WD Red 8TB (WD80EFZX) ฮาร์ดดิสก์ป้ายแดง ความแรงสำหรับ NAS

WD-RED-8TB-zoom

เราเคยคิดว่าฮาร์ดดิสก์ Red ที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานในระบบ NAS คงจะมีความเร็วไม่มากนักเมื่อเทียบกับฮาร์ดดิสก์ในตระกูลอื่น ๆ ของ WD เพราะฮาร์ดดิสก์ในตระกูล Red จะเน้นเรื่องเสถียรภาพและการประหยัดพลังงานเป็นหลัก แต่หลังจากเราได้ลองใช้และทดสอบ WD Red ที่มีความจุ 8TB แล้ว ทำให้ความคิดของเราต้องเปลี่ยนไปครับ

WD-8TB-01

เมื่อปีที่แล้วเราได้ทดสอบฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุมโหราฬไปหนึ่งรุ่นนั่นก็คือ WD Black ที่มีความจุสูงถึง 6TB ซึ่งเราก็คิดว่ามากแล้ว แต่วันนี้ครับเราได้รับฮาร์ดดิสก์ใหม่ล่าสุดจาก WD มาอีกครั้ง แต่ว่าอยู่ในตระกลู Red ที่ออกแบบมาสำหรับการจัดเก็บข้อมูลสำหรับเครื่อข่ายโดยเฉพาะ และรุ่นที่เราได้รับมาทดสอบนั้นก็เป็นรุ่นที่มีความจุ 8TB (รหัส WD80EFZX) ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นที่มีความจุสูงสุดแล้วสำหรับฮาร์ดดิสก์ในตระกูล Red ฮาร์ดดิสก์รุ่นนี้มาในฟอร์มแฟคเตอร์ขนาด 3.5 นิ้ว หมุนจานบันทึกข้อมูลด้วยความเร็ว 5400 รอบต่อนาที ใช้อินเทอร์เฟซ SATA 6 Gb/s มาพร้อมหน่วยความจำแคชขนาด 128MB และสิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งของฮาร์ดดิสก์รุ่นนี้ก็คือภายในบรรจุแก๊สฮีเลียมไว้ภายครับ

คุณสมบัติของแก๊สฮีเลียมก็คือมีความหนาแน่นน้อยกว่าอากาศทั่วไปที่เราหายใจและความหนาแน่นน้อยนี่เองก็ทำให้เกิดแรงเสียดทานที่น้อยตามไปด้วยทำให้การหมุนของจานบันทึกข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ Red 8TB นี้ มีเสถียรภาพสูงขึ้น ลดความร้อน ลดการสั่นสะเทือนเพิ่มขึ้นด้วย

WD-Red-8TB-SPEC

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ

  • CPU: Intel Xeon E5-1620 (4C/8T)

  • MAINBOARD: ASRock X99 Extreme4

  • RAM: Kingston HyperX DDR4 16GB (8GBx2)

  • GRAPHICS CARD: PALIT GTX 750Ti (2GB)

  • SSD: SKS 480GB – System Drive

  • HDD: WD Black 1TB – Application Drive

  • MONITOR: PHILIPS

  • PSU: Cooler Master V1000

  • OS: Windows 10 Pro (64bit)

การทดสอบ

โปรแกรมที่ใช้ในการทดสอบครั้งนี้ก็ประกอบไปด้วย HD Tune, CrystalDiskMark, AS-SSD และ Anvil’s SSD Benchmark แต่ว่าโปรแกรมหลัก ๆ ที่ใช้ในการวิเคราะห์ก็จะเป็นหน้าที่ของ HD Tune ครับ และการทดสอบในครั้งนี้เราได้นำฮาร์ดดิสก์ WD Black 6TB ที่เราเคยทดสอบไปเมื่อปีก่อน มาทดสอบร่วมกันอีกครั้งเพราะว่าสเปคที่ใช้ทดสอบต่างกัน ซึ่งก็จะช่วยทำให้เรามองเห็นประสิทธิภาพการทำงานของฮาร์ดดิสก์ทั้งสองแบบได้อย่างชัดเจน

WD-8TB-Test2_Fotor

ผลการทดสอบด้วย CrystalDiskMark

CDM-WD-8TBสำหรับคนที่ต้องการผลแบบเร่งด่วนคงไม่มีโปรแกรมไหนจะเหมาะเท่า CrystalDiskMark อีกแล้ว ผลการทดสอบที่ได้ก็คือมีความเร็วในการเขียนแบบต่อเนื่องที่ 187.6MB/s และความเร็วในการเขียนที่ 185.2MB/s ดูแล้วอาจจะไม่เยอะแต่ถ้าเราคิดว่านี่คือฮาร์ดดิสก์ที่หมุนจานบันทึกข้อมูลด้วยความเร็ว 5400 รอบต่อนาที ความเร็วขนาดนี้ก็ถือว่าดีมากแล้วครับ แต่ถ้าเทียบกับ WD Black 6TB ซึ่งเรานำมาทดสอบอีกครั้งในเครื่องเดียวกัน รุ่น Black จะทำความเร็วได้ที่ 226.7MB/s และ 242.7MB/s แต่ต้องไม่ลืมว่า Black ทำออกมาเพื่อเรียกประสิทธิภาพที่สูงที่สุด ในขณะที่ Red เน้นเสถียรภาพสูงและประหยัดพลังงาน

