที่ใช้หน่วยความจำ DDR4 ความเร็ว 2400MHz จะทำความเร็วได้ในระดับ 16,000-17,000MB/s เท่านั้น

การทดสอบต่อมาเป็นหน้าที่ของ CINEBENCH R15 คะแนนในส่วนของ OpenGL ก็ธรรมดาไปตามกราฟิกที่ใช้ครับไม่น่าตื่นเต้นอะไรนักคะแนนก็จะออกมาประมาณนี้ครับ 80-90 FPS สำหรับ GTX 1050 ที่เราสนใจคือประสิทธิภาพการทำงานของ Core i5 เจนฯ 8 รุ่นนี้ที่เป็น 4 คอร์ 8 เธรด ทำคะแนน Multi-Thread   ได้สูงถึง 706cb ถือว่าใกล้เคียงกันกับ Core i7-7700HQ ซึ่งเป็นตัวแรงของยุคเจนฯ 7

สุดท้ายด้านการทำงานเราทดสอบด้วย Realbench R2.56 ภาพรวมก็ถือว่าไม่ได้สูงมาก แต่ก็ไม่ได้ต่ำจนผิดปกติ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าเป็นผลมาจากการใช้หน่วยความจำแบบ Single-Channel ด้วยทำให้คะแนนในด้าน Image Editing ไม่สูงเท่าที่ควรเพราะสเปคระดับนี้ควรจะได้อย่างน้อย ๆ ถึงระดับ 150,000 ส่วน Encode ก็น่าจะได้สัก 55,000 ซึ่งจะทำให้คะแนนรวมอยู่ในระดับ 7-8 หมื่นคะแนน แต่ก็อย่าไปซีเรียสกับตัวเลขผลการทดสอบมากนัก เพราะในการทำงานจริง ๆ อย่างเช่นการแต่งภาพ ถ้าผู้ใช้ทำงานไม่เป็นใช้โปรแกรมไม่ถูกต่อให้เครื่องแรงแค่ไหนงานที่ได้ก็ช้าอยู่ดี

ประสิทธิภาพในการเล่นเกม

Assassin’s Creed Origins / ความละเอียด 1920×1080 / กราฟิก Low Preset / FPS = 49

 

Far Cry 5 / ความละเอียด 1920×1080 / กราฟิก Normal Preset / FPS = 41

 

Rise of the Tomb Raider / ความละเอียด 1920×1080 / กราฟิก Medium Preset / FSP =42.92

 

PUBG / ความละเอียด 1920×1080 / กราฟิก Medium Preset / Map ทะเลทราย / FPS = 46

 

หากจะพิจารณากันจริง ๆ เกมที่เหมาะกับสเปคของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็จะเป็นแนวอีสปอร์ตทั้งหลายครับ เพราะว่ากราฟิกการ์ดที่ใช้คือ GTX 1050 ไม่ได้เป็นการ์ดตัวแรงอะไรมากมาย แต่การใช้ซีพียูอินเทล Core i5-8300H ซึ่งเป็นซีพียูแบบ  4 คอร์ 8 เธรด ก็มีส่วนช่วยให้การเล่นที่ต้องการฮาร์ดแวร์ในระดับสูงผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นเกม Assassin’s Creed Origins, Far Cry 5, Rise of the Tomb Raider รวมถึง PUBG อย่างไรก็ตามการใช้ GTX 1050 ทำให้เราต้องปรับรายละเอียดของภาพลงมาในระดับ Medium – Low เพื่อให้สามารถเล่นเกมที่ความละเอียด Full HD ซึ่งเป็นความละเอียดแบบปกติของจอภาพ ทำให้ภาพที่ได้ก็ยังคงสวยงามในระดับหนึ่ง เนื่องจากเป็นจอขนาด 15.6” ความละเอียดต่อตารางนิ้วจะสูงกว่าจอของเดสก์ท็อปที่มีขนาดในระดับ 23 นิ้ว ขึ้นไปอยู่แล้ว จึงทำให้ภาพที่เห็นมีความชัดเจนไม่เบลอแม้จะกำหนดรายละเอียดของภาพในระดับ Medium-Low ก็ตาม

