MSI GT73VR 7RF TITAN PRO เกมมิ่งรุ่นใหญ่ ใส่มาแต่ของแรง

เมื่อไม่นานมานี้ทาง MSI ได้เปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ล่าสุดที่ได้มีการอัปเกรดจากซีพียูคอร์เจนเนอร์เรชันที่ 6 มาสู่คอร์เจนเนอร์เรชันที่ 7 ซึ่งเป็นซีพียูที่แรงกว่าเดิมแต่ประหยัดพลังงานมากกว่า ซึ่งเหมาะอย่างมากครับสำหรับโน้ตบุ๊กที่ต้องการประสิทธิภาพสูงแต่ใช้พลังงานน้อยลง ซึ่งในการเปิดตัวครั้งนั้น MSI ก็ได้นำโน้ตบุ๊กออกมาแสดงให้เราได้เห็นหลายรุ่นครับ และหนึ่งในนั้นก็คือ MSI GT73VR 7RF TITAN PRO ซึ่งเดี๋ยวเราจะได้ทดสอบกัน ส่วนใครที่ต้องการทราบว่าโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ของ MSI มีอะไรและมีคุณสมบัติเด่นอย่างไรบ้าง ก็ติดตามได้ในบทความข่าวการเปิดตัวของ MSI ได้เลยครับ

ลักษณะภายนอกของโน้ตบุ๊ก

ถ้าใครคุ้นเคยกับโน้ตบุ๊กเกมมิ่งในกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า TITAN ก็คงพบจะทราบนะครับว่าเป็นโน้ตบุ๊กที่มีความแรงมาก ๆ และมาพร้อมกับขนาดที่ค่อนข้างใหญ่โตเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊กทั่วไป หรือแม้กระทั่งเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก สาเหตุที่โน้ตบุ๊กเกมมิ่งที่เป็น TITAN ต้องมีขนาดที่ใหญ่โตก็เพราะต้องการรีดประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่ออกมาให้ได้มากที่สุด และหนึ่งในข้อจำกัดของประสิทธิภาพในการทำงานของโน้ตบุ๊กก็คือการระบายความร้อนนั่นเองครับ และเพื่อข้ามขีดจำกัดในเรื่องการระบายความร้อนจึงทำให้โน้ตบุ๊กในกลุ่ม TITAN ต้องมีขนาดใหญ่กว่าปกติ แต่ก็ไม่ได้ใหญ่เกินกว่าที่จะพกพาไปได้ครับ ตัวเครื่องรุ่นนี้มาขนาด 428 x 287 x 24~49 mm และมีน้ำหนัก 4.14 กิโลกรับ

โน้ตบุ๊กรุ่นนี้มาพร้อมกับจอภาพขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 หรือ Full HD และที่สำคัญคือเป็นจอที่มีรีเฟรชเรตสูงถึง 120Hz ทำให้โน้ตบุ๊กรุ่นนี้เหมาะอย่างมากสำหรับเล่นเกมที่มีเฟรมเรตสูง และเกมที่มีการเปลี่ยนแปลงของภาพอย่างรวดเร็ว ส่วนมุมมองของภาพนัันก็ทำได้ดีมากครับให้มุมมองที่กว้างพอสมควรเลยทีเดียว รวมถึงมีซอฟต์แวร์ Truecolor ที่ช่วยในการปรับแต่งการแสดงผลให้เหมาะกับงานในลักษณะต่าง ๆ ได้ตามต้องการ

 

ทางด้านคีย์บอร์ดก็จะมีมาค่อนข้างครบครัน เพราะมีพื้นที่ในการจัดวางค่อนข้างมาก และทาง MSI ก็ยังคงใช้คีย์บอร์ดจากทาง SteelSeries เช่นเดิม ตัวคีย์บอร์ดสามารถปรับแสงสีได้ในแบบ RGB ด้วยซอฟต์แวร์ และสามารถกำหนดค่าการทำงานได้อย่างหลากหลาย ทัชแพดเองก็มีขนาดที่ใหญ่ แม้ว่าเราจะไม่ได้ใช้งานมันบ่อยนักแต่ก็เป็นส่วนเสริมในการทำงานได้ดีในบ้างครั้งที่ไม่ต้องการละมือออกไปจากตำแหน่งของคีย์บอร์ด

ทางด้านซ้ายของชุด Num Pad จะมีปุ่มพาวเวอร์สำหรับปิดเปิดเครื่อง และปุ่มฟังก์ชันพิเศษควบคุมการทำงานได้อย่างรวดเร็วทันใจ

