MSI PE60 7RD (496XTH) ตอบสนองทุกการใช้งานของมืออาชีพ

ก่อนหน้านี้เราได้ทดสอบโน้ตบุ๊กของ MSI รุ่น PL62 7RC ไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ในครั้งนั้นเราประทับใจในเรื่องประสิทธิภาพการทำงานอย่างมาก เพราะเป็นโน้ตบุ๊กที่มีพื้นฐานดี สามารถนำมาอัปเกรดเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานได้ แต่ก็มีหลายคนเหมือนกันที่บ่นเสียดายที่จอภาพมีความละเอียดน้อยคือ HD 1366×768 เท่านั้น อยากได้รุ่นที่เป็นจอภาพแบบ Full HD มากกว่า และตอนนี้สิ่งที่หลายคนต้องการก็มาอยู่ในมือเราเรียบร้อยแล้วครับกับ MSI PE60 7RD (496XTH) โน้ตบุ๊กสำหรับคนทำงานพร้อมจอความละเอียด Full HD

หากจะเทียบ MSI PE60 7RD ที่จะทดสอบในครั้งนี้กับ MSI PL62 7RC ก็ต้องบอกว่าเป็นการยกระดับความแรงกับความสะดวกสบายในการใช้งานขึ้นมาอีกระดับครับ แม้ว่ารูปลักษณ์หน้าตาภายนอกจะดูคล้ายคลึงกันมากก็ตาม

การออกแบบ

ถ้าใครคุ้นเคยกับเกมมิ่งโน้ตบุ๊กของ MSI มาบ้างก็บอกได้เลยครับว่า MSI PE60 7RD นี้ใช้โครงสร้างของแชสซีหรือตัวเครื่องของโน้ตบุ๊กเหมือนกับรุ่นเกมมิ่งอย่างมาก คือถ้านำสีดำมาแทนที่โน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็จะกลายเป็นเกมมิ่งซีรี่ส์ไปในทันทีครับ แต่เราก็มองว่านี่เป็นเรื่องดีนะ เพราะฮาร์ดแวร์ที่ MSI ใส่เข้ามาให้กับโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็จัดได้ว่าอยู่ในระดับเดียวกันกับโน้ตบุ๊กกลุ่มเกมมิ่งด้วย การใช้แชสซีแบบเดียวกันก็จะให้ประโยชน์ในเรื่องของการระบายความร้อนได้ดี เราเชื่อเหลือเกินว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนี้จะถูกนำไปใช้งานเป็นเครื่องที่เปิดทำงานตลอดทั้งวันราวกับเป็นเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์

จอภาพ 15.6 นิ้ว FHD

อย่างที่ทราบกันว่าโน้ตบุ๊กในกลุ่ม P-Series ของ MSI นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองการทำงานเป็นหลัก และโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็มาพร้อมกับจอภาพขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 1920×1080 มาตรฐาน 94% NTSC ที่เหมาะสำหรับงานด้านการตกแต่งภาพกราฟิกโดยเฉพาะ รวมไปถึงการตัดต่อวิดีโอ นอกจากนี้ทาง MSI ก็ยังจัดเตรียมซอฟต์แวร์ TrueColor มาไว้ด้วย ช่วยให้เราปรับแต่งการแสดงผลบนหน้าจอได้ตามความต้องการและตรงกับลักษณะของงานที่ใช้

 

