รีวิว Plextor M9P Plus NVMe SSD 512GB (PX-512M9PG+)

ก่อนหน้านี้เราได้ทดสอบ Plextor M9P Plus NVMe SSD 512GB Series ไปแล้วหนึ่งรุ่นในรหัส PX-512M9PGN+ ซึ่งเป็น SSD ที่อยู่ในรูปแบบของ M.2 2280 แต่ว่าไม่มีฮีตซิงค์ระบายความร้อน และในครั้งนี้เราก็จะมาทดสอบ Plextor M9P Plus NVMe SSD 512GB กันอีกหนึ่งรุ่นในรหัส PX-512M9PG+ ซึ่งจะเป็นรุ่นที่มีฮีตซิงค์ระบายความร้อนมาด้วยในตัว ซึ่งก็จะเหมาะสำหรับติดตั้งกับเครื่องเดสก์ท็อปแบบที่ต้องการเปิดใช้งานยาวนานตลอดวัน

คุณสมบัติทางด้านเทคนิค

จากตารางคุณสมบัติทางด้านเทคนิคเราจะเห็นได้ว่า PX-512M9PG+ นั้นมีคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ไม่ต่างไปจาก PX-512M9PGN+ เลย ไม่ว่าจะเป็นชิปหน่วยความจำที่ใช้ รวมไปถึงชิปควบคุมการทำงานของไดร์ฟก็ยังเป็นรุ่นเดียวกัน สิ่งที่แตกต่างกันจริง ๆ ก็คือการมีฮีตซิงค์และไม่มีฮีตซิงค์เท่านั้นเอง แต่ว่าในการใช้งานจริงไดร์ฟที่มีฮีตซิงค์มาด้วยก็จะเหมาะสำหรับการใช้งานแบบที่เปิดใช้งานต่อเนื่องแบบยาวนาน เพราะการมีฮีตซิงค์ก็จะช่วยลดอุณหภูมิการทำงานได้ดีกว่า ในกรณีที่ต้องใช้งานหนักแบบต่อเนื่อง และไดร์ฟร่นนี้ก็ยังคงมีความพิเศษเช่นเดียวกับไดร์ฟในตระกูล M9P อื่น ๆ ก็คือจะมาพร้อมกับหน่วยความจำแคช ที่ช่วยให้ไดร์ฟทำความเร็วได้อย่างสม่ำเสมอตลอดการใช้งานแม้ว่าพื้นที่ของไดร์ฟจะเหลือน้อยลงก็ตาม

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ

  • CPU: Intel Core i3-8100
  • GPU: Intel UHD 630
  • Mainboard: ASRock B365M
  • RAM: DDR4 2133MHz (8GBx2)
  • SSD: Plextor PX-256M8SeG (Windows/Application)

ฮีตซิงค์ของ Plextor PX-512M9PG+ มีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ มีพื้นที่ในการสัมผัสกับอากาศมากขึ้นเมื่อเทียบกับไดร์ฟที่มีฮีตซิงค์ชอง Plextor ในเจนเนอร์เรชันก่อน ไดร์ฟที่เราใช้ติดตั้งวินโดวส์และแอปพลิเคชันในเครื่องทดสอบก็เป็น SSD M.2 ของ Plextor เช่นกันและมีฮีตซิงค์ติดมาด้วยในตัว ถ้าดูในรูปเปรียบเทียบก็จะเห็นได้ว่ามีขนาดที่เล็กกว่าไดร์ฟรุ่นใหม่

*** หมายเหตุในการทดสอบครั้งนี้โปรแกรมบางตัวอาจจะมีการอ่านชื่อรุ่นของ PX-512M9PG+ เป็น PX-512M9PNG+ น่าจะเกิดจากบักของวินโดวส์หรือบักของโปรแกรมที่ไปอ่านค่าข้อมูลเก่าซึ่งเป็นไดร์ฟที่เราทดสอบก่อนหน้า ดังนั้นหากโปรแกรมใดแสดงข้อมูลผิดก็ของให้ทราบว่าเป็นผลการทดสอบของไดร์ฟ PX-512M9PG+ ครับ ***

