Intel Core i7-10710U ขุมพลังระดับพรีเมี่ยม ที่พกพาง่ายในโน้ตบุ๊ก MSI Prestige 14 A10SC

โน้ตบุ๊กของ MSI ในซีรีย์เกมมิ่งนั้นถือได้ว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับแรก ๆ ที่เกมเมอร์ให้ความสนใจ แต่ในช่วงสองสามปีหลังมานี้นอกจากเกมมิ่งโน้ตบุ๊กแล้วทาง MSI ก็มีโน้ตบุ๊กในซีรีย์อื่นออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทางด้านอื่นด้วย เช่น MSI Creator Series สำหรับคนทำงานสายคอนเทนต์ที่ให้สเปคแรง และ MSI Prestige ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊กสำหรับกลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์แบบบางเบาแต่มีประสิทธิภาพสูง

และเมื่อไม่นานมานี้ MSI ก็ได้เปิดตัวโน้ตบุ๊ก Prestige 14 และ Prestige 15 แบบบางเบาแต่เปี่ยมประสิทธิภาพด้วยซีพียูรุ่นใหม่ล่าสุดจากอินเทล และในวันนี้เราก็จะมาลองเจาะลึกกับโน้ตบุ๊ก MSI Prestige 14 A10SC ซึ่งเป็นหนึ่งในโน้ตบุ๊กแบบบางเบา แต่ให้ประสิทธิภาพในระดับพรีเมี่ยม โดยใช้ขุมพลังที่สำคัญจากซีพียู อินเทล คอร์ เจนเนอร์เรชัน 10 รุ่นล่าสุด

คุณสมบัติทางเทคนิคของ MSI Prestige 14 A10SC

  • Intel Core i7-10710U (6 Core, 12 Thread)
  • Graphics
    • Intel UHD Graphics
    • GeForce GTX 1650 MAX-Q, GDDR5 4GB
  • 14″ FHD (1920*1080), IPS-Level NTSC Thin Bezel, close to 100% sRGB
  • DDR4 16GB (2666MHz)
  • 512GB NVMe PCIe SSD
  • Intel Wi-Fi 6 AX201(2*2 ax) + BT5
  • Single Backlight (White) Keyboard
  • Windows 10 Home

ลักษณะและคุณสมบัติทั่วไปของโน้ตบุ๊ก

MSI Prestige 14 A10SC เป็นโน้ตบุ๊กที่อยู่ในแพลตฟอร์มแบบบางเบา มาพร้อมกับจอภาพขนาด 14” ชนิดขอบบางพิเศษ ทำให้โน้ตบุ๊กรุ่นนี้มีขนาดกะทัดรัดไม่ต่างไปจากโน้ตบุ๊กที่มีหน้าจอขนาด 13” เท่ากับว่าเราได้โน้ตบุ๊กที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้นและพกพาได้ง่ายขึ้นอีกด้วย และเนื่องจาก Prestige 14 นี้ก็เป็นหนึ่งในโน้ตบุ๊กสำหรับกลุ่มนักสร้างคอนเทนต์ทาง MSI จึงได้มอบจอแสดงผลแบบ True Pixel พร้อมการตั้งค่าสีด้วยฟีเจอร์ True Color เพื่อให้สีสันมีความแม่นยำตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด ขยายขอบเขตการแสดงผลของสีให้กว้างขึ้นด้วยมาตรฐาน 100% AdobeRGB เพื่อการแสดงผลของสีที่มีมิติมากขึ้นกว่าเดิม เพิ่มเติมด้วยมาตรฐานความแม่นยำของสีที่เป็นที่ยอมรับกันในอุตสาหกรรมชั้นนำอย่าง Delta-E<2 ที่จะช่วยการันตีว่าสีที่ได้นั้น มีความถูกต้องและแม่นยำแน่นอน และหน้าจอ True Pixel ของ MSI นั้น ยังได้รับประกันคุณภาพจากการตรวจสอบของมาตรฐานระดับโลกอย่าง CalMAN เพื่อการแสดงผลของภาพที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดอีกด้วย

