4 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอในสตีมที่น่าซื้อในช่วง Steam Summer Sale

ตามปกติเราก็จะเห็นข่าวหรือการแชร์ข้อมูลของเกมลดราคากันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกมในสตีม (Steam) แต่ในสตีมนั้นนอกจากจะมีเกมแล้วก็ยังมีซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมสำหรับการใช้งานที่น่าสนใจอีกมากมายครับแต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับแวดวงเกมทั้งหมด เช่นโปรแกรมสร้างเกม โปรแกรมสร้างโมเดล โปรแกรมด้านกราฟิก และโปรแกรมสำหรับการตัดต่อวิดีโอ ซึ่งซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ก็มีการจัดโปรโมชันในช่วง Steam Summer sale นี้ด้วยเช่นกันครับ แต่ในวันนี้เราจะมาดูเฉพาะโปรแกรมสำหรับการตัดต่อวิดีโอเป็นหลักครับ และของดีของโปรแกรมเหล่านี้คือสามารถใช้กราฟิกการ์ดมาช่วยในการประมวลผลระหว่างการตัดต่อวิดีโอได้อีกต่างหาก ใช้งานการ์ดจอให้คุ้มไปเลยครับ

ข้อดีอีกประการของการซื้อโปรแกรมตัดต่อวิดีโอบนสตีมก็คือ เราสามารถติดตั้งกี่เครื่องก็ได้ แค่ใช้ ID ของเราเอง ในขณะที่เราซื้อโปรแกรมแยกมาติดตั้งเวลาเราอัปเกรดเครื่องหรือย้ายเครื่องหลาย ๆ รอบบางโปรแกรมก็จะตรวจสอบพบว่าเราติดตั้งหลายครั้งแล้วล็อกการติดตั้งไปเลยก็มี ต้องเขียน email ไปอธิบายวุ่นวายอีก แต่ถ้าเป็นโปรแกรมบนสตีมก็ง่ายสะดวกเลยครับ ส่วนใครที่อยากซื้อแต่ไม่มีตังค์เพราะหมดไปกับเกมแล้วก็ลองไปหาโปรแกรมฟรี ๆ มาใช้งานได้ครับ เราเคยเขียนแนะนำไว้ในสองเรื่อง 6 โปรแกรมดี ฟรีแวร์ สำหรับตัดต่อวิดีโอ และ 6 โปรแกรมดี ฟรีแวร์ เสริมงานตัดต่อวิดีโอ

เอาหล่ะมาเข้าเรื่องของวันนี้กันได้แล้ว

VEGAS Movie Studio 13 Platinum – Steam Powered (ลด 60% ราคา 419.60 บาท – ราคาเต็ม 1,049 บาท)

http://store.steampowered.com/app/330070/VEGAS_Movie_Studio_13_Platinum__Steam_Powered/

ก่อนหน้านี้หลายคนก็คงจะคุ้นเคยกับชื่อ Sony Vegas กันมาบ้างแล้วนะครับ แต่ว่าตอนนี้ทาง Sony ได้ขายธุรกิจของซอฟต์แวร์ Vegas ให้กับบริษัท Magix ของเยอรมันไปเรียบร้อยแล้วครับ และ Magix เองก็มีโปรแกรมตัดต่อวิดีโอของตัวเองอยู่แล้วด้วยเหมือนกัน แต่พอขายมาแล้วทาง Magix ก็ยังคงแยก Vegas ออกมาให้มีการพัฒนาและดำเนินการไปอย่างอิสระครับ

สำหรับ Vegas Movie Studio 13 Platinum นี้ก็โลดแล่นมาในตลาดของซอฟต์แวร์สำหรับการตัดต่อวิดีโอมานานพอสมควรครับและมีฐานผู้ใช้เป็นจำนวนไม่น้อยและทางทีมพัฒนาเองก็ได้ปรับปรุงและอัปเกรดให้ทำงานร่วมกับวินโดวส์ 10 ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญถึงจะเป็นเวอร์ชันเก่าแต่ก็ยังให้ประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีครับ โดยเฉพาะใครที่มีฮาร์ดแวร์ไม่แรงมากนักก็ยังคงใช้ Vegas Movie Studio 13 Platinum ทำงานได้ครับแต่ก็เหมาะกับความละเอียดในระดับ Full HD เป็นหลักครับ แม้ว่าจะทำงานกับไฟล์ขนาด 4K ได้ แต่มันจะช้า ๆ หน่อยครับ (เราใช้งานโปรแกรมนี้อยู่เหมือนกันครับ) นอกจากนี้แล้วก็ยังสามารถนำความสามารถของกราฟิกการ์ดมาช่วยในการพีวิววิดีโอระหว่างการตัดต่อได้เป็นอย่างดีครับ