ตรวจสอบคุณสมบัติด้วย AIDA64

ทดสอบด้วย CrystalDiskMark (1GB / 4GB / 8GB / 16GB)

ภาพรวมของคะแนนที่ได้จากโปรแกรม CrystalDiskMark แสดงให้เห็นว่าความเร็วนั้นตรงตามสเปคที่บอกมา และความเร็วในทุก ๆ ขนาดของไฟล์ที่ทดสอบก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงกันมากนัก แสดงให้เห็นถึงการใช้หน่วยความจำแคชที่มาพร้อมกับตัว SSD ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทดสอบด้วย AS-SSD Benchmark (1GB / 3GB / 5GB / 10GB)

ผลทดสอบ AS-SSD ก็ออกมาในแนวเดียวกันกับ CrystalDiskMark ครับ แม้ว่าคะแนนที่ได้จะดูน้อยกว่า แต่ว่าถ้าดูความสม่ำเสมอและความคงที่ของคะแนนการทดสอบในทุก ๆ ขนาดของไฟล์ เราก็จะเห็นได้ว่าไดร์ฟทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพดี คะแนนโดยรวมก็สูงสำหรับการทดสอบด้วย AS-SSD Benchmark

ทดสอบด้วย ATTO Disk Benchmark (1GB / 4GB / 8GB 16GB)

คะแนนการทดสอบของ ATTO Disk Benchmark ตัวเลขความเร็วอาจจะห่างจากสเปคที่ระบุอยู่สักหน่อย เหมือนกับการทดสอบด้วย AS-SSD Benchmark แต่คะแนนที่ออกมาทุกการทดสอบก็จะมีความใกล้เคียงกันมีแนวโน้มในการทำงานที่มีเสถียรภาพเหมือน ๆ กันครับ

ทดสอบด้วย AJA Disk Benchmark (4GB / 16GB / 64GB)

สำหรับการทดสอบด้วย AJA System Disk Test ความเร็วในการทำงานเมื่อทดสอบด้วยไฟล์ขนาด 4GB และ 16GB นั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ แม้จะอ่านและเขียนได้ไม่เร็วตามที่สเปคระบุแต่ก็ยังคงเป็นการทำงานที่รวดเร็วอยู่ดี และเมื่อเราเพิ่มขนาดไฟล์ไปที่ 64GB ด้วยพื้นที่อันจำกัดของหน่วยความจำแคชที่มีเพียง 512MB ก็ทำให้ความเร็วในช่วงครึ่งหลังของการเขียนข้อมูลนั้นลดลงมาอยู่พอสมควร แต่ในการทำงานจริงความเร็วในการเขียนระดับ 800MB/s ก็ถือว่าเร็วมาก ๆ แล้ว ส่วนความเร็วในการอ่านนั้นอยู่ในระดับประมาณ 2700MB/s ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงเช่นกัน

ทดสอบการทำงานด้วย AIDA64 Disk Benchmark

AIDA64 Disk Benchmark ช่วยให้เรามองเห็นเสถียรภาพในการอ่านและเขียนของไดร์ฟตลอดพื้นที่ของความจุ สำหรับการทดสอบในโหมด Linear Read, Linear Write เป็นการทำงานโดยไม่ผ่านแคชหรือบัฟเฟอร์ ซึ่งความเร็วในการอ่านนั้นก็จะสูงเป็นปกติ ส่วนความเร็วในการเขียนก็อาจจะช้ากว่าที่กำหนดเพราะไม่ได้ทำงานผ่านบัฟเฟอร์ แต่ก็จะเห็นได้ว่าการเขียนตลอดความจุมีเสถียรภาพดี แมีแค่ช่วงจังหวะเริ่มต้นของการทำงานเท่านั้นที่อาจจะมีค่าพีคพ่งสูงขึ้นมา ซึ่งส่วนใหญ่ค่าตรงนี้ไม่ได้มาจากการทำงานของตัวไดร์ฟจริง ๆ แต่เป็นสิ่งที่เกิดจากจังหว่ะการทำงานของวินโดวส์ ไปตรงกับคาบเวลาของการเขียนข้อมูลพอดีจึงมีการรายงานที่สูงผิดปกติขึ้นมา แต่นอกนั้นก็จะมีความเร็วในการเขียนที่ค่อนข้างคงที่ตลอดความจุ