บอกเล่าประสบการณ์ใช้งาน

ด้วยพื้นฐานของสเปคที่เอซุสให้มานั้นต้องบอกว่าจัดมาเพื่อให้ราคาของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้สัมผัสได้ง่าย ดังนั้นฮาร์ดแวร์ในส่วนที่อัปเกรดเองได้ทางเอซุสจึงไม่ได้จัดเต็มมาให้ เช่นหน่วยความจำที่ให้มาแม้จะมีความจุ 8GB แต่ก็เป็นแบบหนึ่งโมดูล จึงทำให้ทำงานแบบ Single-Channel ซึ่งอาจจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานกับบางแอปพลิเคชันที่ต้องการแบนด์วิดธ์ของข้อมูลมาก ๆ แต่สำหรับการใช้งานทั่วไปหน่วยความจำ 8GB แม้จะเป็น Single Channel ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรมากนัก และถือว่าเป็นเรื่องดีเพราะเราสามารถหาหน่วยความจำมาอัปเกรดเพิ่มเติมได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนหน่วยความจำเดิมออก

อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็ใช้เป็นฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุ 1TB ซึ่งถือว่ามาเพียงพอต่อการใช้งานในทุกรูปแบบ แต่ก็นั่นแหละครับการเป็นฮาร์ดดิสก์ในยุคนี้มันอยู่อยากครับ เนื่องจากผู้ทดสอบเองมีความคุ้นเคยกับโน้ตบุ๊กและพีซีที่ใช้ SSD มาตลอดเป็นเวลาสามสี่ปี ดังนั้นพอมาเจอกับโน้ตบุ๊กที่ใช้ฮาร์ดดิสก์ก็จะหงุดหงิดกับการรอคอยในระหว่างการเรียกหรือเปิดแอปพลิเคชันขึ้นมาทำงาน ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเฉพาะกับโน้ตบุ๊กของเอซุส เป็นกับโน้ตบุ๊กและพีซีอื่น ๆ ที่ได้มีโอกาสไปใช้งานด้วยเหมือนกัน ส่วนใหญ่พอไปใช้แล้วก็จะยุให้เจ้าของเพิ่ม SSD เข้าไปสักหนึ่งลูกก็ยังดี กลับมาที่ FX504GD ถ้าตัดเรื่องรอโหลดรอเปิดโปรแกรม การทำงานอื่น ๆ ของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเลยครับ เทียบเท่ากับเดสก์ท็อปพีซีได้อย่างสบาย เพราะซีพียู Core i5 ของโน้ตบุ๊กตอนนี้กลายมาเป็นซีพียูแบบ 4 คอร์ 8 เธรด ไปเรียบร้อยแล้วก็เท่ากันกับ Core i7 เจนฯ 7 ของอินเทลนั่นแหละครับ

บทความและรูปประกอบต่างนี้ก็เขียนและทำขึ้นมาจากโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ คีย์บอร์ดก็พิมพ์ได้ถนัดมือเหมือนกับการใช้งานคีย์บอร์ดของเครื่องเดสก์ท็อปเลยครับ แม้ว่าตัวเลขชุดนัมแพดจะมีขนาดเล็กไปสักหน่อย แต่ถ้าเทียบกับโน้ตบุ๊กด้วยกันก็ถือว่าเป็นขนาดที่ปกติครับ สิ่งที่ผู้ทดสอบชอบอย่างหนึ่งของคีย์บอร์ดในโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็คือปุ่ม Space bar มีการออกแบบมาเป็นพิเศษให้บริเวณทางฝั่งซ้ายของคีย์มีขนาดใหญ่กว่าปกติออกมา ซึ่งเหมาะมากเวลาเล่นเกมที่ต้องใช้ WASD ควบคุมแล้วใช้ Space bar ในการกดกระโดด หรือทำหน้าที่อื่น ๆ เพราะมันช่วยให้นิ้วของเข้าไม่หลุดจากตำแหน่ง WASD และในขณะเดียวกันก็ไม่พลาดการกด Space bar อีกด้วย