 

ทางด้านซ้ายของตัวเครื่องมีพอร์ต USB 3.0 เรียงอยู่ด้วยกัน 3 พอร์ต และตามมาด้วยชุดสำหรับต่อระบบเสียงโดยเป็นช่องคอนเน็ตเตอร์แบบเคลือบทองทั้งหมด เพิ่มความหรูหราและให้สัญญาณที่ดีไปด้วยในตัว

ทางด้านขวามีพอร์ต USB 3.0 มาให้อีกสองพอร์ต พร้อมด้วยช่องสำหรับอ่านการ์ดหน่วยความจำ.


แม้ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊กที่มีขนาดใหญ่แต่พอร์ตทางด้านข้างของตัวเครื่องนั้นมีน้อยครับ เพราะพอร์ตสำคัญ ๆ ส่วนใหญ่จะถูกย้ายมาไว้ทางด้านหลังของตัวเครื่อง ซึ่งใช้งานได้สะดวกกว่าโดยเฉพาะเรื่องการเก็บซ่อนสาย โดยทางด้านหลังนี้ก็จะประกอบไปด้วย Gigabit LAN, Mini DisplayPort, USB Type-C, HDMI และคอนเน็คเตอร์สำหรับต่อพาวเวอร์อะแดปเตอร์ และจะเห็นได้ว่าช่องต่อพาวเวอร์อะแดปเตอร์นั้นจะมีขั้วต่อขนาดใหญ่แบบ 4 Pin เพื่อรองรับกับการจ่ายไฟจำนวนมากนั่นเอง อะแดปเตอร์ของโน้ตบุ๊กทั่วไปจะอยู่ที่ราว ๆ 65 วัตต์ หรือถ้าเป็นโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูง ๆ หน่อยก็อาจจะใช้ถึง 150 วัตต์ แต่สำหรับโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ใช้อะแดปเตอร์ขนาด 330 วัตต์ เพื่อส่งกำลังให้กับฮาร์ดแวร์แรง ๆ ภายในเครื่องนั่นเองครับ ดูแล้วอาจจะเยอะ แต่ถ้าเทียบกับเดสก์ท็อปแล้วก็ยังประหยัดกว่าอยู่ดีครับ

ด้านหลังของตัวเครื่องดูค่อนข้างดุดันเหมือนกับท้ายของรถสปอร์ตครับ ด้วยช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ ด้านหนึ่งเป็นของกราฟิกการ์ด ด้านหนึ่งจะเป็นของซีพียู และความร้อนในส่วนอื่น ๆ ก็จะถูกระบายออกมาทางสองช่องนี้ และช่่องที่อยู่ทางด้านข้างของตัวเครื่อง

ส่วนการออกแบบชุดระบายความร้อนภายในตัวของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็จะมีลักษณะดังภาพทางด้านล่างนี้ครับ ก็จะเห็นได้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่นั้นเป็นการอุทิศให้กับอุปกรณ์ระบายความร้อนอย่างเต็มที่ครับ เพราะอุปกรณ์อื่น ๆ นั้นก็มีขนาดไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก

 

พืนที่ด้านล่างของตัวโน้ตบุ๊กเองก็จะออกแบบมาเพื่อให้อากาศเย็นจากภายนอกของโน้ตบุ๊กเข้าไปแทนที่อากาศร้อนได้อย่างรวดเร็วและเพียงพอครับ

 

ถ้าย้อนกลับไปดูในภาพที่แสดงการจัดว่าชุดระบายความร้อนภายในโน้ตบุ๊กเราก็ได้ได้เห็นการจัดวางตำแหน่งของลำโพงในโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ด้วยนะครับ และคุณผู้อ่านจะสังเกตได้ว่าลำโพงที่อยู่ทางด้านซ้ายในภาพนั้นจะมีขนาดเล็กกว่าลำโพงที่อยู่ทางด้านขวา เพราะทางด้านขวานั้นจะมีลำโพงในส่วนของซับวูเฟอร์มาเพิ่มด้วยอีกหนึ่งตัวนั่นเองครับ ทำให้เสียงที่ได้จากลำโพงของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ออกมาดีมากครับ สามารถใช้เปิดฟังเพลงแบบสบาย ๆ ได้ตลอดทั้งวันเลยละครับ ส่วนการเล่นเกมเราก็คิดว่าใช้กับเกมมิ่งเฮตเซตจะดีที่สุดครับ สำหรับลำโพงที่อยู่ภายในของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้เป็นการออกแบบร่วมกับระว่าง MSI กับทาง DYNAUDIO ครับ ซึ่งคนเล่นเครื่องเสียงก็คงจะรู้จักกันดีครับ และระบบเสียงของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็ยังทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ Nahimic2 เพื่อช่วยในการปรับแต่งคุณสมบัติของเสียงในการเล่นเกม เสียงที่เราบันทึกผ่านทางไมโครโฟน และยังใช้ในการติดตามแหล่งที่มาของเสียงภายในเกมได้อีกด้วย เป็นอีกหนึ่งอาวุธที่ช่วยเสริมการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี

 

ตอนนี้เราไปดูรายละเอียดของคุณสมบัติทางด้านเทคนิคของ MSI GT73VR 7RF TITAN PRO กันเลยดีกว่าครับ จะได้ทราบว่าการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ใหม่ในครั้งนี้เราจะได้อะไรบ้าง

ขุมพลังใหม่ Intel Core i7-7820HK

หัวใจหลักที่ได้รับการปรับปรุงในโน้ตบุ๊กซีรี่ย์ใหม่นี้ก็คือซีพียูครับเป็นการนำซีพียูคอร์เจนเนอร์เรชันที่ 7 มาใช้ ซึ่งมีชื่อรหัสว่า Kaby Lake ส่วนรุ่นก่อนหน้ามีชื่อรหัสว่า Skylake แม้ว่าโดยพื้นฐานแล้ว Kaby Lake จะยังคงเหมือนกับ Skylake แต่สิ่งที่ Kaby Lake ได้รับการปรับปรุงเพิ่มขึ้นมาก็คือเรื่องของการใช้พลังงานที่ประหยัดมากขึ้น การปรับแต่งกระบวนการประมวลผลภายในบางส่วนทำให้ซีพียูรุ่นใหม่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมตั้งแต่ 10%-20% ขึ้นอยู่กับประเภทของงาน Core i7-7820HK ถือว่าเป็นซีพียูรุ่นท็อปสุดสำหรับโน้ตบุ๊กในเวลานี้ เป็นซีพียูแบบ 4 คอร์ 8 เธรด ทำงานที่ความเร็ว 2.9GHz และเพิ่มความเร็วเป็น 3.9GHz ในโหมดบูส ถึงกระนั้นก็ยังมีค่า TDP สูงสุดอยู่ที่ 45 วัตต์ เท่านั้น อันที่จริงนอกจากในส่วนของตัวซีพียูที่ได้รับการปรับปรุงในส่วนของกราฟิกที่รวมอยู่ในตัวซีพียูก็ถูกปรับปรุงไปด้วยเช่นกัน แต่ว่าเราคงจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากส่วนนี้มากนักเพราะเกมมิ่งโน้ตบุ๊กของเราใช้กราฟิกชิปที่ทรงพลังกว่านั้นมาก

 

กราฟิกการ์ด GTX 1080 แบบ Overclock

สำหรับโน้ตบุ๊กตอนนี้คงจะไม่มีกราฟิกการ์ดรุ่นไหนแรงไปกว่า GTX 1080 แล้ว ถ้าจะแรงกว่านี้ก็คงจะเป็นรุ่น GTX 1080 SLI ซึ่งทาง MSI ก็มีให้เลือกเหมือนกัน แต่สำหรับ MSI GT73VR 7RF TITAN PRO นั้นใช้ GTX 1080 เพียงหนึ่งตัวเท่านั้น แค่นี้ก็แรงเกินพอสำหรับการเล่นเกมที่ความละเอียด Full HD แบบปรับภาพ Ultra ได้ในทุกเกมอยู่แล้วละครับ GTX 1080 ที่อยู่ในโน้ตบุ๊กนั้นมีคุณสมบัติเหมือนกับ GTX 1080 บนเครื่องเดสก์ท็อปทุกประการครับ ไม่ว่าจะเป็นจำนวน CUDA Core 2560 คอร์ รวมไปถึงหน่วยความจำแบบ GDDR5X (256 bit) ขนาด 8GB ที่จะแตกต่างกันจริง ๆ ก็มีเพียง GPU Clock เท่านั้นครับที่ถูกลดทอนลงมาเล็กน้อยด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ในการระบายความร้อน GTX 1080 ของเดสก์ท็อปทำงานที่ความเร็ว 1607MHz – 1733MHz ส่วนโน้ตบุ๊กทำงานที่ 1556MHz – 1733MHz แต่ว่าทาง MSI ได้จัดการโอเวอร์คล็อกกราฟิกการ์ดที่อยู่ในโน้ตบุ๊กรุ่นนี้เพิ่มเติมมาด้วยครับ โดยความเร็วเริ่มต้นจะอยู่ที่ 1582MHz และเมื่อเข้าสู่โหมดบูสจะเพิ่มได้สูงสุดถึง 1771MHz แต่เมื่อทดสอบในการใช้งานจริง ๆ แล้วเราก็จะพบว่าความเร็วในการบูสนั้นสามารถเพิ่มผ่านระดับ 1800MHz ไปอีกครับ นั่นแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการระบายความร้อนของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดีครับ เพราะถ้าระบายความร้อนไม่ดีความเร็วของกราฟิกชิปคงจะไม่ถูกเพิ่มมามากขนาดนี้ ส่วนความเร็วของหน่วยความจำไม่ได้มีการโอเวอร์คล็อกนะครับยังคงใช้ความเร็วมาตรฐานที่ NVIDIA กำหนด