คีย์บอร์ดและทัชแพด

คีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ว่าไปก็มีการจัดวางในรูปแบบเดียวกับโน้ตบุ๊กเกมมิ่งเลยครับเพียงแต่ว่าปุ่มที่ใช้นั้นไม่ได้มาจากทาง SteelSeries เหมือนรุ่นเกมมิ่ง แต่เท่าที่ใช้งานเราก็คิดว่าให้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกันมากทั้งสัมผัสและระยะการพิมพ์ ที่คีย์บอร์ดมีไฟ LED สีขาว ที่ให้ความสว่างมากถึงมากจริง ๆ โดยเฉพาะในที่ ๆ มีแสงน้อยแสงของคีย์บอร์ดถ้าปรับสุดก็เข้าขั้นเจิดจ้าครับ ก็ต้องปรับลดลงมาเพื่อความสบายตาและยังช่วยประหยัดพลังงานด้วย ส่วนทัชแพดก็มีขนาดใหญ่ใช้งานได้ถนัดมือตามสไตล์ MSI ครับ แต่ส่วนใหญ่แล้วเราก็มักจะใช้งานควบคู่กับเมาส์ครับ โดยเฉพาะโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ที่มีเป้าหมายอยู่ที่คนทำงานด้านกราฟิก และคนที่ทำคอนเทนต์ดังนั้นผู้ใช้ก็น่าจะทำงานร่วมกับเมาส์เป็นหลักครับ แต่ทัชแพดที่ใหญ่ก็เสริมการทำงานได้ดีครับ เพราะบางครั้งเราแค่เลื่อนตำแหน่งของลูกศรเพียงเล็กน้อย เราก็แค่เลื่อนมือลงมาปรับ โดยไม่ต้องยกมือออกจากตัวคีย์บอร์ดเพื่อไปใช้เมาส์ ทำให้ทำงานได้คล่องตัวด้วยครับ

 

การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก

แม้ MSI PE60 7RD จัดได้ว่าเป็นโน้ตบุีกที่มีความสมบูรณ์แบบอยู่ในตัว แต่เวลาเรานำมาใช้งานประจำบนโต๊ะทำงานเราก็มักจะต้องต่อกับอุปกรณ์โน่นนี่เพื่อความสะดวกในการทำงานที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการต่อจอภาพขนาดใหญ่ที่มีความละเอียดเพิ่มขึ้น หรือต่อจอภาพเพิ่มเพื่อต้องการพื้นที่ในการแสดงผลและการทำงานที่สะดวก

พอร์ตส่วนใหญ่จะอยู่ทางด้านซ้ายของตัวเครื่องครับ เพราะทางด้านขวาจะมีไดร์ฟ DVD-RW ติดตั้งอยู่ หลายคนอาจจะไม่ได้ใช้แต่สำหรับทีมงานเราขอบอกว่ามีประโยชน์มากเพราะเรามีงานจำนวนไม่น้อยแบ็คอัปไว้ในแผ่น DVD และยังไม่ได้ย้ายมาเก็บบน NAS รวมไปถึงช่างภาพจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่ยังคงต้องการไดร์ฟ DVD-RW เพื่อบันทึกงานส่งงานต่าง ๆ ให้กับลูกค้า

 

Specification:

CPU Intel Core i7-7700HQ
Display 15.6″ FHD (1920×1080), Wide-View 94% NTSC
Chipset Intel HM175
Graphics GeForce GTX 1050 with 4GB GDDR5
Memory Type DDR4-2400
Number of DIMM Slot 2 Slots
Max Capacity 8GB (Max 32GB)
SSD Support 1x M.2 SSD Combo (NVMe PCIe Gen3 x4 / SATA )
HDD 1TB 7200rpm, 2.5″ SATA 6.0Gbps
Optical Drive DVD Super Multi
Webcam HD type (30fps@720p)
Keyboard Backlight Keyboard (Single-Color, White)
LAN Gb LAN
Wireless LAN & Bluetooth 802.11 ac Wi-Fi + Bluetooth v4.2
Speaker 4x 2W
Woofer 1x 3W
Audio Jack 1x Mic-in, 1x Headphone-out (SPDIF)
Type-C USB3.0 1x
Type-A USB3.0 2x
Type-A USB2.0 1x
RJ45 1x
Card Reader 1x SD (XC/HC)
HDMI 1x (4K @ 30Hz)
Mini-DisplayPort 1x
Battery (Cell/Type) 6-Cell, Li-Ion, 41Whr
Dimension (WxDxH) mm 383 x 260 x 27~29 mm
Weight (w/ Battery) 2.4 kg