จอภาพขอบบาง ที่ช่วยลดขนาดของตัวเครื่องลง

ตัวเครื่องโน้ตบุ๊ก Prestige 14 มาพร้อมกับสี Carbon Gray และมีการตัดขอบด้วยเทคโนโลยี diamond-cutting พร้อมสีฟ้าสดใส เสริมให้เห็นถึงจิตวิญญาณของผู้ใช้งานที่มีความคิดสร้างสรรค์ผสมกับกับความเป็นผู้ใช้งานในระดับมืออาชีพได้อย่างชัดเจน

ตัวเครื่องมาในโทนสี Carbon gray พร้อมการตัดขอบด้วยเทคโนโลยี dimond-cutting ที่เป็นสีฟ้าสดใส เพื่อความโดดเด่นที่ช่วยสะท้อนถึงความเป็นนักสร้างสรรค์ในระดับมือาชีพ

ในส่วนของการเชื่อมต่อ Prestige 14 มาพร้อมกับพอร์ต Thunderbolt 3 ที่เป็นคุณสมบัติเด่นจากแพลตฟอร์มของซีพียู อินเทล คอร์ เจนเนอร์เรชัน 10 รุ่นล่าสุด ทำให้พอร์ตการเชื่อมต่อนี้มีความรวดเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลมากยิ่งขึ้นกว่ารุ่นก่อน และที่สำคัญนั้น ยังมาพร้อมกับมาตรฐาน Wi-Fi 6 ล่าสุด สำหรับการเชื่อมต่อสัญญาณแบบไร้สายที่เร็วกว่ามาตรฐานก่อนหน้าถึง 3 เท่าตัว

และด้วยเพลตฟอร์มของ อินเทล คอร์ เจนเนอร์เรชัน 10 ทำให้โน้ตบุ๊กรุ่นนี้รองรับ Thunderbolt 3 ที่ให้ความเร็วในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ด้วยความเร็วสูง โดยอยู่ในรูปแบบของพอร์ต USB-C ที่ใช้งานได้สะดวก.
แม้จะเป็นโน้ตบุ๊กแบบบางเบาที่มีขนาดหน้าจอเพียง 14 นิ้ว และมีขนาดที่เล็กกะทัดรัด แต่ก็มาพร้อมกับคีย์บอร์ดที่ใช้งานได้ถนัดพร้อมกับ ทัชแพคขนาดใหญ่ที่ใช้งานได้อย่างลื่นไหล พร้อมด้วยสแกนลายนิ้วมือเพิ่มความปลอดภัยในระดับมืออาชีพ

Core i7-10710U (6 คอร์ 12 เธรด) พลังระดับเดสก์ท็อป

ตามปกติแล้วเวลาเราเห็นซีพียูที่ลงท้ายด้วยรหัส U เราก็มักจะนึกถึงซีพียูประหยัดพลังงานที่มีประสิทธิภาพไม่สูงนัก และอาจจะมีจำนวนคอร์ประมวลผลที่ไม่มากนัก เช่น 2 คอร์ หรือ 4 คอร์ เท่านั้น แต่ด้วยเทคโนโลยีในการผลิตซีพียูของ Intel ที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา แม้ Core i7-10710U นี้จะยังคงใช้กระบวนการผลิตแบบ 14 นาโนเมตร แต่ก็เป็น 14nm++ ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพต่อการใช้พลังงานที่มากขึ้น นั่นทำให้ซีพียู Core i7-10710U สามารถมาพร้อมกับจำนวนคอร์ที่มากถึง 6 คอร์ พร้อมรองรับเทคโนโลยี Hyperthreading ที่ทำให้ซีพียูรุ่นนี้ทำงานได้ถึง 12 เธรด พร้อม ๆ กัน และเพื่อทำให้มองเห็นการพัฒนาของกระบวนการผลิตที่ดีขึ้น เราขอนำคุณสมบัติของ Core i7-10710U มาเทียบกับซีพียูรหัส U ในระดับเดียวกันที่เป็นรุ่นก่อนหน้าคือ Core i7-8665U  (เทียบกับคอร์ เจนฯ 8 เพราะ ซีพียู คอร์ เจนฯ 9 สำหรับโน้ตบุ๊กไม่มีรหัส U)

