Acer Swift 3 โน้ตบุ๊กบางเบาที่ใช้ซีพียู Ryzen 7 2700U พร้อมกราฟิก RX Vega 10 Mobile

ตามปกติแล้วถ้าเราต้องการโน้ตบุ๊กที่ใช้ซีพียูประสิทธิภาพสูงเราก็มักจะต้องไปเลือกซื้อจากโน้ตบุ๊กกลุ่มเกมมิ่ง หรือไม่ก็โน้ตบุ๊กในระดับเวิร์กสเตชันกันเลย แต่ตอนนี้เมื่อ AMD ได้เปิดตัวซีพียู Ryzen 2700U ซึ่งเป็นซีพียูสำหรับโน้ตบุ๊กที่มีถึง 4 คอร์ 8 เธรด แต่ใช้พลังงานต่ำและความร้อนน้อย และที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือซีพียูรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับกราฟิก RX Vega 10 Mobile อีกด้วย ทำให้เรามีทางเลือกในการใช้งานโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูงเพิ่มมากขึ้น

ทำความรู้จัก AMD Ryzen 2000U Series

หลังจากเอเอ็มดีได้เปิดตัว Ryzen สำหรับตลาดเดสก์ท็อปมาได้สักพักใหญ่และได้การตอบรับค่อนข้างดีจากผู้ใช้งาน จากนั้นในช่วงปลายปี 2017 เอเอ็มดีก็ได้เปิดตัวซีพียู Ryzen สำหรับตลาดโน้ตบุ๊กตามออกมา ความพิเศษของ Ryzen 2000U Series ไม่ได้เป็นเพียงซีพียูแบบประหยัดพลังงานที่นำมาใช้กับโน้ตบุ๊กเท่านั้น แต่ความพิเศษนั้นอยู่ตรงที่มีการรวมกราฟิกสถาปัตยกรรมใหม่ล่าสุดของ AMD คือ Radeon RX Vega มารวมไว้เป็นส่วนหนึ่งของซีพียูด้วยเลย ทำให้ Ryzen 2000U Series นั้นมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีทั้งในส่วนของการทำงานทั่วไปและการทำงานด้านกราฟิก

ซีพียู AMD Ryzen 2000U Series ที่เอเอ็มดีเปิดตัวมามีทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกันคือ

  • AMD Ryzen 7 2700U Mobile Processor with Radeon RX Vega 10 Graphics
  • AMD Ryzen 5 2500U Mobile Processor with Radeon Vega 8 Graphics
  • AMD Ryzen 3 2300U Mobile Processor with Radeon Vega 6 Graphics
  • AMD Ryzen 3 2200U Mobile Processor with Radeon Vega 3 Graphics

สำหรับตัวเลขของ Vega 10, 8, 6 และ 3 หมายถึงจำนวน Compute Unit (CU) โดยในแต่ละ CU จะมีสตรีมโปรเซสเซอร์หรือเฉเดอร์จำนวน 64 หน่วย ดังนั้นในรุ่น RX Vega 10 ก็จะมีสตรีมโปรเซสเซอร์ทั้งหมด 640 หน่วย, Vega 8 มี 512 หน่วย, Vega 6 มี 384 หน่วย, และ Vega 3 มี 192 หน่วย  Vega รุ่นที่มีจำนวน CU สูงกว่าก็จะมีประสิทธิภาพดีกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย (สังเกตดูพบว่าทางเอเอ็มดีจะใส่ชื่อ RX เฉพาะรุ่น Vega 10 เท่านั้น ส่วนรุ่นอื่นจะเรียก Vega เฉย ๆ และในรุ่นเดสก์ท็อปก็เช่นกัน Vega 11 ที่มาพร้อมกับ Ryzen 5 2400G ถูกเรียกว่า RX Vega 11 ส่วนใน Ryzen 3 2200G เรียกว่า Vega 8 ซึ่งน่าจะเป็นตัวแบ่งแยกเรื่องประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน อาจจะคล้าย ๆ กับทางเอ็นวิเดียที่มี GTX กับ GT ก็เป็นได้ เรื่องนี้เราจะลองสอบถามให้ชัดเจนอีกครั้งนะครับ)