คนที่มีงบน้อยแต่มีความตั้งใจใช้ของแท้ VEGAS Movie Studio 13 Platinum ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีครับ เพราะตอนนี้ลดราคาเหลือเพียง 419.60 บาทเท่า นั้นเอง

แต่ถ้าใครสามารถเพิ่มงบประมาณมาได้ที่ 577.15 บาท ก็จะคุ้มหน้กขึ้นไปอีกเพราะจะได้โปรแกรม Sound Forge Audio Studio โปรแกรมสำหรับตัดต่อเสียง และ ACID Music Studio โปรแกรมสำหรับทำเพลงเพิ่มไปด้วย แต่ถ้าคิดว่าไม่ต้องการสองโปรแกรมนี้ก็จัดตัวแรกไปก็ 419.60 บาทเท่านั้นครับ

Movie Studio 13 Platinum Suite – Steam Powered (ลด 65% ราคา 577.15 บาท – ราคาเต็ม 1,649 บาท) อันนี้ก็ได้ครบเลยทั้งโปรแกรมด้านภาพและโปรแกรมด้านเสียง

  • VEGAS Movie Studio 13 Platinum – Steam Powered
  • Sound Forge Audio Studio 10 – Steam Powered
  • ACID Music Studio 10 – Steam Powered
  • ACID Music Studio 10 – Steam Powered – Loop Content

 

MAGIX Movie Edit Pro Plus Steam Edition (ลด 65% ราคา 577.15 บาท – ราคาเต็ม 1,649 บาท)

http://store.steampowered.com/app/511720/MAGIX_Movie_Edit_Pro_Plus_Steam_Edition/

ก่อนหน้าที่ Magix จะเข้ามาซื้อธุรกิจซอฟต์แวร์ในส่วนของ Sony Vegas ทาง Magix ก็ได้วางจำหน่าย Movie Edit Pro Plus (ล่าสุดเปลี่ยนชื่อเป็น MAGIX Video deluxe 2017 Plus Steam Edition เปลี่ยนในช่วง Steam Summer Sale นี้เลย วันแรกยังใช้ชื่อเดิม ปวดหัวจริง ๆ) บนสตีมด้วยเช่นกัน และก็จะเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Vegas Movie Studio 13 Platinum แม้ว่าจะมีราคาที่สูงกว่าก็ตาม แต่ถ้าถามถึงสภาพการแข่งขันของตัว Vegas Movie Studio กับ Movie Edit Pro Plus การแข่งขันคงจะลดลงเพราะกลายเป็นสินค้าจากบริษัทเดียวกันไปแล้วแต่กลุ่มของผู้ใช้ก็ยังคงแยกกันอยู่อย่างชัดเจน เพราะสไตล์และคอนเซปต์ในการทำงานของทั้งสองโปรแกรมก็จะมีความแตกต่างกันไป แม้ว่าในท้ายที่สุดแล้วทั้งสองโปรแกรมจะเป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่ตัดต่อวิดีโอเหมือนกันก็ตาม และก่อนหน้านี้ (เท่าที่ผู้เขียนติดตาม) นี่เป็นครั้งแรกที่ Movie Edit Pro Plus ลดราคาลงมาเยอะขนาดนี้

สำหรับการใช้งาน Movie Edit Pro Plus เน้นเรื่องการใช้งานที่ง่ายไม่ซับซ้อน อินเทอร์เฟซแบบตรงไปตรงมาก แม้ว่ามีอินเทอร์เฟซและเอฟเฟคหลายตัวที่ดูเชยมาก เพราะโปรแกรมนี้พัฒนามาอย่างยาวนาน แต่ก็มีการเพิ่มเติมความสามารถใหม่ ๆ มาให้เราใช้อยู่ตลอดเวลา ก็จัดเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ใช้ง่านได้ง่าย และตอนนี้ราคานี้ถือว่าคุ้มค่าสุด ๆ เช่นกันครับ ย้ำล่าสุดเปลี่ยนเป็นชื่อ MAGIX Video deluxe 2017 Plus Steam Edition แล้ว

ส่วนใครที่อยากได้โปรแกรมสำหำรับตกแต่งภาพ โปรแกรมสำหรับทำงานด้านกราฟิกแบบขีด ๆ เขียน ๆ ก็มีโปรสุดคุมในราคา 936.53 บาท มาให้เลือกด้วยใครสนใจก็ไปส่องดูก่อนตัดสินใจ (ผู้เขียนว่าจะลองดูเหมือนกัน เคยใช้ Magix มาตั้งแต่สมัย Windows 7/8 แต่ก็เลิกไป แต่ขอดูตังค์ก่อนมีหลายอย่างต้องซื้อ ฮ่า ๆ)

 

