AMD FirePro W4300 (4GB) ยกระดับ ปรับขึ้น 4K

ตอนนี้ทางเอเอ็มดีได้เปิดตัวกราฟิกการ์ดในระดับมืออาชีพรุ่นใหม่ออกมาแล้วนั่นก็คือ Radeon Pro  ซึ่งในระยะยาวแล้วก็จะมาแทนกราฟิกการ์ดในตระกูล FirePro แต่ในระยะแรกนี้ Radeon Pro จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มของกราฟิกการ์ดประสิทธิภาพสูงในขณะที่การ์ดในตระกูล FirePro ก็จะอยู่ในกลุ่มที่มีประสิทธิภาพลดหลั่นกันลงมาตามรุ่นครับยังไม่ถึงกับเป็นของตกรุ่น

อย่างเช่นกราฟิกการ์ด AMD FirePro W4300 ที่เราจะทดสอบกันในครั้งนี้ ก็ยังจัดอยู่ในกราฟิกการ์ดระดับมืออาชีพสำหรับผู้เริ่มต้น เราไปดูความเป็นมาของกราฟิกชิป FirePro W4300 รุ่นนี้กันหน่อยครับ ชิปรุ่นนี้ใช้สถาปัตยกรรม GCN 1.1 หรือ GCN เจนเนอร์เรชันที่สองนั่นเองครับ ใช้ชื่อรหัสของชิปว่า Bonaire PRO แม้ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมที่ออกมาค่อนข้างนานแล้วคือปี 2013 แต่ว่ากราฟิกการ์ดรุ่นนี้เพิ่งเปิดตัวเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม 2015 และเริ่มลงสู่ตลาดช่วงเดือนมกราคม 2016 จนถึงช่วงเวลานี้ก็เกือบจะครบปี แต่ก็อย่าลืมว่าสายกราฟิกการ์ดในระดับมืออาชีพจะมีอายุในตลาดอย่างน้อยก็ 3 ปี ละครับ สำหรับ FirePro W4300 นี้ทางเอเอ็มดีส่งมาเพื่อลดช่องว่างระหว่าง W4100 กับ W5100 ที่มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก และที่สำคัญคือทำให้มีกราฟิกการ์ดระดับเริ่มต้นที่สามารถรองรับงานในระดับ 4K ได้

AMD FirePro W4300 เป็นกราฟิกชิปที่มีสตรีมโปรเซสเซอร์จำนวน 768 คอร์ จาก Compute Unit 12 ชุด และให้ประสิทธิภาพในการประมวลผลด้าน Single Precision สูงถึง 1.43TFLOPS มากกว่า W4100 ถึงเท่าตัว W4100 มีสตรีมโปรเซสเซอร์ 512 คอร์ จาก Compute Unit จำนวน 8 ชุด และยังเป็น GCN 1.0 เท่านั้น ก็ถือว่าเป็นการเข้ามาเติมเต็มของความต้องการด้านประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ ๆ ได้อย่างลงตัว ถึงแม้ว่า W4300 ยังคงถูกวางไว้ในตำแหน่งของกราฟิกการ์ดระดับเริ่มต้น แต่ก็มาพร้อมกับหน่วยความจำ GDDR5-128bit ขนาด 4GB เพื่อรองรับการแสดงผลของจอภาพความละเอียดสูงในระดับ 4K ได้หลายจอพร้อมกัน

ลักษณะการทำงานของกราฟิกการ์ดในตระกูล FirePro รวมไปถึง Radeon Pro ซึ่งเป็นกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่สำหรับตลาดการทำงานในระดับมืออาชีพนั้นจะแตกต่างไปจากกราฟิกการ์ดในตระกูล Radeon ที่ใช้ในการเล่นเกมตรงที่ ความเร็วของ GPU นั้นจะไม่สูงมาก เพราะการทำงานของแอปพลิเคชันมืออาชีพนั้นความเร็วของกราฟิกชิปเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการทำงานได้ แต่จะต้องมีองค์ประกอบทางด้านอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะเรื่องของซอฟต์แวร์ว่ามีการปรับแต่งมาหรือมีไดรเวอร์พิเสษเพื่อทำงานร่วมกับกราฟิกการ์ดด้วยหรือไม่ ซึ่งแอปพลิเคชันระดับมืออาชีพส่วนใหญ่จะมีไดรเวอร์เฉพาะเพื่อทำให้การทำงานร่วมกับกราฟิกการ์ดแต่ละรุ่นนั้นออกมาให้มีประสิทธิภาพในการทำงานได้สูงสุด ดังนั้นเมื่อเราลองสิ่งให้ตัวกราฟิกชิปทำงานด้วยโปรแกรมทดสอบเราจะเห็นได้ว่า ตัว GPU จะไม่ทำงานด้วยความเร็วสูงสุดเหมือนกับพวกกราฟิกการ์ดเล่นเกมที่เมื่อเข้าโหมดเกมเมื่อไรความเร็วของกราฟิกการืดก็จะเพิ่มขึ้นสูงสุดทันที แต่กว่าการ์ดในตระกูล FirePro จะมีการทำงานในลักษณะของคำสั่งต่อค่ำสั่งทำให้ความเร็วของกราฟิกชิปไม่พุ่งสูงสุด เว้นแต่เราจะไปบังคับด้วยซอฟต์แวร์ อย่างในการทดสอบเบื่องต้นนี้จะเห็นได้ว่า GPU Clock อยู่ที่ระดับ 620MHz  เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ GPU Load ก็สูงในระดับ 100% อย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม และนี่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้กราฟิกการ์ดในระดับมืออาชีพใช้พลังงานน้อยกว่ากราฟิกการ์ดเพื่อการเล่นเกมแม้ว่าจะมีสเปคทางด้านฮาร์ดแวร์ที่ใกล้เคียงกันก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพนะครับอันนี้ต้องขึ้นอยู่กับลักษณะของงานและแอปพลิเคชันด้วย