Acer Swift 3 ที่เราจะทดสอบกันนี้วันนี้ก็เป็นหนึ่งในโน้ตบุ๊กแบบบางเบากลุ่มแรก ๆ ที่ใช้ซีพียู Ryzen 7 2700U ที่มาพร้อมกราฟิก RX Vega 10 หลายคนเห็นว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนี้เป็นซีพียูแบบ 4 คอร์ 8 เธรด และมีกราฟิก RX Vega 10 มาด้วย ก็ทำให้คิดไปว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ต้องเล่นเกมได้ดีแน่ ซึ่งเราบอกได้เลยว่าคิดผิดครับ แม้ว่าโน้ตบุุ๊กรุ่นนี้จะมาพร้อมกับซีพียูและกราฟิกประสิทธิภาพสูง แต่ด้วยตัวแพลตฟอร์มของโน้ตบุ๊กเองแล้วก็ยังไม่เหมาะกับการเล่นเกมครับ แต่จะเหมาะกับคนที่ต้องการทำงานด้านการสร้างคอนเทนต์ต่าง ๆ เช่นพวกทำรูป งานดิจิทัลพับลิชิง หรือตัดต่อวิดีโอแนวนี้มากกว่า ทาง Acer ได้ใส่หน่วยความจำสำหรับแสดงผลมาให้ 256MB ครับ ดูแล้วอาจจะน้อยไปหน่อย แต่ว่าถ้าไม่พอก็จะไปแชร์จากหน่วยความจำหลักมาเพิ่มเติมเองโดยอัตโนมัติครับ ซึ่งข้อดีก็คือเราไม่ต้องไปกันพื้นที่จากหน่วยความจำหลักมาแบบตายตัวครับซึ่งบางครั้งก็ทำให้เสียพื้นที่ไปเปล่า ๆ โดยที่ไม่ได้มีการใช้งาน อย่างไรก็ตามวิธีการนี้ก็อาจจะมีผลเสียกับเกมบางเกมเหมือนกันที่มองว่ามีหน่วยความจำสำหรับการแสดงผลเพียง 256MB ทำให้เล่นเกมไม่ได้ก็มีเหมือนกัน

ส่วนฮาร์ดแวร์อื่น ๆ ที่สำคัญก็คือมาพร้อมกับหน่วยความจำ DDR4-2400MHz ความจุ 8GB ใช้ 4GB x 2 ทำให้หน่วยความจำทำงานแบบ Dual-Channel ส่วนไดร์ฟที่ให้มาเป็นแค่ฮาร์ดดิสก์ครับมีความจุ 1TB นั่นทำให้เราหงุดหงิดเล็กน้อยเวลาเรียกโปรแกรมต่าง ๆ ขึ้นมาทำงาน ทั้งนี้ก็เป็นเพราะเราคุ้นเคยกับความเร็วของ SSD ไปแล้ว พอมาทดสอบกับโน้ตบุ๊กหรือพีซีที่ใช้ฮาร์ดดิสก์เป็นหลักก็จะหงุดหงิดหน่อย (คิดว่าน่าจะเป็นกันทุกคน) จอภาพของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้เป็นแบบ Full HD  ขนาด 15.6″ IPS ให้ภาพและสีสันที่ชัดเจนดีมาก

ทดสอบด้วย AIDA64

คะแนนแบนด์วิดท์ของหน่วยความจำถือว่าทำได้ตามมาตรฐานเพราะว่าใช้หน่วยความจำที่มีความเร็ว 2400MHz เท่านั้น ซึ่งที่จริงแล้วโน้ตบุ๊กส่วนใหญ่ก็จะใช้หน่วยความจำที่มีความเร็ว 2400MHz เป็นหลักเนื่องจากมีราคาที่ไม่สูงและยังประหยัดพลังงานด้วย

