ASUS ZenBook Pro 15 โน้ตบุ๊กสำหรับกลุ่มครีเอเตอร์ ยกระดับความแรงด้วยซีพียู Intel Core i9

บริษัท เอซุส มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ส่ง ‘ASUS ZenBook Pro 15’ บุกตลาดพรีเมียมโน้ตบุ๊กในประเทศไทย หลังกระแสการตอบรับอย่างยิ่งใหญ่จากการเปิดตัวครั้งแรกในงาน Computex 2018 ที่ประเทศไต้หวัน พร้อมการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ ‘กัล กาดอท’ ย้ำผู้นำนวัตกรรมเทคโนโลยี ชูนวัตกรรมจอ ‘ScreenPad’ ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของทัชแพด ภายใต้คอนเซปต์ ‘Unleash your creative power’ หรือการปลดปล่อยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ในตัว โดยเป็นนวัตกรรมที่สร้างมาเพื่อกลุ่มนักออกแบบโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพ ผู้กำกับ นักตัดต่อ โปรแกรมเมอร์ รวมถึงบุคคลทั่วไปที่มองหาโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูง

ASUS ZenBook Pro 15 (UX580) โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูหรา บางเบา น้ำหนักเพียง 1.88 กิโลกรัม เป็นโน้ตบุ๊กเครื่องแรกในโลกที่นำเสนอจอ ScreenPad พร้อมหน้าจอขนาด 15 นิ้ว 4K UHD PANTONE® Validated, ซีพียูมีให้เลือกใช้ถึงรุ่นสูงสุดคือ Intel Core i9, NVIDIA GeForce GTX 1050 Ti และ SSD PCIe® 3.0 x4 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานหนักได้อย่างสบาย พร้อมการเชื่อมต่อที่ครอบคลุม ได้แก่ Gigabit-class 802.11ac Wi-Fi, USB-C with Thunderbolt™ 3, USB 3.1 Gen 1 Type-A และ HDMI output

ScreenPad นวัตกรรมใหม่แห่งอนาคต

สกรีนแพดของ ZenBook Pro 15 ทำหน้าที่เป็นทั้งทัชแพดและจอภาพทัชสกรีนขนาด 5.5 นิ้ว (Full HD) นำเสนอรูปแบบใหม่ในการทำงานร่วมกับโน้ตบุ๊ก มีฟังก์ชั่นการใช้งานอันชาญฉลาดที่ปรับการทำงานตัวเองให้เข้ากับการทำงานของผู้ใช้ ช่วยให้การทำงานสะดวกและรวดเร็วขึ้น ทั้งยังสามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ โหมดเครื่องคิดเลข, เครื่องเล่นเพลง (Music Player), นัมคีย์ (NumKey) เปลี่ยนการทำงานของสกรีนแพดเป็นคีย์แพดตัวเลข, แถบเมนูลัด (Launcher) ให้ผู้ใช้สามารถเปิดและเปลี่ยนการใช้งานแอปพลิเคชันบนเดสก์ทอปได้ และ เอซุส ซิงก์ (ASUS Sync) เพื่อการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน สามารถแชร์หน้าจอโทรศัพท์ไปยังหน้าจอหลักและสกรีนแพด ช่วยแจ้งเตือนเมื่อได้รับข้อความใหม่และรับสายเข้าหรือโทรออกได้อย่างสะดวกสบาย

ทั้งนี้ เมื่อสกรีนแพดอยู่ในโหมด Screen Extender สกรีนแพดจะทำหน้าที่เป็นจอที่สองของหน้าจอหลัก ช่วยในการมัลติทาสกิงและสร้างสรรค์งานร่วมกับโปรแกรม Microsoft Word, Excel และ PowerPoint และแอพพลิเคชั่นอื่นๆอีกมากมายที่จะตามมาในอนาคต

