SAPPHIRE TOXIC R9 270X OC แรงฤทธิ์ พิษร้าย

Sapphire-Toxic-R9-270X-hero

ตอนนี้เอเอ็มดีก็ได้เปิดตัวกราฟิกการ์ด Radeon R 300 Series ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลาย ๆ คนก็คงจะมองหาและจับจองเป็นเจ้าของกันอยู่ แต่ว่ากราฟิกการ์ดในตระกูล Radeon R 200 Series นั้นก็ยังไม่ถึงกับตกรุ่นหรือหมดไปจากตลาดซะทีเดียว ก็ยังมีหลายแบรนด์ที่ยังคงทำตลาดอยู่ เนื่องจากประสิทธิภาพของกราฟิกการ์ดเหล่านั้นยังสามารถใช้งานได้ดีกับเกมในปัจจุบันรวมไปถึงการใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ด้วย ผู้ผลิตกราฟิกการ์ดค่ายแดงรายใหญ่ที่สุดอย่าง SAPPHIRE ก็ได้ส่งกราฟิกการ์ด Radeon R9-270X TOXIC กลับลงมาในตลาดอีกครั้ง แม้ว่าดูแล้วจะสวนกระแสการมาของ Radeon R 300 อยู่สักหน่อยก็ตาม

SAPPHIRE TOXIC R9 270X OC นี้ใช้กราฟิกชิป Radeon R9-270X ที่มีสตรีมโปรเซสเซอร์จำนวน 1280 คอร์ จาก Compute Unit จำนวน 20 ชุด (64 คอร์ ต่อหนึ่งชุด) ใช้สถาปัตยกรรม GCN (รหัส Pitcarin) ตัวกราฟิกชิปทำงานที่ความเร็ว 1150MHz ซึ่งเพิ่มจากความเร็วมาตรฐานของเอเอ็มดีที่ 1050MHz มาอีก 100MHz ส่วนหน่วยความจำก็เป็นแบบ GDDR5-256bit ความเร็ว 1500MHz เพิ่มจากความเร็วมาตรฐานมาอีก 100MHz เช่นกัน เรียกได้ว่าถูกโอเวอร์คล็อกมาทั้งตัวกราฟิกชิปและหน่วยความจำมาจากโรงงานเรียบร้อย

GPUZ

ก็ตามระเบียนครับเมื่อเป็นกราฟิกการ์ดที่มีการโอเวอร์คล็อกมาก็จำเป็นต้องออกแบบชุดระบายความร้อนมาให้เหมาะสมด้วย ทาง SAPPHIRE ได้จัดอุปกรณ์ระบายความร้อนที่จัดว่าเป็นชุดใหญ่ให้กับกราฟิกการ์ดรุ่นนี้ครับ ด้วยการใช้ฮีตซิงค์ที่มีขนาดใหญ่พร้อมด้วยพัดลมระบายความร้อนมาอีกสามตัว ทำให้กราฟิกการ์ดรุ่นนี้มีความยาวรวมถึง 12 นิ้ว แต่ว่าตัว PCB ยาวประมาณ 10.25 นิ้ว ส่วนที่ยาวเลย PCB ออกมานี่ก็เป็นปลายของฮีตซิงค์ครับ ดังนั้นถ้าใครจะใช้กราฟิกการ์ดรุ่นนี้ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าเคสที่ใช้อยู่รองรับกราฟิกการ์ดที่มีความยาวในระดับ 12 นิ้วด้วยหรือไม่ ซึ่งจริง ๆ แล้วกราฟิกการ์ดที่ใช้ชิป R9 270X นี้จะใช้ PCB ขนาดสัก 6 นิ้ว หรือ 8 นิ้ว ก็ได้ แต่ที่ SAPPHIRE เลือกใช้ PCB ขนาดใหญ่ก็เพราะว่าต้องการกระจายวงจรต่าง ๆ ออกไปไม่ให้อัดแน่น เพื่อเป็นการระบายความร้อนที่ดีอีกทางหนึ่งนั่นเอง การ์ดรุ่นนี้ต้องการชุดจ่ายไฟ 6 พิน จำนวนสองชุด เพื่อเสถียรภาพในการทำงาน ทาง SAPPHIRE ว่าพาวเวอร์ซัพพลายที่ใช้กับกราฟิกการ์ดรุ่นนี้แค่ 500 วัตต์ ก็รับมือได้ของให้มีคอนเน็คเตอร์ 6 พิน สองชุดก็พอ