 

ตัวกราฟิกการ์ดออกแบบมาให้มีขนาดเล็กในรูปแบบของ Low Profiles ซึ่งก็เป็นขนาดที่เหมาะกับเวิร์คสเตชันขนาดเล็กและพีซีทั่วไป เนื่องจากชิป FirePro นั้นจะใช้พลังงานน้อยกว่า Radeon ถ้าลองเทียบสเปคของชิป FirePro W4300 ก็จะเทียบเท่ากับ Radeon R7 360 ที่ใช้ GCN 1.1 และมี 768 คอร์ เท่ากัน ซึ่งการ์ดทางฝั่ง Radeon นี้ต้องการคอนเน็คเตอร์จ่ายไฟเพิ่ม 6 พิน หนึ่งชุด และมีค่า TDP อยู่ราว 100 วัตต์ ในขณะที่ FirePro W4300 นั้นมีค่า TDP อยู่ราว ๆ 50 วัตต์ เท่านั้น ใช้พลังงานต่างกันถึง 50%

ทาง AMD ได้วางลักษณะของการใช้งานของ FirePro W4300 นี้ไว้ในสองลักษณะครับ คือสำหรับการใช้งานแบบจอเดียวกับประสิทธิภาพในการประมวลผลที่พอตัวสำหรับงาน 2D/3D เนื่องจากมีหน่วยความจำถึง 4GB จึงสามารถรองรับงานที่มีไฟล์ขนาดใหญ่ได้ดีพอสมควร ส่วนอีกลักษณะหนึ่งก็คือการใช้งานจอภาพ 4K แบบ 3 จอหรือ 4 จอพร้อม ๆ กัน แต่ว่าอาจจะเป็นงานที่ใช้ในลักษณะการมอนิเตอร์หรือการแสดงผลพร้อม ๆ กันจากข้อมูลหลายมุมมอง โดยที่การ์ดรุ่นนี้มีพอร์ต Mini DisplayPort 1.2a มาให้ถึง 4 ช่อง สามารถต่อจอภาพระดับ 4K@60Hz ได้พร้อมกัน 3 จอ และต่อจอภาพ 4K@30Hz ได้พร้อมกัน 4 จอ แต่ว่าจอภาพที่ใช้และสายสัญญาณที่ใช้ก็ต้องรองรับ DisplayPort 1.2a ด้วยนะครับ ถ้าเป็น DisplayPort 1.1 จะรองรับความละเอียดสูงสุดได้ที่ 2560×1600 เท่านั้น

ในชุดของกราฟิกการ์ดก็จะมีที่แปลงตัวยึดกับเคสแบบปกติมาเป็นแบบ Low Profile ให้ด้วย พร้อมกันนั้นก็ยังให้ตัวแปลงพอร์ต Mini DisplayPort ให้เป็น DisplayPort ขนาดปกติให้อีก 4 หัว โดยไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่มให้วุ่นวายอีกด้วย

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ
  • CPU: Intel Xeon E5-1620 V3 (4C/8T) 3.5/3.6GHz
  • Mainboard: ASRock X99 Extreme4
  • RAM: KLEVV DDR4-2800 @2133 (4GBx4) 16GB
  • SSD: SKS ADROIT 480GB (บทความรีวิว), Windows
  • HDD: WD Green 2TB SATA 6.0Gbps, Application/Game
  • Monitor: Philips 288P6 (28”, 4K) (บทความรีวิว)
  • PSU: Thermaktake EVO_Blue 2.0 (750W)
  • OS: Windows 10 Pro (64bit)
การทดสอบ