ความเร็วของ Core i7-10710U  นั้นก็เริ่มต้นที่ 1.10GHz และสามารถบูสได้สูงสุดถึง 4.7GHz และถ้าบูสแบบ All Core ก็จะทำความเร็วได้ที่ 3.9GHz ซึ่งก็ถือเป็นความเร็วที่สูงมากสำหรับซีพียูในตระกูล U-Series โดยซีพียูรุ่นนี้มีค่า TDP 15W/25W เท่านั้น นับว่าเป็นซีพียูที่ให้ประสิทธิภาพสูงมากเมื่อเทียบกับการใช้พลังงาน นอกจากนี้ Core i7-10710U ยังมาพร้อมกับ Smart Cache ขนาด 12MB ที่ทำแบ่งปันข้อมูลระหว่างคอร์ของซีพียูทำได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

และด้วยการที่ Core i7-10710U  มีจำนวนคอร์มากถึง 6 คอร์ และยังรองรับ Hyperthreading ทำให้ซีพียูรุ่นนี้สามารถรองรับการทำงานได้หลายอย่างพร้อมกันได้อย่างสบาย ๆ ไม่ต่างอะไรจากคอมพิวเตอร์ในระดับเดสก์ท็อปเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านกราฟิก งานด้านการตัดต่อวิดีโอ หรืองานสร้างสรรค์คอนเทนต์อื่น ๆ ก็สามารถรองรับได้ทั้งหมด

ลองดูการทดสอบจากโปรแกรม Blackmagic RAW Speed Test ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของ CPU และ GPU ในด้านการประมวลผลข้อมูลของไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงระดับมืออาชีพ โดยการทดสอบนี้จะทดสอบสองครั้ง โดยแบ่งเป็นการทดสอบระหว่างการใช้ Core i7-10710U กับ Intel UDH Graphics ที่ติดตั้งมาในตัว และทดสอบด้วยการใช้ Core i7-10710U ร่วมกับกราฟิกการ์ดแยก GTX 1650 Max-Q

ทดสอบ Blackmagic RAW ด้วย Core i7-10710U กับ Intel UHD Graphics

รูปด้านบนเป็นการทดสอบด้วยโปรแกรม Blackmagic RAW โดยใช้ Core i7-10710IU และ Intel UHD Graphics จะเห็นได้ว่าส่วนของซีพียูนั้นสามารถรองรับวิดีโอที่มีความละเอียดได้สูงสุดถึง 6K30FPS (บีบอัดข้อมูลที่ BRAW 12:1), ส่วนประสิทธิภาพของ Intel UDH Graphics รองรับได้สูงสุดที่ 4K50FPS ในทุก ๆ การบีบอัด ซึ่งอาจจะดูไม่เยอะแต่ถ้ามองในแง่ของความเป็นกราฟิกแบบรวมในตัวซีพียูก็ต้องถือว่าทำได้ดีมาก ๆ

ทดสอบ Blackmagic RAW ด้วย Core i7-10710U กับ GTX 1650 Max-Q

รูปด้านบนนี้เป็นการทดสอบร่วมกันระหว่างซีพียู Intel Core i7-10750U และ GTX 1650 Max-Q ในภาพรวมก็จะเห็นได้ว่าส่วนของซีพียูยังคงรองรับได้ที่ 6K30FSP แต่จะรองรับอัตราการบีบอัดที่เพิ่มขึ้น ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าพอไม่ได้ใช้งาน Intel UHD Graphics ซีพียูจึงเพิ่มความเร็วในการทำงานของตัวเองขึ้นไปอีกระดับทำให้รองรับ 6K30FPS ที่อัตราการบีบอัดต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ส่วนประสิทธิภาพของกราฟิกการ์ดแยกก็ช่วยให้สามารถทำงานในระดับ 8K25FPS ได้ ซึ่งโดยรวมก็ถือว่าทำได้ดีเช่นกันเพราะถึงจะเป็นกราฟิก GTX แต่ก็เป็นรุ่นที่ประหยัดพลังงานเน้นการใช้งานทั่วไป

การทดสอบด้วย Blackmagic RAW นี้ เป็นเพียงการวัดประสิทธิภาพโดยตรงจาก CPU และ GPU เท่านั้น ในการใช้งานจริงก็จะมีปัจจัยอื่น ๆ มาช่วยเสริมอีกเช่นจำนวนของหน่วยความจำและความเร็วของไดร์ฟที่ใช้ทำงาน เป็นต้น