 

Sapphire-Toxic-R9-270X-FANตามสไตล์ของกราฟิกการ์ดที่โอเวอร์คล็อกมาจากโรงงาน ทาง SAPPHIRE จึงต้องจัดชุดระบายความร้อนให้มาเป็นพิเศษ ด้วยฮีตซิงค์ขนาดใหญ่แลพัดลมระบายความร้อนอีกสามตัว (Tri-X Triple-Fan) ที่ปรับความเร็วในการทำงานแบบอัตโนมัติ

 

Sapphire-Toxic-R9-270X-Backplateเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนทาง SAPPHIRE ได้ติดตั้งแผ่นระบายความร้อนทางด้านหลังของตัวการ์ดมาให้ด้วย พร้อมลวดลายที่สวยงาม เสริมความแกร่งให้กับตัวการ์ดได้เป็นอย่างดี

 

Sapphire-Toxic-R9-270X-Displayมาดูทางด้านพอร์ตสำหรับการเชื่อมต่อกับจอภาพกันบ้างครับ แม้ว่าจะเป็นกราฟิกการ์ดที่ออกมานานแล้วก็ตาม แต่ว่าพอร์ตสำหรับต่อจอภาพของกราฟิกการ์ดรุ่นนี้ก็จัดว่าทันสมัยครับ มีมาให้ทั้งหมด 4 พอร์ต ได้แก่ DVI-D, DVI-I, HDMI 1.4a และ DisplayPort 1.2

 

Sapphire-Toxic-R9-270X-6pinการ์ดรุ่นนี้ต้องการชุดจ่ายไฟเพิ่มแบบ 6 พิน จำนวนสองชุดเพื่อเสถียรภาพในการทำงาน

 

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ

  • CPU: Intel Core i5-4670K @ 4.0GHz
  • Mainboard: ASRock Z97 Extreme6
  • VGA: PALiT GTX 750Ti StormX Dual (Baseline)
  • RAM: Corsair DDR3 @1600MHz (4GBx2)
  • HDD: WD Black 1TB SATA-III
  • PSU: Coolermaster V1000
  • Monitor: Philips 288P6 (28”/3840×2160)

ผลการทดทดสอบ

ผลการทดสอบเมื่อเทียบกับกราฟิกการ์ดที่เราใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานอย่าง GTX 750Ti (GDDR5-2GB) ก็จะพบว่าประสิทธิภาพของ TOXIC R9 270X นั้นก็จะให้ประสิทธิภาพสูงกว่าพอสมควรเลยทีเดียว แต่ก็ต้องเข้าใจนะครับว่าเป็นการ์ดคนละระดับกัน ถ้าดูในภาพรวมเราก็จะเห็นได้ว่า TOXIC R9 270X นี้มีศักยภาพมากพอที่จะเล่นเกมในความละเอียดที่ 2K ได้เลย แต่ว่าอาจจะต้องปรับรายละเอียดของภาพในระดับกลาง ๆ แต่ถ้าเล่นเกมความละเอียด Full HD นี่ไม่เป็นปัญหาครับสามารถจัดไปได้ทุกเกมตั้งค่าความสวยงามของภาพในระดับกลางไปจนถึงสูงได้เลย อันที่จริงถ้าเราลองนำผลการทดสอบเรื่อง GPGPU ซึ่งเป็นถือว่าเป็นการทดสอบด้านการคำนวณทางด้านคณิตศาสตร์ล้วน ๆ เราก็จะพบว่า R9 270X นี้มีผลการทดสอบที่สูสีกับ GTX 960 เลยทีเดียว คือมีผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ โดยการคำนวณที่เป็น Single Precision ของ GTX 960 จะสูงกว่า แต่ถ้าเป็นเรื่อง Double Precision R9 270X จะให้ความเร็วที่ดีกว่า ก็ถือว่าเป็นกราฟิกชิปอีกรุ่นหนึ่งของเอเอ็มดีที่ยังคงให้ประสิทธิภาพในการประมวลผลที่ดีแม้ว่าจะมีการเปิดตัวมาตั้งแต่ปลายปี 2013 แล้วก็ตาม