สกรีนแพดยังทำงานร่วมกับเว็บบราวเซอร์อย่าง Chrome ในการเล่นเพลงบนยูทูบ (Youtube) โดยทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมวีดีโอ ผู้ใช้สามารถเลือกเลื่อนเพลงได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้ว ทั้งนี้สกรีนแพดจะถูกอัปเดตให้อยู่ในเวอร์ชั่นล่าสุดอยู่เสมอ ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันใหม่ ๆ ได้จาก วินโดวส์ สโตร์ (Windows Store) ซึ่งได้เปิดกว้างให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันใหม่สำหรับสกรีนแพดได้อย่างอิสระ

ASUS ZenBook Pro 15 กับประสิทธิภาพสูงสุด

ZenBook Pro 15 มาพร้อมประสิทธิภาพในการทำงานเต็มเปี่ยมสำหรับผู้ใช้งานมืออาชีพ ด้วยซีพียู Intel® Core™ i9, รองรับหน่วยความจำ DDR4 ติดตั้งหน่วยความจำได้สูงสุด 16GB รองรับ 512 GB PCIe 3.0 x4 SSD ทรงพลังเหนือกว่าโน้ตบุ๊กคู่แข่งที่ใช้ PCIe x2 และ SATA 3 SSDs ทำให้ ZenBook Pro 15 สามารถบูทเครื่อง หรือเปิดแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ZenBook Pro 15 ยังมาพร้อมการ์ดจอ NVIDIA® GeForce® GTX 1050 Ti ที่เร็วกว่าเกือบสองเท่าของเจเนอเรชั่นก่อนหน้าอย่าง GeForce GTX 960M ซึ่ง ZenBook Pro 15 สามารถรองรับการใช้งานกราฟฟิกหนักหน่วง อาทิ การเรนเดอร์งาน 3D, การเล่นวีดีโอ 4K UHD และเล่นเกมส์ได้อย่างลื่นไหล

ASUS ZenBook Pro 15 สวยล้ำด้วยดีไซน์

นำเสนอความหรูหราอันเป็นจุดเด่นของโน้ตบุ๊กตระกูล ZenBook โดย ZenBook Pro 15 มาในสี Deep Dive Blue พร้อมขอบสี Rose Gold เพิ่มความสวยงามน่าค้นหา และคีย์บอร์ดยังใช้ไฟในเฉดสีทองอย่างมีระดับ

ZenBook Pro 15 เลือกใช้จอแบบทัชสกรีนบนความคมชัดระดับ 4K UHD พร้อมขอบจอบางที่สุด (Ultraslim-bezel) แสดงผลเต็มตากว่าเคยบนหน้าจอขนาด 15 นิ้ว เหมาะกับการใช้งานในทุกวัน สำหรับผู้ใช้ที่เน้นในเรื่องการออกแบบเพราะมาพร้อม PANTONE® Validated แสดงค่าสีที่ถูกต้องที่สุด พร้อมค่าความผิดเพี้ยนของสีน้อยในระดับดีเยี่ยม (Delta-E) และยังมี ASUS Pen เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเสริมสกรีนแพดกับฟังก์ชั่นการใช้งานบน Microsoft Office

ASUS ZenBook Pro 15 ครอบคลุมทุกการเชื่อมต่อ

มาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อประสิทธิภาพสูง ได้แก่ USB-C (Thunderbolt™ 3) 2 ช่อง, USB 3.1 (Gen 1 Type-A) 2 ช่อง, พอร์ต HDMI 1 ช่อง, Gigabit-class dual-band 802.11ac Wi-Fi ให้ความเร็วมากถึง 1734Mbps เร็วกว่า 802.11n ถึง 12 เท่า ทำให้เล่นวีดีโอความคมชัดระดับ 4K UHD ได้อย่างดีเยียม

Asus ZenBook Pro 15 เริ่มวางขายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ในราคา 89,990 บาท สำหรับรุ่นที่ใช้ Intel® Core™ i9 และราคา 69,990 บาท สำหรับรุ่นที่ใช้ Intel® Core™ i7

You may also like...