DaVinci Resolve 15 ที่สุดของโปรแกรมตัดต่อวิดีโอแบบฟรีแวร์ (Free Video Editing)

ในที่สุด DaVinci Resolve 15 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอแบบฟรีแวร์ที่ดีที่สุดโปรแกรมหนึ่งของโลกก็ออกเวอร์ชันจริงมาให้พวกเราได้ใช้งานกันแล้วครับ หลังจากที่อยู่ในสถานะ Beta มาเป็นเวลา 5-6 เดือนเห็นจะได้ DaVinci Resolve 15 นี้ได้รับการปรับปรุงการทำงานในหลายส่วนที่ช่วยให้เราสามารถตัดต่อวิดีโอได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

  • รองรับการซิงก์เสียงและแทนที่แบบอัตโนมัติ (อันนี้ดีมาก ๆ เหมาะอย่างมากสำหรับคนที่อัดเสียงด้วยกล้องไว้ชุดหนึ่งแล้วมีเครื่องอัดเสียงที่คุณภาพดีกว่าไว้อีกชุดหนึ่ง ไม่ต้องมาเสียเวลาซิงค์เสียงให้เมื่อยอีกต่อไป)
  • รองรับการทำ motion graphics และเอฟเฟคต่าง ๆ ที่ดีขึ้น
  • เพิ่มปลั๊กอินทำงานทางด้านเสียงให้มากขึ้น ทางผู้พัฒนาบอกว่าใส่เพิ่มมาให้อีก 12 ปลั๊กอิน
  • สามารถนำเข้าไฟล์เสียงแล้วนำมาสร้างเป็น Library เพื่อเรียกใช้งานได้สะดวกกว่าเดิม
  • การทำซับไตเติลที่สะดวกขึ้น พร้อมด้วยเครื่องมือช่วยจัดการ
  • สามารถทำแทมเพลตของไตเติลได้แล้ว
  • รองรับการทำงานแบบ Multiple Timeline บน Timeline เดียวกัน
  • LUT Browser เป็นเหมือนคอลเลคชันสี LUT ให้เราคลิกเลือกและดูการเปลี่ยนแปลงได้ทันที
  • สามารถแชร์ Color node ไปยังวิดีโออื่น ๆ ได้

นี่คือคุณสมบัติเด่น ๆ ที่ทีมงาน Blackmagic ผู้พัฒนา DaVinci Resolve 15 เน้นมาครับ แต่รายละเอียดและของใหม่อื่น ๆ มีมากกว่านี้ครับ

สำหรับคุณสมบัติใหม่ ๆ ที่ว่ามานั้นเราเองยังไม่ได้ทดลองเล่นอย่างจริงจังเลยครับ (เพราะเพิ่มอัปเดตให้เราดาวน์โหลดได้วันนี้) ใครสนใจก็ดาวน์โหลด DaVinci Resolve 15 เวอร์ชันเต็มมาใช้งานกันได้แล้วครับ ยังคงฟรีเหมือนเดิมครับ เพิ่มเติมอีกนิดสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ GPU หรือกราฟิกการ์ดเข้ามาช่วยทำงานโปรแกรมนี้ก็รองรับทั้ง CUDA และ OpenCL นะครับใช้ได้ทั้ง NVIDIA และ AMD ส่วนใครที่ใช้กราฟิกของ Intel ในเบื้องต้นเข้าใจว่าจะใช้ OpenCL เช่นกันครับ และอาจจะใช้คุณสมบัติบางส่วนจาก Intel Quick Sync Video (ตรงนี้เดี๋ยวของตรวจสอบอีกทีนะครับเพราะในคู่มือก็ไม่ได้ระบุข้อมูลอะไรไว้เลยเพราะโปรแกรมนี้จริง ๆ ออกแบบมาสำหรับมืออาชีพซึ่งส่วนใหญ่จะใช้กราฟิกการ์ดแบบแยกกันอยู่แล้ว)

ส่วนคนที่ใช้ซีพียูคอร์เยอะเธรดแยะไม่ว่าจะเป็น Intel หรือ AMD โดยเฉพาะ Threadripper ที่ตอนนี้มีเจนฯ 2 ออกมาแล้วก็บอกได้เลยครับว่า DaVinci Resolve 15 ถูกออกแบบมาให้ทำงานกับซีพียูที่มีหลายคอร์หลายเธรดได้ดีมาก ๆ เพราะการทำงานบางอย่างยังคงใช้ประสิทธิภาพของซีพียูเป็นหลักและการทำงานก็จะถึงกราฟิกการ์ดเข้ามาช่วยทำงานนั่นเองครับ

สำหรับสเปคเครื่องที่ต้องการทาง Blackmagic ก็ไม่ได้ระบุไว้ชันเจนเช่นกันครับโดยเฉพาะซีพียู ซึ่งเราก็เข้าใจได้ว่าทางผู้พัฒนาคงเล็งเห็นแล้วว่าคนที่จะทำงานตัดต่อวิดีโอก็ต้องมีความพร้อมในระดับฮาร์ดแวร์อยู่แล้วประมาณหนึ่ง จึงได้แนะนำส่วนเฉพาะส่วนเสริมอย่างหน่วยความจำว่าควรจะมี 16GB เป็นมาตรฐาน และถ้าเป็นงานใหญ่ก็แนะนำว่าให้มีในระดับ 32GB ขึ้นไป

ส่วนคำแนะนำของทีมงาน QuickPC ที่ใช้งานโปรแกรมนี้มาตั้งแต่เวอร์ชัน 11 ก็แนะนำว่าให้เริ่มต้นกับซีพียูในระดับ 4 คอร์ 8 เธรด หน่วยความจำก็ตามที่ผู้พัฒนาบอกครับ 16GB ส่วนกราฟิกการ์ดเล็ก ๆ ทางฝั่ง NVIDIA ก็แนะนำ GTX 1050 ขึ้นไปครับเพราะรุ่นเล็กอย่าง GT 1030 รองรับเฉพาะการถอดรหัสวิด๊โอเท่านั้นไม่รองรับการเข้ารหัสวิดีโอในระดับฮาร์ดแวร์ครับ ส่วนทาง AMD ก็เล่นรุ่นเล็ก ๆ อย่าง RX 550 ได้เลยครับเพราะรองรับทั้งการเข้ารหัสและถอดรหัสในระดับฮาร์ดแวร์ครับ ที่มีหน่วยความจำอย่างน้อย 2GB ขึ้นไปครับสำหรับงานในแบบ Full HD ส่วนถ้าใครทำงานแบบ 4K ก็แนะนำให้หากราฟิกการ์ดที่มีหน่วยความจำสัก 8GB ไว้จะดีมากครับ ส่วนเรื่อง Hardware Encode/Decode ของกราฟิกการ์ดนั้นทาง DaVinci Resolve 15 ไม่ได้ใช้ส่วนนี้โดยตรงครับแต่จะไปอาศัย CUDA Core หรือ Stream Processor ในการทำงานครับ

ดาวน์โหลด DaVinci Resolve 15: https://www.blackmagicdesign.com/products/davinciresolve/

You may also like...