AIDA64 GPGPU Benchmark R9 270X Baseline
Single-Precision (GFLOPS) 2906 1619
Double-Precision (GFLOPS) 181.0 54.27
24-bit Integer (GIOPS) 2905 555.3
32-bit Integer (GIOPS) 582.1 552.8
64-bit Integer (GIOPS) 144.8 94.36
AES-256 (MB/s) 15426 4626
SHA-1 Hash (MB/s) 31332 16447
Single-Precision Julia (FPS) 276.0 296.1
Double-Precision Mandel (FPS) 30.89 17.88
Alien vs. Predator (VeryHigh/AF16x) R9 270X Baseline
1920×1080 (1080p) / FPS 60.3 43.5
2560×1440 (1440p) / FPS 37.3 26.0
3840×2160 (2160p) / FPS 18.4 12.6
Sniper Benchmark (Ultra) R9 270X Baseline
1920×1080 (1080p) / FPS 24.5 20.9
2560×1440 (1440p) / FPS 14.6 12.3
3840×2160 (2160p) / FPS 5.0 5.0
Metro Last Light (VeryHigh/AF16x) R9 270X Baseline
1920×1080 (1080p) / FPS 27.67 21.33
2560×1440 (1440p) / FPS 15.33 13.00
3840×2160 (2160p) / FPS 7.33 6.00
3DMark Fire Strike (1K) R9 270X Baseline
Score 5730 4424
Graphics Test 1 (FPS) 30.8 23.44
Graphics Test 2 (FPS) 26.1 19.46
3DMark Fire Strike Extreme (2K) R9 270X Baseline
Score 2856 2211
Graphics Test 1 (FPS) 14.76 11.58
Graphics Test 2 (FPS) 11.55 8.58
3DMark Fire Strike Ultra (4K) R9 270X Baseline
Score 1141 279
Graphics Test 1 (FPS) 7.43 5.67
Graphics Test 2 (FPS) 3.32 0.54

 

ผลการทดสอบในภาพรวมด้วย 3DMark (2013) ของกราฟิกการ์ด SAPPHIRE TOXIC R9 270X OC ก็จะอยู่ในระดับกลาง ๆ ครับ เมื่อเทียบกับฐานข้อมูลของกราฟิกที่ทดสอบด้วย 3DMark Fire Strike ทั้งหมด

TOXIC-R9-270X-OC-Overall

โอเวอร์คล็อก

ดูจากฮีตซิงค์ที่ให้มาแล้วเราคิดว่าการ์ดรุ่นนี้สามารถโอเวอร์คล็อกต่อได้อย่างแน่นอนแม้ว่าจะมีการโอเวอร์คล็อกมากจากโรงงานแล้วในระดับหนึ่งทั้งกราฟิกชิปและหน่วยความจำ จากนั้นเราก็เริ่มลงมือปรับแต่งค่อย ๆ ไล่ความเร็วขึ้นไปเรื่อย ๆ ที่ละเล็กทีละน้อยจนมาหยุดที่กราฟิกชิปความเร็ว 1300MHz หน่วยความจำ 1600MHz และเช่นเดิมคือเราไม่ได้มีการปรับค่าแรงดันไฟหรือเพิ่มความเร็วรอบพัดลมเพิ่มเติมแต่อย่างใด ก็ใช้เป็นค่าปกติพื้นฐาน ซึ่งการเพิ่มความเร็วมาได้ระดับนี้ก็ถือว่าไม่ธรรมดา