ระยะเวลาในการทำงานด้วยแบตเตอรี่

โดยส่วนใหญ่คนที่ใช้เกมมิ่งโน้ตบุ๊กก็คงจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับระยะเวลาในการทำงานด้วยแบตเตอรี่มากนัก แต่ไหน ๆ ก็มีโอกาสทดสอบแล้วก็เลยลองจัดด้วย PCMark 8 Work ไปสักหนึ่งชุด ซึ่งเป็นการทดสอบแบบที่ใช้ GPU มาช่วยประมวลผล ดังนั้นก็จะมีการดึงพลังงานมาใช้งานมากกว่าปกติอยู่สักหน่อยและเป็นการทำงานแบบต่อเนื่องทำเวลาได้ 2 ชั่วโมง 44 นาที และยังมีแบตเตอรี่เหลืออีก 9% ถ้าเป็นการใช้งานทั่วไปก็น่าจะได้ใกล้ ๆ 5 ชั่วโมงสบาย ๆ ครับ ถือว่าดีเกินคาดครับ

การระบายความร้อน

เท่าที่สังเกต ตอนนี้เกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ ๆ เกือบทุกยี่ห้อ เริ่มดัดแปลงการออกแบบโน้ตบุ๊กจาก Max-Q Design ของ NVIDIA มาประยุกต์ใช้กันมากขึ้น ทำให้โน้ตบุ๊กมีความบางมากขึ้นแต่ว่าประสิทธิภาพในการระบายความร้อนกลับดีขึ้น และดูเหมือนว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนี้เองก็นำพื้นฐานจาก Max-Q Design มาใช้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้แล้วโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ ๆ จะลดการแผ่ความร้อนขึ้นมาบริเวณคีย์บอร์ดได้ดีกว่าเมื่อก่อนอย่างชัดเจน ถ้าใครใช้เกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นก่อน ๆ แล้วไม่ได้ใช้คีย์บอร์ดแยก เวลาเล่นเกมไปนาน ๆ จะรู้สึกได้เลยว่ามันร้อนมือจนไม่อยากเล่นและทำให้นึกไปด้วยว่าเครื่องร้อนมากจนผิดปกติ ทั้ง ๆ ที่การร้อนแบบนั้นถือเป็นเรื่องดีเพราะความร้อนได้ถูกระบายออกมา เพียงแต่ระบายออกมาผิดที่ผิดทางเท่านั้นเอง แต่สำหรับโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่รวมถึง FX504GD ที่เราทดสอบนี้ การจัดการความร้อนทำได้ดีมากครับ แม้ไม่ได้อยู่ในห้องแอร์ก็ตาม เปิดโน้ตบุ๊กพิมพ์งานบ้าง ดูหนังบ้างก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีความร้อนสูงผิดปกติแม้กระทั่งตอนเล่นเกมก็เช่นกัน

ทีนี้มาดูอุณหภูมิที่วัดกันด้วยตัวเลขกันบ้างครับ เราใช้โปรแกรม HWmonitor ตรวจสอบอุณหภูมิในระหว่างการเล่นเกมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ถ้าดูจากตัวเลขอย่างเดียวแล้วไม่อ่านที่มาที่ไปที่เราจะเล่าให้ฟังก็ต้องคิดว่าโน้ตบุ๊กเครื่องนี้โคตรร้อนแน่นอนครับ เพราะตัวเลข Max Temp มันพุ่งไปสูงถึงระดับ 91 องศาเซลเซียส