ว่าด้วยฮาร์ดแวร์

ซีพียู Intel Core i7-7700HQ กับกราฟิกชิป GeForce GTX 1050 สองอย่างนี้จัดได้ว่าเป็นความแรงที่เทียบเท่ากับฮาร์ดแวร์ของเดสก์ท็อปได้อย่างสบาย ๆ i7-7700HQ เป็นซีพียูแบบ 4 คอร์ 8 เธรด ทำงานที่ความเร็ว 2.8GHz และบูสความเร็วเพิ่มได้สูงสุดที่ 3.8GHz โดยอัตโนมัติขึ้นอยู่กับปริมาณงานและความต้องการของซอฟต์แวร์แต่ละประเภท

โน้ตบุ๊กรุ่นนี้รองรับหน่วยความจำ DDR4 และสามารถติดตั้งหน่วยความจำได้สูงสุดถึง 32GB ในตัวเครื่องจะมี SODIMM มาให้สองช่องทำให้เราติดตั้งหน่วยความจำในลักษณะ Dual-Channel ได้ แต่สำหรับการเริ่มต้นกับเครื่องที่วางจำหน่ายจะมาพร้อมกับหน่วยความจำ DDR4-2400 8GB หนึ่งโมดูลครับ ซึ่งทำให้หน่วยความจำทำงานแบบ Single Channel เท่านั้น แต่ด้วยประสิทธิภาพของซีพียูและการมาพร้อมกับกราฟิกการ์ดแยกที่มีหน่วยความจำสำหรับการแสดงผลถึง 4GB ทำให้แบนด์วิดธ์ของหน่วยความจำหลักทั้งหมดไม่ต้องถูกแย่งไม่ต้องถูกแบ่งเว้นแต่การทำงานโดยใช้แบตเตอรี่กับงานเบา ๆ ที่จะมีการสลับมาใช้กราฟิกที่มาพร้อมกับซีพียู ซึ่งก็ไม่ได้ใช้แบนด์วิดธ์อะไรมากมายครับ

มาถึงกราฟิกการ์ด GTX 1050 กันบ้างครับ นี่ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้โน้ตบุ๊กรุ่นนี้มีประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมตกแต่งภาพ โปรแกรมวาดภาพ รวมไปถึงโปรแกรมตัดต่อวิดีโอก็สามารถนำพลังของ GTX 1050 มาใช้ได้อย่างเต็มที่เหมือนกัน หรือแม้กระทั่งงานด้านกราฟิกแบบ 3D อย่างพวก AutoCAD หรือ Maya และโปรแกรมอื่น ๆ GTX 1050 ก็มีประสิทธิภาพมากพอที่จะรองรับงานเหล่านั้นได้เช่นกัน และยังมาพร้อมกับหน่วยความจำสำหรับการแสดงผลถึง 4GB ซึ่งมีมากกว่าการ์ด GTX 1050 บนเครื่องพีซีด้วยซ้ำเพราะมีแค่ 2GB เท่านั้น

หากเทียบประสิทธิภาพในการทำงานของ GTX 1050 ของโน้ตบุ๊กกับ GTX 1050 ของเดสก์ท็อป บอกได้เลยครับว่าไม่ต่างกัน ไม่เหมือนกับกราฟิกในระดับ GTX 1060 ที่บนเดสก์ท็อปแรงกว่าเพราะจ่ายไฟเพิ่มได้ ระบายความร้อนได้ดี ส่วน GTX 1050 นั้นโดยพื้นฐานของตัวชิปนั้นใช้พลังงานค่อนข้างต่ำมีความร้อนน้อยอยู่แล้วดังนั้นการมาอยู่ในพื้นที่อันจำกัดของตัวโน้ตบุ๊กนั้นจึงไม่ใช่ปัญหา ขอเพียงแค่ไม่มีความร้อนสะสมในระบบจนเกินไป GTX 1050 ที่อยู่ในโน้ตบุ๊กนี้ก็จะสามารถแสดงประสิทธิออกมาได้อย่างเต็มที่เลยละครับ