Intel UHD Graphics ยังคงโดดเด่นแม้มีกราฟิกการ์ดแยก

แม้ว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนี้จะมาพร้อมกับกราฟิกการ์ดแยกจาก NVIDIA รุ่น GTX 1650 Max-Q ซึ่งจะช่วยในการประมวลผลด้านกราฟิกเมื่อต้องการประสิทธิภาพการทำงานด้านกราฟิกที่สูงแบบเฉพาะทาง เช่นการเล่นเกม หรือทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ด้านกราฟิกที่ต้องเพิ่งพาความสามารถพิเศษจากกราฟิกการ์ดแบบแยก อย่างไรก็ตามในซีพียู Core i7-10710U เองก็มาพร้อมกับ Intel UHD Graphics ด้วยในตัว ซึ่งปกติแล้วก็จะทำหน้าที่ในการแสดงผลทั่วไป และทำหน้าที่เป็นหน่วยแสดงผลหลักเวลาที่ต้องทำงานด้วยแบตเตอรี่ เพราะประหยัดพลังงานกว่าการใช้กราฟิกการ์ดแยกนั่นเอง

Intel UHD Graphics นี้ไม่ได้มีดีเฉพาะเรื่องการแสดงผลในโหมดประหยัดพลังงานเท่านั้น แต่ในงานวิดีโอ Intel UHD Graphics นั้นถือว่ามีความสามารถในการทำงานที่โดดเด่นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเปิดรับชมวิดีโอสตรีมมิ่งทั่วไปอย่าง YouTube ก็ยังสามารถรองรับการถอดรหัสวิดีโอได้ในระดับ 8K ซึ่งมากกว่ากราฟิกการ์ดแบบแยกบางรุ่นด้วยซ้ำไป และนอกจากนี้ถ้าใครต้องทำงานร่วมกับโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ Intel UHD Graphics เองก็มีคุณสมบัติที่ชื่อว่า QuickSync Video ที่รองรับกับโปรแกรมตัดต่อวิดีโอในระดับมืออาชีพได้ทุกโปรแกรม ซึ่งจะช่วยแร่งการประมวลผลด้านวีดีโอให้ดียิ่งขึ้น และในบางโปรแกรมที่มีการออกแบบมาดีมาก ๆ อย่างเช่น Adobe Premiere Pro และ Davinci Resolve Studio ก็สามารถเรียกใช้คุณสมบัติทางด้านวิดีโอจาก Intel UHD Graphics ไปพร้อม ๆ กับกราฟิกการ์ดแยกได้อีกด้วย ดังตัวอย่างทางด้านล่างนี้

ภาพด้านบนเป็นการทำงานของ Davinci Resolve Studio ซึ่งมีจุดเด่นตรงที่สามารถดึงความสามารถในการทำงานร่วมกันทั้งซีพียูและกราฟิกหลายตัวให้ทำงานพร้อมกันได้ และในภาพนี้เรากำลังเรนเดอร์วิดีโอ 4K 60FSP ความยาวประมาณ 3.24 นาที ก็จะเห็นได้ว่า Davinci Resolve ก็ยังคงดึงการประมวลผลจากซีพียูไปใช้อย่างเต็มที่ทั้ง 6C/12T และยังมีการเรียกใช้ Intel HD Graphics และกราฟิกการ์ดแยกอย่าง GTX 1650 Max-Q ไปด้วยพร้อม ๆ กัน ซึ่งจะช่วยให้งานที่ทำเสร็จได้เร็วขึ้น

ส่วนในภาพนี้ก็เป็น Adobe Premier Pro  ซึ่งเป็นโปรแกรมในระดับมืออาชีพเช่นกัน และก็เป็นที่ทราบกันดีว่าทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ของค่าย Adobe นั้นมีความใกล้ชิดกับ Intel เป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่าแอปเพลิเคชันหลาย ๆ ตัวของ Adobe นั้นสามารถทำงานร่วมกับซีพียูของ Intel ที่มาพร้อมกับ Intel HD Graphics ได้อย่างสบาย ๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาความสามารถของกราฟิกการ์ดแยกก็ยังได้ และในการเรนเดอร์วิดีโอในครั้งนี้โปรแกรมก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า มีการดึงคุณสมบัติทางด้านวิดีโออย่าง Intel QuickSync Video ออกมาอย่างเต็มที่