ความจริงเป็นอย่างนี้ครับ ภาพหน้าจอที่เราบันทึกมาในระหว่างการเล่นเกมนั้น มันจะมีค่าที่บอกอยู่สามส่วนด้วยกันคือ ค่าความร้อนในปัจจุบัน ค่าความร้อนต่ำสุด และค่าความร้อนสูงสุด ถ้าไปดูช่องค่าความร้อนระหว่างการทำงานจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิของซีพียูอยู่ราว ๆ 70 องศาเซลเซียสเท่านั้น หรือถ้าจะเพิ่มสูงไปเป็นระดับ 80-90 องศาเซลเซียส ก็ต้องบอกว่าเป็นความร้อนที่เกิดขึ้นแบบชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้นบางครั้งสูงขึ้นมาไม่เกิน 5 วินาที ด้วยซ้ำก็ลดลงในระดับ 60-70 องศาเซลเซียส แล้ว และตราบใดที่ตัวเลข Min Temp ยังอยู่ในระดับต่ำคือประมาณ 45-50 องศาเซลเซียสก็แสดงว่าการระบายความร้อนยังเป็นปกติครับ และที่สำคัญการทดสอบของเรานั้นทำอยู่ในห้องธรรมดาไม่ได้มีการเปิดเครื่องปรับอากาศครับ อุณหภูมิห้องก็อยู่ในระดับ 31-32 องศาเซลเซียส เข้าไปแล้ว ดังนั้นในการใช้งานจริงผู้ใช้ก็สามารถหาอุปกรณ์เสริม เช่นแท่นวางโน้ตบุ๊กที่มีพัดลมช่วยระบายความร้อน หรือแค่มีแท่นวางเพื่อยกตัวโน้ตบุ๊กให้สูงขึ้นมาจากพื้นโต๊ะเพียงเล็กน้อยเพื่อให้มีอากาศไหลเวียนได้สะดวก โน้ตบุ๊กก็ทำงานหรือเล่นเกมได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีปัญหาความร้อนสะสมแล้วละครับ ส่วนอุณหภูมิของกราฟิกการ์ดก็เช่นกันครับ แม้จะพุ่งสูงในระดับ 82 องศาเซลเซียส แต่ก็ไม่ได้ค้างในระดับนี้ตลอดเวลามีการปรับขึ้นปรับลงไปตามความต้องการของกราฟิกในการแสดงผลครับ ทั้งซีพียูและกราฟิกชิปเองต่างมีระบบป้องกันความร้อนเกินอยู่แล้วดังนั้นไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องนี้ครับ และถือว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นนี้สามารถจัดการกับความร้อนได้อย่างดีเยี่ยมครับ

สรุป

โดยรวมเราก็มีความประทับใจกับเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ASUS TUF GAMING FX504GD-E4219T นี้มากครับ แม้ว่าสเปคของกราฟิกการ์ดจะไม่ได้สูงมากนักเป็นเพียงแค่ GTX 1050 (ก็ตามราคานะครับ) ส่วนซีพียูก็เป็น Core i5 แต่ก็อย่างที่บอกครับ Core i5 ของอินเทลในเจนฯ 8 นี้ มีจำนวนคอร์และเธรดเท่ากับ Core i7 ของเจนฯ 7 ดังนั้นเมื่อเทียบราคากับประสิทธิภาพที่ได้จากโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็ถือว่ามีความคุ้มค่ามากครับ ถ้าเป็นสเปคนี้ ราคาเมื่อก่อนคงอยู่ในระดับสามหมื่นบาทกลาง ๆ ขึ้นไป แต่นี่มีราคาอยู่ในระดับ 25,000 บาท เท่านั้น นั่นจึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นนี้กลายเป็นรุ่นยอดนิยมในตลาดทันทีหลังจากเปิดตัว และถ้าใครกันงบประมาณไว้อีกสักสองพันบาทขึ้นไปก็สามารถเติมเต็มได้ด้วย SSD ความจุสัก 128GB แม้จะไม่มาก แต่ก็จะทำให้เราแก้ปัญหาเรื่องเครื่องบูตช้า และถ้าเราลงโปรแกรมที่ใช้งานบ่อย ๆ ลงไปก็จะช่วยให้เรียกใช้งานโปรแกรมเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย และถ้าใครมีงบเพิ่มอีกสักสามพันบาทกันจัดแรมเพิ่มมาอีก 8GB ก็เป็นการติดปีให้กับโน้ตบุ๊กเครื่องนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วละครับ และสำหรับช่วงเปิดเทอมใหม่นี้ถ้าใครกำลังมองหาโน้ตบุ๊กที่ใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ทั้งงานและเกมเราคิดว่า โน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีในงบประมาณที่ไม่สูงจนเกินไปครับ

You may also like...