Sapphire R7 260X 2GB GDDR5 OC ความคุ้มค่าที่ท้าทายกาลเวลา

Sapphire-R7-260X-OC-hero

กราฟิกชิป Radeon R7 260X เปิดตัวออกมาครั้งแรกมาตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมปี 2013 โน่นแล้วละครับ อันที่จริง Radeon R7 260X นั้น มีอายุที่เก่ากว่านั้นอีกครับคือชิปรุ่นนี้เป็นการสืบเชื้อสายมาจาก Radeon HD 7790 อย่างไรก็ตามใน R7 260X นั้นก็ได้รับการปรับปรุงให้มีความทันสมัยขึ้นกว่า HD 7790 อยู่บ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นการรองรับ DirectX 11.2 (รองรับ DX12 ด้วย) และรองรับ OpenGL 4.3 เป็นต้น

กราฟิกการ์ด Radeon R7 260X ที่วางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดจะมีอยู่สองรุ่นใหญ่ ๆ ให้เลือกครับคือรุ่นที่มีหน่วยความจำขนาด 1GB และรุ่นที่มีหน่วยความจำขนาด 2GB ซึ่งถ้าถามเราว่าเราควรจะซื้อกราฟิกการ์ดรุ่นไหนตอบได้ง่าย ๆ เลยครับว่าตอนนี้เราควรจะเลือกใช้กราฟิกการ์ดที่มีหน่วยความจำ 2GB ครับถ้าต้องการเล่นเกม แต่ถ้าเป็นการใช้งานทั่วไปและเล่นเกมเล็ก ๆ น้อยกราฟิกการ์ดที่มีหน่วยความจำ 1GB ก็พอรับมือไหวครับ

Sapphire-R7-260X-OC-01

Sapphire-R7-260X-OC-02

Sapphire-R7-260X-OC-03

และสำหรับกราฟิกการ์ด R7 260X ที่เราจะทดสอบในครั้งนี้มาจากค่ายของ Sapphire ซึ่งการ์ดที่ใช้ชิป Radeon R7 260X และมาพร้อมกับหน่วยความจำ GDDR5 ขนาด 2GB ความเร็ว 1500MHz (Quad Rate 6000MHz) ชิป R7 260X ที่ใช้กับการ์ดรุ่นนี้มีจำนวนสตรีมโปรเซสเซอร์ทั้งหมด 896 คอร์ โดยถูกจัดเป็นกลุ่มเป็น CU (Compute Unit) จำนวน 14 ชุด คือมีชุดละ 64 คอร์ นั่นเอง  ส่วนความเร็วของกราฟิกชิป R7 260X ทาง Sapphire ได้โอเวอร์คล็อกมาเล็กน้อยเป็น 1150MHz จากความเร็วปกติที่ 1100MHz ช่องสำหรับต่อจอภาพก็มีทั้ง DVI, HDMI, และ DisplayPort 1.2

Sapphire-R7-260X-OC-04

ทางด้านชุดระบายความร้อนนั้นก็เป็นการออกแบบใหม่ครับโดยใช้ฮีตซิงค์ที่มีฐานทำจากทองแดงร่วมกับชุดครีบระบายความร้อนที่เป็นอะลูมิเนียมขนาดใหญ่ และมีพัดลมระบายความร้อนมาด้วยอีกหนึ่งตัว โดยทั้งหมดนี้สามารถจัดการกับความร้อนที่เกิดขึ้นจากการใช้งานได้อย่างสบาย ๆ ครับแม้ว่าจะไม่ได้ใช้งานในห้องแอร์ก็ตาม แต่ถ้าอยู่ในห้องแอร์ก็ยิ่งดีครับ ที่สำคัญพัดลมระบายความร้อนทำงานได้เงียบครับ ตอนที่ทดสอบโอเวอร์คล็อกก็ยังทำงานได้เงียบเช่นกัน ซึ่งเราจะไปดูรายละเอียดกันในส่วนของการทดสอบครับ