และการทำงานของทั้งสองโปรแกรมนี้ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถเรียกใช้งานประสิทธิภาพการทำงานในส่วนต่าง ๆ ของฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่ในโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งในส่วนของ CPU, iGPU และการ์ดจอแยก นอกจากนี้แล้ว Intel HD Graphics นั้นยังมีประโยชน์อย่างมากเวลาที่เราต้องทำงานด้วยแบตเตอรี่ เพราะจะประหยัดพลังงานมากกว่าการใช้การ์ดจอแยก ซึ่งจะทำให้เรายังคงสามารถใช้งานแอปพลิเคชันและทำงานต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพนอกสถานที่ได้อย่างต่อเนื่อง

ภาพด้านเป็นการตรวจสอบคุณสมบัติด้านการเข้ารหัสและถอดรหัสวิดีโอด้วยโปรแกรม DXVA Checker และในการตรวจสอบเราก็จะเห็นได้ว่า Intel UHD Graphics ที่มาพร้อมกับซีพียู Intel Core i7-10710U นั้นสามารถที่รองรับการทำงานของวิดีโอได้อย่างหลากหลายรวมไปถึงรองรับงานวิดีโอ HEVC ระดับ 8K ได้อีกด้วย

ในภาพนี้เราลองปิดการทำงานของกราฟิกการ์ดแยก แล้วลองใช้ Intel UHD Graphics ในการเล่นวิดีโอ 8K60FSP จาก YouTube ก็จะเห็นได้ว่ามีการเรียกใช้ฮาร์ดแวร์ Decoder จากตัว Intel UHD Graphics มาใช้งาน ช่วยให้การเล่นไฟล์วิดีโอ 8K ได้อย่างลื่นไหล

การเล่นเกม

โน้ตบุ๊ก MSI Prestige 14 นี้แม้จะมาพร้อมกับกราฟิกการ์ดแยกอย่าง GTX 1650 Max-Q แต่วัตถุประสงค์ของกราฟิกการ์ดรุ่นนี้จริง ๆ แล้วทำออกมาเพื่องานมัลติมีเดียต่าง ๆ และรองรับเกมแนวแคชชวลทั้งหลายสำหรับการพักผ่อนมากกว่าการเล่นเกมอย่างจริงจัง แต่ถ้าต้องการเล่นจริง ๆ ก็สามารถเล่นได้ดีพอตัวกับการลดรายละเอียดของภาพลงมาเพื่อให้เหมาะสบกับกราฟิก

ประสิทธิภาพที่ครอบคลุมทุกการใช้งาน

จากการทดสอบและลองใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ รวมไปถึงโปรแกรมตัดต่อวิดีโออย่าง Davinci Resolve Studio และ Adobe Premiere Pro ก็เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าประสิทธิภาพของซีพียู Core i7-10710U เจนเนอร์เรชันล่าสุดของอินเทลนั้น สามารถทำให้โน้ตบุ๊กที่มีขนาดบางเบาสามารถรองรับการทำงานหนักได้มากมายเกินตัว และถ้าสามารถรองรับงานวิดีโอที่มีความหนักหน่วงได้ขนาดนี้ งานด้านอื่น ๆ เช่นงานแต่งภาพ หรืองานมัลติมีเดียก็ไม่ต้องกังวลสามารถรองรับได้อย่างแน่นอน

และด้วยประสิทธิภาพในระดับนี้ก็ทำให้เหล่าครีเอเตอร์สามารถพกพาโน้ตบุ๊ก MSI Prestige 14 ที่มาพร้อมกับซีพียู Intel Core i7-10710U รุ่นล่าสุดนี้ออกไปทำงานในที่ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องประสิทธิภาพในการทำงาน ช่วยให้สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ใหม่ ๆ ออกมาได้อย่างไร้ขีดจำกัด

ข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับซีพียู อินเทล คอร์ เจนเนอร์เรชัน 10

You may also like...