ส่วนการทดสอบด้าน GPGPU และ x64 CPU (OpenCL) ก็ทำคะแนนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเช่นกัน แต่ถ้าดูจากความเร็วของซีพียูที่แสดงสูงสุดที่ราว 3GHz นี้อาจจะดูน้อยไปสักนิดถ้าเทียบกับสเปคที่ระบุว่าความเร็วบูสสูงสุดอยู่ที่ 3.8GHz แต่ว่าความเร็วในระดับนั้นจะเกิดขึ้นเฉพาะช่วงเวลาที่มีการใช้คอร์ประมวลผล 1-2 คอร์ เท่านั้น แต่การทดสอบนี้จะมีการใช้ซีพียูทุกคอร์ทุกเธรด ทำให้ระบบภายในของซีพียูเองต้องควบคุมการใช้พลังงานไม่ให้เกินที่กำหนดนั่นเอง ย้อนไปดูในส่วนของ GPGPU ตรง SHA-1 Hash เกิดข้อความ Compute Error เราคิดว่าน่าจะมาจากหน่วยความจำบนตัวกราฟิกไม่เพียงพอ แต่เวลาในงานอื่น ๆ เราก็ไม่พบปัญหาอะไรครับ เมื่อหน่วยความจำบนกราฟิกไม่พอก็จะไปนำหน่วยความจำหลักของเครื่องมาเพิ่มโดยอัตโนมัติ

ทดสอบด้วย CINEBENCH R15

คะแนนที่ได้จาก CINEBENCH R15 ก็จัดว่าทำได้ดีนะครับอยู่ในเกณฑ์เดียวกันกับซีพียูระดับเดสก์ท็อปก็ว่าได้

 

ทดสอบด้วย 3DMark Fire Strike

คะแนนอาจจะดูน่อยสักหน่อยแต่ก็สามารถทดสอบได้จนจบ ก็อย่างที่บอกครับด้วยขนาดของหน่วยความจำบนกราฟิกการ์ดที่มีมาเพียง 256MB แม้ว่าจะแชร์มาจากหน่วยความจำหลักเพิ่มเติมได้ แต่สุดท้ายก็จะมาติดตรงที่การควบคุมเรื่องการใช้พลังงานและความร้อนของซีพียูและกราฟิก ทำให้ไม่สามารถแร่งความเร็วให้สูงสุดไว้ได้ตลอดเวลา แต่ถ้าเทียบเป็นการทำงานก็ต้องถือว่าฮาร์ดแวร์ทั้งหมดสามารถพาเราไปสู่เป้าหมายได้แม้จะใช้เวลานานหน่อยก็ตาม

 

ลองเล่นเกม PUBG

สำหรับเกม PUBG เราปรับภาพไปที่ความละเอียด 1280×720 รายละเอียดของภาพทั้งหมดปรับไปที่ Very Low เฟรมเรตทั่วไป วิ่ง เดิน ในบ้านนอกบ้าน ก็จะอยู่แถว 30 FPS บวกลบนิดหน่อยตามจังหวะ แต่หากมีการปะทะเฟรมเรตบางจะบวไปแถว 20-25 FPS ครับ ก็อย่างที่บอกครับว่าแม้สเปคนี้ดูแล้วจะเล่นเกมได้แต่ว่าก็ไม่เหมาะครับ

 

อุณหภูมิระหว่างการเล่นเกม

การเล่นเกมในครั้งนี้เราลองตรวจสอบการใช้พลังงานและอุณหภูมิระหว่างการทำงานไปพร้อมกันครับ ก็ได้เห็นตัวเลขหลายค่าที่น่าสนใจ ไปดูที่ GPU-Z กันก่อน อุณหภูมิของกราฟิกการ์ดอยู่ที่ 65 องศาเซลเซียส ถือว่าทำดีครับ (อย่าลืมว่ากราฟิกนี้รวมอยู่ในชิปเดียวกับซีพียู) ส่วนตัวเลข Core Clock กับ Mem Clock ไม่ต้องไปดูครับมันบั๊ก