ในเอกสารของเอเอ็มดีระบุไว้ว่า AMD FirePro W4300 นี้จะเป็นคู่แข่งโดยตรงกัน Quadro K1200 แต่ก็น่าเสียดายครับที่ผลการทดสอบของ Quadro K1200 ที่เรามีอยู่นั้นเป็นผลทดสอบจากฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ตัวเก่า เราก็เลยไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบให้ดูได้ว่าประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับ K1200 นั้นเป็นอย่างไร เรามีแต่กราฟิกการ์ด Quadro K620 ที่เราใช้งานอยู่เป็นประจำมาเทียบให้ดูได้เท่านั้นครับ อย่างไรก็ตามความน่าสนใจในการทดสอบครั้งนี้ก็ไม่ถึงกับหมดสนุกครับ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ทางเอเอ็มดีได้ประกาศเปิดตัวไดรเวอร์รุ่นใหม่ที่ชื่อว่า Crimson ReLive ออกมา ซึ่งไม่เพียงแต่เฉพาะฝั่ง Radeon เท่านั้น แต่ทางฝั่ง ForePro และ Radeon Pro ก็มีไดรเวอร์ตัวใหม่ที่เป็น ReLive ด้วยเช่นกัน เราก็เลยได้โอกาสทดสอบไปด้วยในตัวว่าไดรเวอร์ใหม่นั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับกราฟิกการ์ดรุ่นเดิมได้หรือไม่

ผลการทดสอบ

สำหรับโปรแกรมที่ใช้ในการทดสอบนี้ก็จะประกอบไปด้วย 3 โปรแกรมได้แก่ SPECviewpref 12.1 ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์จำลองการทำงานของโปรแกรมด้าน 3D จริง ๆ ที่ใช้งานกันอยู่ในอุตสาหกรรมกราฟิก เช่น Maya และ 3dsmax เป็นต้น โปรแกรมที่สองก็คือ CompuBenchCL โปรแกรมนี้จะใช้สำหรับการทดสอบการประมวลผลด้วยชุดคำสั่ง OpenCL เป็นหลัก ซึ่งจะแตกต่างไปจากการใช้ชุดคำสั่งกราฟิกอย่าง API ที่เป็น DirectX หรือ OpenGL อย่างที่เราคุ้นเคย และสุดท้ายก็เป็นการทดสอบด้วย GPGPU จากโปรแกรม AIDA64 ที่เราคุ้นเคยกันในการทดสอบกราฟิกการ์ดนั่นแหละครับ ก็ไปดูตารางผลการทดสอบกันเลยครับ

จากผลการทดสอบเราจะเห็นได้ว่า FirePro W4300 นั้นให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่า Quadro K620 อยู่พอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งดูแล้วก็คงจะต้องไปเทียบกับ Quadro K1200 อย่างที่เอเอ็มดีกล่าวไว้ละครับ ส่วนประสิทธิภาพที่เราสนใจอีกหนึ่งประการของการทดสอบในครั้งนี้ก็คือประสิทธิภาพที่ภาพที่ได้จากไดรเวอร์รุ่นใหม่นั้นจะสูงกว่าไดรเวอร์รุ่นเก่าจริงอย่างที่เอเอ็มดีแจ้งไว้หรือไม่ ซึ่งผลการทดสอบครั้งนี้ก็ได้แสดงให้เราได้เห็นแล้วนะครับว่าการทำงานของ AMD FirePro W4300 นั้นเร็วขึ้นจริง ๆ เมื่ออัปเกรดมาใช้ไดรเวอร์ Radeon Pro ReLive และการเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพนั้นก็ไม่ธรรมดาครับเป็นการเพิ่มมาอย่างมาก

สรุป

หลังจากทดสอบและทดลองใช้งาน AMD FirePro W4300 (4GB) มาสักระยะก็บอกได้เลยครับว่านี่เป็นกราฟิกการ์ดระดับเริ่มต้นก็จริงแต่ว่าก็สามารถรองรับงานไฟล์งานที่มีขนาดใหญ่ได้อย่างสบาย ๆ ครับ ด้วยหน่วยความจำขนาด 4GB ไม่ว่าจะเป็นงานด้านตกแต่งภาพ การตัดต่อวิดีโอ รวมไปถึงงาน CAD/CAM ต่าง ๆ หรือในกรณีที่ต้องการกราฟิกการ์ดขนาดเล็กกะทัดรัดใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยใช้พลังงานน้อย แต่สามารถรองรับจอภาพความละเอียดในระดับ 4K ได้พร้อมกันถึง 4 จอ AMD FirePro W4300 (4GB) ก็เป็นกราฟิกการ์ดอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจครับ

You may also like...