การ์ทเนอร์คาดการณ์แนวโน้มการลงทุนไอทีทั่วโลกปี 2563 จะแตะ 3.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไทยเติบโตต่อเนื่อง

rawpixel.com / Freepik

แนวโน้มการใช้จ่ายไอทีทั่วโลกปี 2563 คาดว่าจะสูงถึง 3.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเพิ่มขึ้น 3.4% จากปี 2562 ตามการคาดการณ์ล่าสุดของการ์ทเนอร์ อิงค์ และคาดว่าในปี 2564 แนวโน้มการใช้จ่ายด้านไอทีทั่วโลกจะเพิ่มถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

“แม้ว่าความผันผวนทางการเมืองจะส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งเมื่อปีที่แล้วยังไม่เกิดขึ้น และยังไม่น่าเป็นไปได้ในปีนี้และต่อจากนี้” จอห์น-เดวิด เลิฟล็อค รองประธานฝ่ายวิจัย บริษัท การ์ทเนอร์ อิงค์ กล่าวว่า “ผลจากความไม่แน่นอนของตลาดโลก กลับทำให้ภาคธุรกิจหันมาเพิ่มการลงทุนด้านไอทีเป็นสองเท่าเนื่องจากพวกเขาคาดว่าธุรกิจจะมีรายได้เติบโตมากขึ้น แต่รูปแบบการใช้จ่ายจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง”

ซอฟต์แวร์จะเป็นตลาดหลักที่เติบโตรวดเร็วสุดในปีนี้ในระดับเลขสองหลักที่ 10.5% (ตามตารางที่ 1) “กลุ่มตลาดซอฟต์แวร์ที่ใช้ในระดับองค์กรเกือบทั้งหมดจะใช้บริการในรูปแบบ Software as a Service (SaaS)” นายเลิฟล็อค กล่าวเพิ่มเติม “แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่ามูลค่าการใช้จ่ายซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบคลาวด์ก็ยังมีการเติบโตต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในอัตราที่โตช้าลง แนวโน้มการใช้จ่ายด้าน SaaS จะเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันการซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ก็ยังคงมีอยู่รวมถึงขยายการใช้งานออกไปจนถึงปี 2566” 

ตารางที่ 1. คาดการณ์มูลค่าการใช้จ่ายด้านไอทีทั่วโลก (หน่วย: พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

 2562มูลค่าการใช้จ่าย2562มูลค่าการเติบโต (%)2563มูลค่าการใช้จ่าย2563มูลค่าการเติบโต (%)2564มูลค่าการใช้จ่าย2564มูลค่าการเติบโต (%)
ระบบดาต้า เซ็นเตอร์205-2.72081.92121.5
ซอฟต์แวร์ระดับองค์กร4568.550310.555610.5
อุปกรณ์ดีไวซ์682-4.36880.8685-0.3
บริการทางด้านไอที1,0303.61,0815.01,1405.5
บริการด้านการสื่อสาร1,364-1.11,3841.51,4132.1
มูลค่าการลงทุนด้านไอทีทั้งหมด3,7370.53,8653.44,0073.7

ที่มา การ์ทเนอร์ อิงค์ (ณ เดือนมกราคม 2563)

สำหรับประเทศไทย คาดว่ามูลค่าการใช้จ่ายทางด้านผลิตภัณฑ์และบริการไอทีในปี 2563 จะสูงกว่า 752 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% จากปี 2562 และจะเพิ่มขึ้นเป็น 772.6 พันล้านบาท ในปี 2564 โดยซอฟต์แวร์องค์กรจะเป็นเทคโนโลยีที่มีอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุด และบริการด้านการสื่อสารของโทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์มือถือ ทั้งเสียงและดาต้าเป็นเทคโนโลยีที่จะมีการลงทุนมากที่สุดในประเทศไทย

คาดการณ์มูลค่าการใช้จ่ายด้านไอทีของประเทศไทย ระหว่างปี 2562-64 (หน่วย: ล้านบาท)

 2562มูลค่าการใช้จ่าย2563มูลค่าการใช้จ่าย2564มูลค่าการใช้จ่าย
ระบบดาต้า เซ็นเตอร์24,77524,93125,297
ซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร39,02943,49848,483
อุปกรณ์ดีไวซ์202,040214,399219,418
บริการทางด้านไอที60,47764,19668,097
บริการด้านการสื่อสาร408,118405,056411,336
มูลค่าการลงทุนด้านไอทีทั้งหมด734,439752,080772,632

ที่มา การ์ทเนอร์ อิงค์ (ณ เดือนมกราคม 2563)

การใช้จ่ายด้านไอทีองค์กรที่ใช้บริการผ่านระบบคลาวด์จะมีอัตราการเติบโตเร็วกว่าการบริการไอทีในแบบเดิม (noncloud) ไปถึงปี 2565 องค์กรที่ใช้งบประมาณไอทีส่วนใหญ่กับระบบคลาวด์ แสดงให้เห็นถึงโมเดลการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ที่จะเกิดและหลากหลายมากขึ้น

ไตรมาสที่ผ่านมาเราได้เปิดตัวความท้าทายที่หลายองค์กรต้องเผชิญในด้านการลดต้นทุนต่าง ๆ และการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโต สภาพแวดล้อมของระบบคลาวด์ที่เติบโตจนถึงขีดสุดเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ช่วยบรรเทาปัญหานี้: องค์กรสามารถคาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุนระบบคลาวด์ได้มากขึ้น ทั้งประหยัดต้นทุน ความคล่องตัวและนวัตกรรมรวมถึงความปลอดภัยที่ดีขึ้น โดยแนวโน้มการใช้จ่ายด้านนี้จะดำเนินต่อไป”

กระแสความผันผวนจากค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกลายเป็นอุปสรรคต่อการใช้จ่ายด้านไอทีในส่วนของดีไวซ์และอุปกรณ์สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศที่ได้รับผลกระทบ “เช่น การใช้จ่ายกับโทรศัพท์มือถือในญี่ปุ่นจะลดลงในปีนี้เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยในประเทศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งขึ้น  ขณะที่มูลค่าการใช้จ่ายในเครื่องพีซี เครื่องพิมพ์ เซิร์ฟเวอร์หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์สำรองข้อมูล ก็คาดว่าจะลดลงประมาณ 3% เช่นกัน” นายเลิฟล็อค กล่าวเพิ่มเติม

แม้ไตรมาสที่แล้วตลาดอุปกรณ์ดีไวซ์จะมีการเติบโตต่ำสุดหากนับรวมในทุกกลุ่ม แต่มันจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2563 เนื่องจากแนวโน้มความนิยมของการซื้อเครื่องใหม่ที่มีราคาถูกกว่าจากกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (ตามตารางที่ 1) “มูลค่าการใช้จ่ายของอุปกรณ์ดีไวซ์จะเพิ่มขึ้นเกือบ 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในประเทศจีนและตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่เพียงพอสำหรับชดเชยแนวโน้มที่เกิดขึ้นในตลาดยุโรปตะวันตกและตลาดละตินอเมริกาที่ลดลง” นายเลิฟล็อค กล่าวสรุป

You may also like...