Sapphire-R7-260X-OC-05

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ

  • CPU: Intel Core i5-4670K @ 4.0GHz
  • Mainboard: ASRock Z97 Extreme6
  • VGA: PALiT GTX 750Ti StormX Dual (Baseline)
  • RAM: Corsair DDR3 @1600MHz (4GBx2)
  • HDD: WD Black 1TB SATA-III
  • PSU: Coolermaster V1000
  • Monitor: Philips P-Line 288P6 (4K)

ผลการทดสอบ

จากการทดสอบเราจะเห็นได้ว่า Sapphire Radeon R7 260X นี้เหมาะสำหรับใช้ในการเล่นเกมที่ความละเอียดระดับ Full HD (1920×1080) โดยสามารถปรับรายละเอียดของภาพได้ในระดับกลางไปจนถึงระดับสูง ขึ้นอยู่กับเกมแต่ละเกมว่าต้องการความสามารถทางด้านฮาร์ดแวร์มากน้อยขนาดไหน

3DMark Fire Strike (2013) R7-260X Baseline
3DMark Score 3694 4470
Graphics Score 4098 4896
Physics Score 8079 8054
Combined Score 1447 1927
Graphics Test 1 (FPS) 20.52 23.35
Graphics Test 2 (FPS) 15.75 19.56
Physics Test (FPS) 25.65 25.57
Combined Test (FPS) 6.73 8.96
AIDA64 GPGPU Benchmark R7-260X Baseline
Single-Precision (GFLOPS) 1839 1647
Double-Precision (GFLOPS) 368.1 54.03
24-bit Integer (GIOPS) 1838 558.1
32-bit Integer (GIOPS) 368.1 557.9
64-bit Integer (GIOPS) 91.70 96.82
AES-256 (MB/s) 9802 4579
SHA-1 Hash (MB/s) 18558 16376
Single-Precision Julia (FPS) 359.7 337.9
Double-Precision Mandel (FPS) 32.52 17.95
Game Benchmarks (1920×1080) R7-260X Baseline
Alien vs. Predator (Very High) 34.4 43.8
Sniper Benchmark (Ultra High) 13.9 21.2
Metro Last Light (Very High) 14.67 21.3

นอกจากการทดสอบตามปกติแล้วเรายังลองเล่นเกมหลายเกมด้วยกราฟิกการ์ดรุ่นนี้ผลที่ได้ก็น่าสนใจครับ เช่นเกม Battlefield 4 เราสามารถที่จะเล่นที่ความละเอียด Full HD แล้วปรับรายละเอียดของภาพไปที่สูงสุดระดับ Ultra ได้ หรือถ้าจะเล่นที่ความละเอียดสูงที่ 2560×1440 ได้ แต่ต้องปรับรายละเอียดของภาพลงมาระดับกลางก็จะเล่นได้ลื่นไม่มีกระตุก ส่วนเกมที่กำลังดังสุด ๆ ในตอนนี้อย่าง GTA V นั้น เล่นได้ดีลื่นสุดระดับ 40 เฟรมต่อวินาที ก็ต้องปรับความละเอียดของภาพไปที่ Full HD ครับ ส่วนเรื่องรายละเอียดของภาพไม่ต้องไปรับแต่งอะไรเลยครับปล่อยให้ตัวเกมเป็นตัวกำหนดเองโดยอัตโนมัติ ก็ได้ภาพสวยเป็นที่น่าพอใจครับ