ทดสอบประสิทธิภาพ

เนื่องจากโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ออกแบบมาสำหรับการทำงานดังนั้นผลการทดสอบของเราก็จะเน้นไปที่ซอฟต์แวร์สำหรับการทำงานเป็นหลัก โดยเราจะใช้ PCMark 8 มาเป็นหลักในการทดสอบประสิทธิภาพ และเติมเต็มด้านเกมมิ่งเล็กน้อยด้วย 3DMark

การทดสอบด้วย 3DMark

สำหรับการทดสอบด้วย 3DMark ทั้งในส่วนของ Fire Strike (DirectX 11) และ Time Spy (DirectX 12) คะแนนที่ได้ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีตามปกติของ GTX 1050 ครับ

 

ระยะเวลาทำงานด้วยแบตเตอรี่

เราทดสอบระยะเวลาในการทำงานด้วยแบตเตอรี่โดยใช้โปรแกรม PCMark8 ในโหมด Work โดยในการทดสอบนั้นก็ทำให้อุณหภูมิห้องปกติครับไม่มีการเปิดแอร์อุณหภูมิห้องอยู่ที่ประมาณ 29 องศาเซลเซียส เพราะเป็นช่วงกลางคืน พัดลมระบายความร้อนเปิดให้ทำงานแบบอัตโนมัติ ระยะเวลาที่ทำได้คือ 2 ชั่วโมง 17 นาที และคะแนนรวมการทดสอบอยู่ที่ 4401 และเมื่อไปเทียบกับโหมด Work ที่เราทดสอบไปครั้งแรกโดยใช้พลังงานจากอะแดปเตอร์ได้คะแนน 4510 ก็แสดงให้เห็นเห็นว่าแม้จะมีการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ก็ยังไม่ได้ลดประสิทธิภาพในการทำงานลงมามากนัก แต่ถ้าต้องการประหยัดพลังงานจริง ๆ เมื่อทำงานด้วยแบตเตอรี่ก็อาจจะต้องใช้ Dragon Center ปรับลดการทำงานบางส่วนลงมาครับ

 

อุณหภูมิระหว่างการทำงาน

ในการใช้งานของเราเรื่องอุณหภูมิไม่เป็นประเด็นปัญหาอะไรเลยครับ สามารถใช้งานได้ดีไม่ว่าจะเป็นการทำงานทั่วไป หรืองานหนักขึ้นมาหน่อยอย่างการใช้โปรแกรมกราฟิกสำหรับตกแต่งภาพต่าง ๆ หรือหนักขึ้นมาอีกระดับอย่างการตัดต่อวิดีโอ ชุดระบายความร้อนที่ MSI เลือกมาใช้กับโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็สามารถรองรับได้อย่างสบายครับ แต่ถ้าหนักสุดก็คงจะหนีไม่พ้นการทดสอบด้วยเกมครับ แม้ว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ไม่ได้มีเป้าหมายอยู่ที่คนเล่นเกมก็ตาม แต่เราก็เชื่อว่าด้วยฮาร์ดแวร์ขนาดนี้เราก็ต้องมีแอบเล่นเกมกันบ้าง

ผลการทดสอบด้วยเกม จะเห็นได้ว่าตัวเครื่องมีอุณหภูมิค่อนข้างสูงเหมือนกันครับแม้ว่าจะเปิดพัดลมระบายความร้อนในตัวเครื่องให้สูงสุดแล้วก็ตาม แต่ว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นมานั้นไม่ได้สร้างปัญหาหรือส่งผลต่อเสถียรภาพในการทำงานแต่อย่างใดครับ เราทดสอบด้วยการเปิด Demo เกมวนลูปทิ้งไวเกือบชั่วโมงในห้องที่ไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ อุณหภูมิห้องอยู่ที่ 30 องศาเซลเซียส จะเห็นได้ว่าความร้อนของซีพียูสูงสุดอยู่ที่ 86 องศาเซลเซียสเท่านั้น และอุณหภูมิระหว่างการทำงานก็อยู่ที่ 76 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิของกราฟิกการ์ดถือว่าทำได้อีครับอยู่ในระดับ 63 องศาเซลเซียส เท่านั้นเอง และถ้าลองสังเกตดี ๆ จะเห็นได้ว่าความเร็วของกราฟิก GTX 1050 นั้นถูกเพิ่มความเร็วไปในระดับ 1600MHz ซึ่งเป็นค่าที่สูงกว่าค่า Boost ที่ความเร็ว 1493MHz ด้วยซ้ำไปครับ ซึ่งความเร็วที่เพิ่มมานั้นก็เป็นการเพิ่มแบบอัตโนมัติอีกด้วยครับ