ผลการทดสอบด้วย Anvil’s SSD Benchmark

SSD-Bench-WD-8TBAnvil’s SSD Benchmark เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ให้ผลการทดสอบฮาร์ดดิสก์ได้แบบรวดเร็วทันใจ ซึ่งผลการทดสอบที่ได้ก็คือความเร็วในการอ่าน 172MB/s ความเร็วในการเขียน 168MB/s ผลที่ได้ช้ากว่า CrystalDiskMark อยู่นิดหน่อย

ผลการทดสอบด้วย AS-SSD

as-ssd-bench WDC WD80EFZXตามปกติเวลาทดสอบ SSD ด้วย AS-SSD นั้นใช้เวลาเพียงไม่นานเราก็จะได้ผลทดสอบออกมาแล้ว แต่เวลานำมาใช้งานร่วมกับฮาร์ดดิสก์ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควรแต่จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความจุของฮาร์ดดิสก์ที่เราใช้ด้วยครับ สำหรับการทดสอบในโหมดมาตรฐาน ก็สามารถทำความเร็วในการอ่านได้ 173.56MB/s ความเร็วในการเขียน 172.37MB/s ผลของการอ่านและเขียนแทบจะเท่ากันเลย

as-copy-bench WDC WD80EFZXอีกหนึ่งส่วนของการทดสอบจากโปรแกรม AS-SSD ก็คือทดสอบเรื่องการก็อปปี้ไฟล์ ซึ่งความเร็วที่ได้อยู่ในระดับ 100MB/s นี่ถือว่าดีเลยครับสำหรับฮาร์ดดิสก์

ผลการทดสอบด้วย HD Tune

WD-8TB-FileBenchmarkเริ่มจากส่วนของ File Benchmark ที่เป็นการอ่านเขียนข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ก็จะเห็นได้ว่าฮาร์ดดิสก์รุ่นนี้ทำความเร็วได้ดีพอสมควรมีความเร็วในการอ่าน 174.24MB/s มีความเร็วในการเขียน 175.82MB/s

WD-8TB-Readการทดสอบต่อมาคือการข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ตลอดทั้งความจุ อ่านจากพื้นที่ด้านในสุดมาสู่วงรอบนอกสุดของจานบันทึกข้อมูล เราก็จะเห็นได้ว่าความเร็วเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 182.5MB/s และมาจบลงที่ 85.8MB/s แต่ถ้าเป็นความเร็วเฉลี่ยนก็อยู่ที่ 143.9MB/s

WD-8TB-Writeการทดสอบต่อไปคือการเขียนหรือการบันทึกข้อมูลตลอดทั้งความจุ ลักษณะของกราฟก็จะคล้าย ๆ กับความเร็วในการอ่านข้อมูลครับ เริ่มต้นที่ 184.9MB/s จบลงที่ 84.2MB/s ทำความเร็วเฉลี่ยที่ 141MB/s

WD-8TB-infoส่วนอุณหภูมิในระหว่างการทดสอบก็อยู่ระหว่าง 35-38 องศาเซลเซียส เท่านั้น (ทดสอบในห้องอุณหภูมิ 25 องศา)

WD-8TB-Test

สรุป

จากการทดสอบเราคิดว่าประสิทธิภาพของ WD Red 8TB นี้ อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากเลยละครับ แม้ว่าจะไม่ได้รวดเร็วเท่ากับฮาร์ดดิสก์ในตระกูล Black และยังเทียบไม่ได้กับบรรดา SSD ทั้งหลาย แต่ถ้าเรามาดูที่วัตถุประสงค์ของการใช้งานของฮาร์ดดิสก์แบบ Red แล้ว อัตราการอ่านเขียนข้อมูลในระดับ 180MB/s ถือว่าน่าพอใจครับ ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะการใช้หน่วยความจำแคชที่มีความจุสูงถึง 128MB และเวลาที่เรานำฮาร์ดดิสก์ Red ไปใช้ในจริงในเครื่อง NAS เราก็จะไม่ได้ทำงานโดยตรงกับฮาร์ดดิสก์ครับ เราจะทำงานผ่านทางบัฟเฟอร์ของเครื่อง NAS อีกที และการเชื่อมต่อภายในกันเองระหว่าง NAS กับฮาร์ดดิสก์ Red ด้วยความเร็วระดับ 180MB/s ถือว่าเพียงพอและให้ประสิทธิภาพที่ดีครับ เราเองก็มีการใช้ NAS อยู่เป็นประจำและฮาร์ดดิสก์ที่ใช้ก็มีความเร็วน้อยกว่านี้ด้วยซ้ำไป ก็ยังไม่ได้รู้สึกถึงความล่าช้าของฮาร์ดดิสก์ที่ใช้ เนื่องจากทุกอย่างมันเกิดขึ้นในบัฟเฟอร์ของ NAS นั่นเอง

ที่จริงนอกจากฮาร์ดดิสก์ WD Red จะเหมาะสำหรับการใช้งานใน NAS แล้ว ผู้ใช้พีซีทั่วไปเองก็สามารถนำฮาร์ดดิสก์ WD Red มาติดตั้งได้ครับ ถ้าเราต้องการใช้งานฮาร์ดดิสก์แบบ RAID รวมไปถึงการใช้งานเป็นฮาร์ดดิสก์สำหรับจัดเก็บข้อมูลในเครื่องที่ต้องมีการแชร์ข้อมูลกับเครื่องอื่น ๆ อยู่ตลอดเวลาก็สามารถเลือกฮาร์ดดิสก์ Red มาใช้งานได้เช่นกัน แต่ต้องตรวจสอบกับทางผู้ผลิตเมนบอร์ดด้วยนะครับว่าเมนบอร์ดที่เราใช้งานรองรับฮาร์ดดิสก์ได้สูงสุดที่เท่าไร

You may also like...