 

หน่วยความจำ และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล

โน้ตบุ๊กรุ่นนี้รองรับหน่วยความจำได้ DDR4 สูงสุดถึง 64GB และมีสล๊อตติดตั้งหน่วยความจำภายในมาให้ถึง 4 สล๊อต ทำงานแบบ Dual-Channel ส่วนโน้ตบุ๊กรุ่นที่เรารับมาทดสอบนี้ทาง MSI ได้ติดตั้งหน่วยความจำไว้ 16GB ครับ โดยเป็นหน่วยความจำแบบ 8GB ความเร็ว 2400MHz จำนวนสองโมดูล หน่วยความจำรวมขนาด 16GB นี้ก็ถือว่ามากมายเพียงพอต่อการเล่นเกมและใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้อย่างสบายครับ

ส่วนทางด้านอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลก็จะมีทั้ง SSD และ HDD ครับ โดยในส่วนของ SSD นั้นจะเป็นการนำ SSD ความจุ 240GB สองตัวมาต่อแบบ RAID 0 เพื่อให้ได้ความเร็วและความจุรวมสูงถึง 480GB ครับ สำหรับฮาร์ดดิสก์ที่ใช้ก็เป็นของฮิตาชิความจุ 1TB แบบ 7200 รอบต่อนาที อินเทอร์เฟซ SATA-III ก็ถือว่าเป็นความเร็วในระดับเดียวกันกับเดสก์ท็อปครับ

Killer DoubleShot Pro การเชื่อมต่อที่วางใจได้

นอกจากความเร็วของซีพียูและกราฟิกการ์ดแล้ว ความเร็วของการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตก็มีส่วนสำคัญในการชี้เป็นชี้ตายในการเล่นเกมเช่นกัน ทาง MSI จึงได้เลือกใช้ Killer LAN ทั้งในส่วนของการเชื่อมต่อแบบใช้สายและแบบไร้สาย โดยการเชื่อมต่อด้วยสายก็จะผ่านทางชิป Killer E2500 รุ่นล่าสุดที่รองรับความเร็วในระดับ Gigabit พร้อมด้วย Killer Wireless-AC 1535 ซึ่งชิป LAN ทั้งสองนี้จะทำงานได้พร้อม ๆ กับเพื่อแยกช่องทางสำหรับการเชื่อมต่อเพื่อให้มีแบนด์วิดมากพอสำหรับการทำกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมพร้อมการถ่ายถอดสด หรือการเล่นเกมไปพร้อมกับการดาวน์โหลดหรือการอัปเดตซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ก็ทำได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการเล่นเกม

 

สำหรับคุณสมบัติอื่น ๆ ที่มีอยู่ในโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็จะเป็นไปตามภาพสรุปทางด้านล่างนี้ครับ

การควบคุมการทำงานต่าง ๆ ก็จะทำผ่านทางซอฟต์แวร์ MSI Dragon Center

 