VideoPad Video Editor (ลด 30% ราคา 1,154.30 บาท – ราคาปกติ 1,649 บาท)

http://store.steampowered.com/app/554820/VideoPad_Video_Editor/

บอกตามตรงเลยครับว่า VideoPad Video Editor นี้ผู้เขียนเฝ้ารอการลดราคามาอย่างยาวนานครับ ในขณะที่โปรแกรมตัดต่อวิดีโอตัวอื่น ๆ มีการลดราคามาโดยตลอดแม้ว่าจะลดไม่เยอะเช่น 15% หรือ 20% บ้าง ก็ตาม แต่ว่า VideoPad Video Editor นี้ไม่เคยลดราคาเลย นี่ถ้าไม่ใช่ Steam Summer Sale ก็คิดว่าคงจะไม่ลดราคาแน่ ๆ แต่ว่าราคาปกติของ VideoPad Video Editor เองก็ไม่ได้แพงมากมายครับถูกกว่าเกมหลายเกมด้วยซ้ำ เพียงแต่มันมีเวอร์ชันฟรีแวร์ให้ใช้ด้วยเราก็เคยคิดว่าไม่ลดก็ไม่เป็นไรใช้เวอร์ชันฟรีแวร์ไปก่อนก็ได้

หลายคนบ่นว่าโปรแกรม Magix Movie Edit Pro Plus มีอินเทอร์เฟซที่ค่อนข้างเชย แต่ถ้ามาเจอกับอินเทอร์เฟซหลงยุคอย่าง VideoPad Video Editor ก็ต้องถือว่าอินเทอร์เฟซของ Magix Movie Editor Pro Plus นั้นทันสมัยมากครับ อย่างไรก็ตาม VideoPad ก็มีการใช้งานที่ง่ายไม่ซับซ้อนครับ เหมาะกับคนที่ใช้พีซีที่ไม่แรงมากนัก แต่โปรแกรมก็สามารถนำกราฟิกการ์ดในช่วยในการประมวลผลในระหว่างการตัดต่อวิดีโอด้วยครับ โปรแกรมนี้รองรับไฟล์ขนาด 4K ได้เช่นกัน

 

CyberLink PowerDirector 15 Ultra (ลด 25% ราคา 1836.75 บาท – ราคาปกติ 2,449.00 บาท)

http://store.steampowered.com/app/501630/CyberLink_PowerDirector_15_Ultra/

CyberLink PowerDirect 15 Ultra ซอฟต์แวร์ของค่ายนี้เป็นที่รู้จักกันมากพอสมควรเลยนะครับเพราะว่าเป็นโปรแกรมที่มักจะแถมมาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ให้เราได้ทดลองใช้งานกันแบบ 45 วันบ้าง 90 วันบ้าง แต่พอหมดระยะเวลาทดสองแล้วเราก็มักจะไม่ต่ออายุเพราะราคาค่อนข้างสูง แต่พอมาขายในสตีมทาง CyverLink ก็มีการลดราคามาบ้างพอสมควรแต่ก็ยังถือว่าสูงเมื่อเทียบกับโปรแกรมอื่น ๆ แต่ว่าก็มีคุณสมบัติที่ดี ๆ หลายอย่างด้วยเช่นกัน เช่นสามารถตัดต่อวิดีโอแบบ 360 องศา ได้ รองรับการติดต่อวิดีโอแบบแนวตั้งจากการถ่ายจากพวกสมาร์ทโฟนได้ ตัดต่อวิดีโอจากกล้องแอคชันแคม รองรับเฟรมเรตสูง ๆ ในระดับ 120FPS 240FPS ได้อีกต่างหาก เรียกได้ว่าเป็นการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยของการใช้งานได้อยู่ตลอดเวลาครับ

 

ส่งท้าย

จริง ๆ ยังมีโปรแกรมตัดต่อที่น่าสนใจอีกสองสามโปรแกรมครับ แต่ว่าก็จะเป็นโปรแกรมจากค่ายต่าง ๆ ที่เราแนะนำไปนี่หละครับแต่ว่าเป็นเวอร์ชันที่อาจจะใหม่กว่าหรือเป็นรุ่นที่สูงกว่า แต่ก็มีราคาที่ที่ค่อยข้างสูงแล้วครับคือเกินสองพันบาทแล้ว (สำหรับบางคนอาจจะไม่แพง) แต่ถ้ามีความต้องการทำงานที่สูง ๆ ขึ้นไปก็น่าลงทุนครับอย่าง Vegas Pro 14 ที่มีราคาเต็ม ๆ อยู่ประมาณ 6,500 กว่าบาท แต่ตอนนี้ก็ลดลงมาเหลือ 2295.30 บาท อันนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นการใช้งานทั่วไปสำหรับตัดต่อคลิปวิดีโอโปรแกรมทั้ง 4 ที่แนะนำมาก็คือว่าเพียงพอแล้วละครับ

 

You may also like...