เราก็เชื่อว่าคนทำงานส่วนใหญ่ก็จะใช้โน้ตบุ๊กรุ่นนี้อยู่ในห้องแอร์อยู่แล้ว ดังนั้นการเปิดโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ทำงานต่อเนื่องทั้งวันนั้นไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนแน่นอนครับ เพราะในวันที่ทดสอบประสิทธิภาพเราก็เปิดเครื่องไว้ทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ก็ไม่พบว่าอุณหภูมิจะเป็นปัญหาในการทำงานแถมไม่ได้เปิดแอร์อีกต่างหาก

 

สรุปหลังการใช้งาน

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ MSI ที่ยืดระยะเวลาในการส่งคืนโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ด้วยครับ เนื่องจากพีซีที่เราใช้ทำงานมีปัญหาพอดี ก็ได้โน้ตบุ๊กรุ่นนี้นี่แหละครับเข้ามาช่วยชีวิตเอาไว้ ทำให้เราสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

งานที่เรานำมาทำบนโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นการตัดต่อวิดีโอ และการทำไฟล์ภาพกราฟิกครับ แต่ว่าโปรแกรมที่เราใช้ไม่ใช่ของค่าย Adobe นะครับ เราใช้โปรแกรมอย่าง Affinity Photo (ที่เปรียบได้กับ Photoshop) และ Affinity Designer (ที่เปรียบได้กับ Illustrator) ส่วนโปรแกรมตัดต่อเราก็ใช้ DaVinci Resolve 14 ที่เป็นโปรแกรมฟรีครับ ซึ่งโปรแกรมทั้งสามที่เรากล่าวมานั้นเป็นโปรแกรมที่สามารถดึงประสิทธิภาพการทำงานของซีพียูและกราฟิกออกมาได้อย่างเต็มที่ครับ และแน่นอนว่าด้วยประสิทธิภาพของ Core i7-7700HQ กับ GTX 1050 นั้นก็ทำให้งานของเราผ่านไปได้ด้วยดี ลืมบอกครับเรายังต่อจอภาพภายนอกอีกหนึ่งจอเพื่อความสะดวกในการทำงานด้วย

ในระหว่างการทำงานสิ่งที่เป็นอุปสรรคของเราก็มีอยู่สองอย่างครับ อย่างแรกเลยก็คือขนาดของหน่วยความจำ ปกติพีซีที่เราใช้มีหน่วยความจำ 16GB ทำให้เราเปิดโปรแกรมหลายอย่างพร้อมกัน ได้โดยไม่เป็นปัญหาแต่พอย้ายงานมาทำในโน้ตบุ๊กที่มีหน่วยความจำมาให้ 8GB ก็เลยต้องปรับตัวนิดหน่อย คือจะเปิดหน้าเว็บดูทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ แบบพีซีของเราคงไม่ได้ แต่ถ้าใครซื้อโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ไปใช้ก็สามารถไปอัปเกรดเป็น 16GB ก็ได้นะครับ เพราะทาง MSI ติดตั้งแรม 8GB มาให้หนึ่งโมดูล ยังไม่ช่องว่างสำหรับการติดตั้งหน่วยความจำเพิ่มเติมได้โดยไม่ต้องถอดของเก่าออก