CPU Up to 7th Gen. Intel® Core™ i7 processor
OS Windows 10
Display 17.3″ FHD (1920×1080), 120Hz, 5ms, Wide-View
Chipset Intel® HM175/Intel® CM238
Graphics GeForce® GTX 1080 with 8GB GDDR5X
Memory DDR4-2400, 4 Slots, Max 64GB,
Storage SSD/1x M.2 SSD (SATA)/2x M.2 SSD Combo (NVMe PCIe Gen3 x4 / SATA )
HDD 1x 2.5″ SATA HDD
Webcam FHD type (30fps@1080p)
Keyboard Backlight Keyboard (Full-Color)
Communication Killer Gb LAN/Killer ac Wi-Fi + Bluetooth v4.1
Audio 2x 3W Speaker/1x 5W Woofer
Audio Jack 1x Mic-in/1x Headphone-out (HiFi / SPDIF)/1x Line-in/1x Line-out
I/O Ports 1x Type-C (USB3.1 Gen2 / DP / Thunderbolt™3)/5x Type-A USB3.0/1x RJ45/1x SD (XC/HC)/1x (4K @ 60Hz) HDMI/1x Mini-DisplayPort
Battery 8-Cell , 75 Whr
AC Adapter 330W adapter
Dimension (WxDxH) 428 x 287 x 24~49 mm
Weight (w/ Battery) 4.14 kg
ผลการทดสอบด้วย 3DMark

 

ผลการทดสอบด้วย VRMark

ผลการทดสอบด้วยเกม Ashes of the Singularity (DX11/DX12)

 

ผลการทดสอบด้วยเกม deus ex mankind divided – High (DX11/DX12)

DirectX 11

DirectX 12 (อัตราเฟรมเรตอาจจะพอ ๆ กันระหว่าง DX11 กับ DX 12 แต่จำนวนเฟรมต่ำสุดของ DX12 ทำได้ดีกว่า)

อุณหภูมิการทำงานของตัวเครื่อง

ภาพบนเป็นการวัดอุณหภูมิของตัวเครื่องและฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ในขณะที่อยู่ในสภาวะสงบนิ่ง ส่วนภาพต่อมาทดสอบด้วยการเปิดโปรแกรม Benchmark ต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 30 นาที อุณหภูมิห้องในขณะการทดสอบอยู่ที่ 28 องศาเซลเซียส จะเห็นได้ว่าแม้อุณหภูมิอาจจะสูงอยู่สักหน่อย แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อการทำงาน โดยเฉพาะในส่วนของกราฟิกจะเห็นได้ความว่าเร็วของ GPU ยังคงอยู่ในระดับ 1800MHz แสดงการควบคุมความร้อนยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่เราคิดว่าเจ้าของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้คงจะต้องใช้งานในห้องแอร์อยู่แล้วละครับ และอุณหภูมิในห้องแอร์ก็คงจะลดอุณหภูมิการทำงานลงมาได้อีกเยอะครับ

สรุปส่งท้าย

ผลการทดสอบจาก 3DMark, VRMark มาสู่การทดสอบด้วยเกมทั้งหมดนั้นได้แสดงถึงประสิทธิภาพในการทำงานของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดีครับ เราคิดว่าประสิทธิภาพของ ซีพียู Core i7-7820HK กับ GTX 1080 (8GB) นั้นสามารถรองรับการเล่มที่จะออกมาในอนาตคได้อย่างไม่ต้องกังวลครับสามารถปรับรายละเอียดของเกมในระดับ Higjh-Ultra ได้โดยไม่ต้องกังวล และฮาร์ดแวร์ในระดับนี้ไม่เพียงแต่ที่จะใช้เล่นเกมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้โน้ตบุ๊กรุ่นนี้ทำงานด้านกราฟิก หรืองานตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูงได้อย่างสบายครับ เรียกได้ว่ามีเครื่องเดียวก็ทำได้ครบในทุก ๆ เรื่อง และประสิทธิภาพเหล่านี้ก็ยังช่วยให้เราใช้งานโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ต่อไปนานได้เกินสามปีแน่นนอนครับ เพราะฮาร์ดแวร์ที่อยู่ในโน้ตบุ๊ก MSI GT73VR 7RF TITAN PRO นี้ถือว่าอยู่ในระดับเดียวกันกับเครื่องเดสก์ท้อปเลยละครับ แต่ดีกว่าตรงที่พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกกว่า และยังมีความแรงมากเพียงพอที่จะเล่นเกมในแบบ VR หรือจะใช้เป็นเครื่องทำงานโดยต่อจอภาพภายนอกที่มีความละเอียดสูงในระดับ 4K ก็สามารถทำได้เช่นกันครับ เอาเป็นว่าถ้าใครต้องการความแรงแบบพกพาโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็มีให้อย่าเหลือเฟือครับ

 

 

 

You may also like...