ส่วนการอ่านเขียนข้อมูลผ่านทางบัฟเฟอร์นั้นก็จะเห็นได้ความมีความเร็วที่สูงทั้งการอ่านและเขียนและเป็นความเร็วที่ค่อนข้างคงที่มาก ๆ เพราะเป็นการทำงานผ่านหน่วยความจำแคช DDR3L ขนาด 512MB ที่ติดตั้งมาบนตัว SSD ด้วยนั่นเอง

อุณหภูมิการทำงาน

ถ้าใครได้ติดตามการทดสอบไดร์ฟ Plextor PX-512M9PGN+ มาก่อนก็จะเห็นได้ว่าแม้ไดร์ฟจะมีความเร็วอ่านเขียนในระดับ 3200 /2400MBs ก็สามารถทำงานได้ดีโดยที่มีอุณหภูมิไม่สูง และเมื่อมาดูที่ Plextor PX-512M9PG+ ที่เราทดสอบกันในวันนี้ก็จะเห็นได้ว่าอุณหภูมิก็อยู่ในระดับที่ไม่ต่างกันมากนัก ที่จะต่างกันจริง ๆ ก็คือค่า Min ที่ลงไปถึงระดับ 33 องศาเซลเซียส (ทดสอบในห้องอุณหภูมิ 31 องศา) ซึ่งถือว่าเป็นผลของการติดตั้งฮีตซิงค์มาด้วยในตัวนั่นเอง และสิ่งที่สังเกตได้ระหว่างการทดสอบก็คือเมื่ออุุณหภมิขึ้นสูง แต่ก็จะไม่เกิน 46 องศาเซลเซียส และเมื่อหยุดการใช้งานอุณหภูมิก็จะลดลงมารวดเร็วกว่า

บทสรุปหลังการใช้งาน

จากการทดสอบและลองใช้งาน Plextor PX-512M9PG+ ความรู้สิกในการใช้งานโดยทั่วไปก็ไม่ได้แตกต่างไปจาก PX-512M9PGN+ เลยโดยเฉพาะเรื่องประสิทธิภาพ ถ้าไม่บอกรุ่นก็ไม่รู้ว่านี่เป็นไดร์ฟคนละตัวคนละรุ่น เพราะฮาร์ดแวร์ภายในทุกอย่างเหมือนกันหมด รวมไปถึงเฟิร์มแวร์ที่ควบคุมการทำงานด้วย สิ่งเดียวที่ทำให้สัมผัสได้ถึงความแตกต่างก็คือเมื่อทำงานต่อเนื่องไปนาน Plextor PX-512M9PG+ ที่มีฮีตซิงค์ จะมีอุณหภูมิในการทำงานที่คงที่กว่า และอุณหภูมิลดลงเร็วกว่า ซึ่งแน่นอนว่าเป็นผลมาจากการติดตั้งฮีตซิงค์ขนาดใหญ่มาให้ด้วยนั่นเอง และนั่นก็ทำให้ Plextpr PX-512M9PG+ นี้เหมาะสำหรับติดตั้งบนพีซีที่มีการทำงานแบบต่อเนื่องทั้งวัน รวมไปถึงรองรับงานหนัก ๆ แบบที่ต้องมีการอ่านเขียนข้อมูลขนาดใหญ่อยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.goplextor.com/Product/Detail/M9P(G)_Plus#/Spec

You may also like...