มาดูตรงข้อมูลของซีพียูที่ตรวจสอบด้วย HWMonitor กันบ้าง ดูความเร็วของซีพียูกันก่อนครับ เราจะเห็นใด้ว่าแต่ละคอร์มีการเพิ่มความเร็วสูงสุดไปที่ระดับ 3.7-3.8GHz ตามสเปคของซีพียู แต่ก็อย่างที่บอกครับว่าความเร็วระดับนี้เกิดขึ้นได้ในช่วงเวลาที่มีการประมวลผล 1-2 คอร์ เท่านั้น แต่ถ้าเป็นความเร็วเฉลี่ยของทุกคอร์ในเวลาเล่นเกมก็จะอยู่ประมาณ 3.0GHz ครับ ส่วนหน้าจอในตอนนี้ที่แสดงอยู่ระหว่าง 1.5-2.5GHz นี้มันไม่ได้นิ่งแบบนี้ตลอดเวลานั้น แต่เป็นเพราะว่าเราออกมาดูการทำงานของ HWMonitor การประมวลผลของเกมจึงถูกลดความสำคัญลงความเร็วในการทำงานของซีพียูจึงถูกปรับลงลงมาค่อนข้างมาก เพื่อประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่โดดเด่นมากในแง่มุมของการเป็นซีพียูสำหรับโน้ตบุ๊ก และคุณสมบัตินี้ยังถูกส่งมอบไปถึง Ryzen 2000G Series ของเดสก์ท็อปอีกด้วย เพียงแต่จะมีเพดานเรื่องอุณหภูมิและการใช้พลังงานที่สูงกว่า อ้อลืมบอกไปครับว่าการทดสอบนี้ทำในห้องอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียสนะครับ ไม่ได้เปิดแอร์

 

สรุปหลังการใช้งาน

เราก็ยังยืนยันครับว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ไม่เหมาะสำหรับการเล่นเกม แต่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการทำงานด้านกราฟิกและแอปพลิเคชันด้านมัลติมีเดีย ด้วยประสิทธิภาพของซีพียู Ryzen 7 2700U ที่มี 4 คอร์ 8 เธรด พร้อมด้วยกราฟิก RX Vega 10 Mobile ทำให้เราสามารถใช้งานในลักษณะดังกล่าวได้ดีไม่แพ้เครื่องระดับเดสก์ท็อปครับ และถ้าอัปเกรดจากฮาร์ดดิสก์ไปเป็น SSD ก็จะทำให้ลดอาการหงุดหงิดในการรอเรียกแอปพิลเคชันหมดไปได้เลยครับ คือเราคุ้นเคยกับ SSD จนเสียนิสัยไปแล้วครับ ทั้ง ๆ ที่เมื่อเรียกแอปพลิเคชันขึ้นมาทำงานแล้วมันก็ไม่ได้ช้าอะไรเลย

ส่วนระยะเวลาในการทำงานด้วยแบตเตอรี เท่าที่ทดสอบดูแบบใช้งานทั่วไปพิมพ์งานไปด้วยเปิด YouTube สลับเล่น Facebook ไปด้วยอยู่ได้ราว ๆ 4 ชั่วโมง กับห้องธรรมดาไม่แอร์ ต่อเน็ตผ่าน Wi-Fi ความสว่างหน้าจอ 80% เพราะทำงานห้องค่อนข้างสว่างครับ เรื่องแบตเตอรี่นี่ทดสอบอยากหน่อยครับสำหรับเครื่องทดสอบเพราะเราไม่รู้ว่าการใช้งานแบตเตอรี่ตั้งแต่แรกมีการชาร์ตที่ถูกต้องมาก่อนหรือไม่ เนื่องจากเครื่องที่เราได้มาเป็นแบบ Demo ครับ ก็ผ่านงานมาพอสมควร แต่ถ้าผลเป็นอย่างที่เราลองใช้งานก็คือว่าดีอยู่ครับ

และก็อย่างที่บอกว่าโดยพื้นฐานด้านการประมวลผลจากซีพียู Ryzen 7 2700U ที่มี 4 คอร์ 8 เธรด พร้อมด้วยกราฟิก RX Vega 10 Mobile นั้นประสิทธิภาพการทำงานส่วนใหญ่ไม่ต่างไปจากฮาร์ดแวร์ของเดสก์ท็อป ดังนั้งเมื่อเวลาอยู่ในบ้านหรือที่ทำงานแค่ต่อจอภาพขนาดใหญ่ ต่อเมาส์ ต่อคีย์บอร์ดเพิ่มเติม ก็ยิ่งทำให้เราได้ความสะดวกเพิ่มขึ้นตามไปด้วยครับ

 

You may also like...