ส่วนการทำงานที่ต้องพึงพาประสิทธิภาพของกราฟิกนั้นก็ต้องบอกว่ามีเกินพอครับสำหรับ GTX 1050 ที่มาพร้อมกับหน่วยความจำสำหรับการแสดงผลถึง 4GB มากกว่าการ์ด GTX 1050 สำหรับเดสก์ท็อปด้วยซ้ำไป ดังนั้นการต่อจอภาพภายนอกเพื่อเพิ่มเติมพื้นที่การทำงานจึงไม่มีปัญหาใด ๆ ครับ และประสิทธิภาพของ GTX 1050 กับ Core i7-7700HQ ก็ทำให้เราเล่นเกม PUGB บนโน้ตบุ๊กเครื่องนี้ได้อย่างสบายเช่นกัน เล่นที่ความละเอียด Full HD สามารถปรับรายละเอียดของภาพในระดับ High ได้สบาย ๆ แต่ถ้าจะให้ลื่น ๆ หน่อยก็ปรับ Medium ครับ ลองชมคลิปขับรถเล่นของเราดู ช่วงแรกเราปรับ Medium ช่วงหลังเราปรับ High

ส่วนข้อติดขัดประการที่สองก็คือฺฺฮาร์ดดิสก์ครับ เปล่าครับฮาร์ดดิสก์ที่ให้มาไม่ได้มีปัญหาอะไร ทาง MSI ได้ติดตั้งฮาร์ดดิสก์ที่ทำงานรวดเร็วเทียบเท่ากับฮาร์ดดิสก์บนพีซีมาให้เราด้วยซ้ำ เพราะฺฮาร์ดดิสก์ที่ใช้เป็นแบบ 7200 รอบต่อนาที ซึ่งโดยทั่วไปฮาร์ดดิสก์ในโน้ตบุ๊กจะใช้ความเร็วในการมุนจานข้อมูลที่ 5400 ต่อนาทีเท่านั้น แต่ด้วยความคุ้นเคยกับ SSD มานาน ทำให้ต้องใจเย็นในการโหลดโปรแกรมต่าง ๆ ขึ้นมาทำงานสักเล็กน้อย แต่พอโหลดขึ้นมาได้แล้วก็ใช้งานได้เป็นปกติ ไม่ได้รู้สึกว่าช้าเลยครับ

ตอนที่เราตัดต่อวิดีโอเพื่อเป็นการลดภาระของฮาร์ดดิสก์ในตัวเครื่อง เราก็ใช้ SSD ต่อเข้ากับตัวแปลง SATA to USB 3.0 มาต่อเพิ่มเติมเข้าไป ก็ช่วยให้งานตัดต่อของเราลื่นไหลดีพอสมควรครับ แม้ว่าการต่อ SSD ในลักษณะนี้จะไม่ได้ความเร็วแบบสุด ๆ เหมือนกับการต่อ SSD เพิ่มโดยตรงเข้าไปในตัวโน้ตบุ๊กก็ตาม แต่ผลทดสอบความเร็วที่ได้ก็ถือว่าไม่เลวนะครับ แสดงว่าพอร์ต USB 3.0 ของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ความเห็นสุดท้ายจริง ๆ เกี่ยวกับโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็คือเป็นโน้ตบุ๊กที่น่าสนใจอีกรุ่นครับสำหรับคนที่กำลังมองหาโน้ตบุ๊กเพื่อมาใช้ทำงานโดยเฉพาะงานสร้างคอนเทนต์ต่าง ๆ ประสิทธิภาพของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้มีเหลือเฟือเลย แต่ถ้าต้องการความคล่องตัวในการทำงานเพิ่มขึ้นก็ไปเพิ่มแรมเป็น 16GB หรือถ้าเป็นคนใจร้อนไม่อยากรอ หรือคุ้นชินกับความเร็วของ SSD มาก่อน ก็จัดการอัปเกรด SSD เข้าไปอีกหนีึ่งตัว เพียงเท่านี้ MSI PE60 7RD เครื่องนี้ก็จะทำงานทดแทนพีซีได้อย่างสมบูรณ์เลยละครับ

 

You may also like...