GPUZ-270X-OCRun

โดยในระหว่างการเบิร์นตัวกราฟิกชิปก็มีอุณหภูมิอยู่ที่ 71 องศาเซลเซียส ความเร็วรอบของพัดลมทั้งสามตัวเฉลี่ยที่ 2661 รอบต่อนาที หรือทำงานประมาณ 56% เท่านั้น ก็แสดงถ้าเราปรับความเร็วพัดลมเพิ่มขึ้นไปสัก 70% ก็น่าจะทำให้ตัวกราฟิกชิปลดอุณหภูมิลงได้อีก แต่ก็ต้องแจ้งไว้สักนิดนะครับว่าเวลาเราเล่นเกมจริง GPU จะไม่ได้ถูกเรียกให้ใช้งานเต็ม 100% หรือ 99% อย่างในรูปผลการทดสอบตลอดเวลาครับ มันก็จะมีขึ้น ๆ ลง ๆ เป็นบางช่วงตามลักษณะของเกมแต่ละฉากที่เปลี่ยนไป ซึ่งอุณหภูมิในการใช่งานจริง ๆ ก็จะต่ำกว่า 70 องศาครับ

Sapphire-Toxic-R9-270X-01

สรุป

SAPPHIRE TOXIC R9 270X OC นี่ก็เป็นกราฟิกการ์ดอีกหนึ่งรุ่นนะครับที่น่าสนใจแม้ว่าจะใข้เป็นกราฟิกชิป R9 270X ที่มีการเปิดตัวมาอย่างยาวนานแล้วก็ตาม แต่ว่าประสิทธิภาพในการทำงานของ SAPPHIRE TOXIC R9 270X OC นี้ก็ยังมีมากพอที่จะรองรับกับเกมรุ่นใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดี โดยเราสามารถปรับเล่นเกมที่ความละเอียดในระดับ 1920×1080 (Full HD) ได้ ส่วนการปรับรายละเอียดของภาพก็สามารถปรับได้ในระดับกลาง-สูง เกมดังอย่าง GTA V นี่ไม่มีปัญหาครับสามรถเล่น Full HD ได้รายละเอียดของภาพในสูงสลับปานกลางในแต่ละหัวข้อของภาพ แต่ก็ถือว่ายังให้ภาพที่มีความสวยงามตามสมควร แต่ถ้าเป็นเกม Battlefield 4 นี่สามารถปรับแบบผสมผสานได้ครับคือปรับ High หมดได้เลยหรือถ้าจะเล่นด้วย API Mantle ก็จะได้เฟรมเรตเพิ่มขึ้นมาอีกเยอะพอตัว

จะว่าไปกราฟิกการ์ด SAPPHIRE TOXIC R9 270X OC นี้ถึงจะเป็นกราฟิกการ์ดรุ่นเก่าแต่ว่าถ้าลองดูสเปคแล้วเราก็จะพบว่า R9 270X นี้จะอยู่ระหว่าง R9 380 และ R7 360 คือดูแล้วก็เป็นตำแหน่งที่พอเหมาะพอดี  คือจะว่าไปตอนนี้ R9 270X ก็เป็นเหมือนชิป R9 สำหรับผู้เริ่มต้นนั่นเองครับ ดังนั้นเราคิดว่ากราฟิกชิปและกราฟิกการ์ดรุ่นนี้ยังอยู่ในตลาดได้อีกพักใหญ่ ๆ เลยครับ เพราะดูแล้วไม่มีวี่แววของกราฟิกชิปรุ่นอื่น ๆ จากเอเอ็มดี ที่จะมาแทรกช่องว่างระหว่าง R9 380 และ R7 370 ได้อย่างลงตัวในเวลานี้

You may also like...