PCMark8-R7-260X-NO-OpenCL PCMark8-R7-260X-OpenCL

นอกจากเราทดสอบกราฟิกการ์ดรุ่นนี้ด้วยแอปพลิเคชันกราฟิกและเกมแล้ว เรายังได้ทดสอบคุณสมบัติทางด้านการทำงานทั่วไป ใช้การสร้างคอนเทนต์ด้านมัลลิมีเดียโดยใช้โปรแกรม PCMark 8 ในการทดสอบ ซึ่งเราทำการทดสอบสองแบบคือแบบแรกเป็นการทดสอบโดยปิดการใช้คุณสมบัติด้าน OpenCL คือไม่มีการนำกราฟิกมาช่วยประมวลผล และทดสอบในแบบที่สองคือการเปิดให้ใช้ OpenCL หรือการนำกราฟิกการ์ดมาช่วยประมวลผลนั่นเอง ซึ่งผลการทดสอบก็ออกมาดังนี้ครับ ทดสอบโดยปิด OpenCL คะแนนรวมของ PCMark 8 อยู่ที่ 3512 คะแนน และเมื่อเปิดคุณสมบัติ OpenCL คะแนนจาก PCMark 8 เพิ่มขึ้นเป็น 4997 คะแนนเลยทีเดียว

GPUZ-OCRUN

การโอเวอร์คล็อก

การ์ดรุ่นนี้ได้รับการโอเวอร์คล็อก GPU มาจากโรงงานแล้วเล็กน้อยคือเพิ่มจาก 1100MHz ไปเป็น 1150MHz แต่ว่าเราสามารถจะทำการโอเวอร์คล็อกกราฟิกการ์ดรุ่นนี้ให้ไปต่อไปอีก คือสามารถปรับไปได้ที่ความเร็ว 1230MHz ในส่วนของกราฟิกชิป ส่วนหน่วยความจำเราก็ปรับเพิ่มจาก 1500MHz เป็น 1600MHz (6400MHz) ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นค่าการโอเวอร์คล็อกที่ลงตัวที่สุดสำหรับกราฟิกการ์ดรุ่นนี้ ทางด้านอุณหภูมิและความร้อนก็ไม่มีปัญหาครับเพราะชุดระบายความร้อนที่ใช้นั้นก็จัดได้ว่ามีประสิทธิภาพที่ดีพอสมควรครับ และทำงานได้เงียบอีกด้วย เมื่อเราโอเวอร์คล็อกความเร็วรอบของพัดลมจะทำงานขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ที่ 42-50% เท่านั้น ถือว่าน้อยมากครับ (ทดสอบในห้องแอร์ 25 องศาเซลเซียส) ส่วนอุณหภูมิของกราฟิกชิปเองก็อยู่ที่ 69-70 องศาเซลเซียส เท่านั้น แม้ว่าจะเป็นการเบิร์นจน GPU ทำงาน 100% แล้วก็ตาม

 

Sapphire-R7-260X-OC-Test

สรุป

แม้จะมีระยะเวลาการเปิดที่นานพอสมควรแล้วสำหรับชิป Radeon R7 260X แต่เมื่อทาง Sapphire นำมาสร้างเป็นกราฟิกการ์ดและปรับปรุงเรื่องความเร็วและใช้ชุดระบายความร้อนที่ดีก็ทำให้กราฟิกชิปรุ่นนี้สามารถที่จะรองรับเกมต่าง ๆ ได้อย่างไม่ต้องเป็นกังวลครับ และสำหรับคนที่ไม่ได้เล่นเกมเป็นหลัก แต่ต้องการกราฟิกการ์ดสำหรับใช้งานสำหรับด้านกราฟิกอย่างพวก Photoshop หรือ Lightroom กราฟิกการ์ด Sapphire R7 260X 2GB GDDR5 OC นี้ก็สามารถช่วยให้คุณทำงานได้ราบรื่นเช่นกันครับด้วยคุณสมบัติทางด้าน OpenCL ที่สามารถเข้ากับแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้อย่างดี ซึ่งก็ได้พิสูจน์ให้เห็นจากการทดสอบแล้วว่าเมื่อมีการใช้ OpenCL การ์ดรุ่นนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานโดยรวมของระบบได้ดีอย่างมาก

You may also like...