ASUS COMPUTEX 2018 (ตอนที่ 1) ขึ้นเขา ลงทะเล บุกสำนักงานใหญ่ สัมผัสอุปกรณ์ระดับเทพ

เมื่อวันที่ 2-9 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทางทีมงานของ QuickPC ก็ได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมงาน COMPUTEX TAIPIE 2018 ซึ่งถือว่าเป็นงานแสดงเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และการเดินทางในครั้งนี้ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของเราก็คือ ASUS


เราเดินทางออกจากกรุงเทพในวันที่ 2 มิถุนายน คณะที่เดินทางไปพร้อมกันในครั้งนี้นอกจากจะมีสื่อมวลชนกว่า 30 ชีวิตแล้ว ก็ยังมีบรรดาพาร์ทเนอร์ร้านค้าและตัวแทนจำหน่ายเดินทางไปพร้อมกับเราด้วย โปรแกรมการเดินทางของสื่อกับพาร์ทเนอร์ก็จะเหมือนกันในช่วงแรก ๆ ครับ แต่พอเริ่มงานในวันที่ 4 มิถุนายน ก็จะมีกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไป หลังจากออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิในเวลาประมาณ 8.30น. เราก็มาถึงสนามบินเถาหยวนในเวลาประมาณ 13.15น. (เวลาท้องถิ่น ซึ่งเร็วกว่าไทยประมาณ 1 ชั่วโมง) จากนั้นก็ผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง จนเวลาประมาณ 14.00น. คณะที่เดินทางก็ไปขึ้นรถบัสเพื่อพาเราไปยังทะเลสาบสุริยันจันทรา โดยมีงานเลี้ยงต้อนรับสื่อและพาร์ทเนอร์ และเราก็พักที่โรงแรมริมทะเลสาบเป็นเวลา 1 คืน

ภาพจากระเบียงห้องพัก วิวทะเลสาบสุริยันจันทรา ภาพนี้ถ่ายหลังจากเช็คอินแล้วนำข้าวของไปเก็บไว้บนห้องก่อนมาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ

ส่วนภาพนี้ถ่ายมาระหว่างที่กำลังรอลิฟท์

งานนี้นอกจากจะเป็นการเลี้ยงต้อนรับสื่อและพาร์ทเนอร์แล้ว ก็ยังมีการแนะนำทีมงานของ ASUS Thailand ให้พวกเราได้รู้จักกันมากขึ้น เพราะมีทีมงานใหม่เพิ่มเติมมาอีกหลายคน และทีมงานใหม่ของ ASUS ก็เพิ่งจะเริ่มงานเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา หรือก่อนเดินทางมางาน COMPUTEX 2018 เพียงวันเดียวเท่านั้น

เช้าวันที่ 3 มิถุนายน หลังจากได้รับประทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยเราก็เดินทางไปล่องเรือเพื่อชมวิวและไปยังจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของทะเลสาบสุริยันจันทรา ซึ่งบอกได้เลยครับว่าคนไทยมาที่นี่เยอะมากจนมีป้ายเตือนบางจุดเป็นภาษาไทยกันเลยทีเดียว

เราใช้เรือทั้งหมด 4 ลำ สำหรับพาคณะสื่อ และพาร์ทเนอร์เดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ รอบทะเลสาบสุริยันจันทรา

ออกทะเล เป็นวันที่แดดแรงมาก ๆ และช่วงที่เราเดินทางมาไต้หวันในครังนี้รู้สึกว่ามีอากาศค่อนข้างร้อนกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา อุณภูมิสูงสุดในบางวันอยู่ที่ระดับ 34 องศาเซลเซียส ไม่ต่างไปจากกรุงเทพเลย

ขึ้นกระเช้าชมวิว

หลังจากพาเที่ยวรอบทะเลสาบสุริยันจันทราและรับประทานอาหารกลางวันเรียบร้อย เราก็ต้องเดินทางกันอีกครั้งโดยมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติอาลีซานที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 3900 เมตร ถือว่าสูงเอาเรื่องเลยทีเดียว แต่ว่าพื้นที่ที่เราไปพักความสูงเฉลี่ยจะอยู่ประมาณสัก 2500-2700 เมตร  เรามาถึงที่อุทยานแห่งชาติอาลีซันก็ช่วงเย็นแล้วครับ ประมาณ 18.30น. และสักพักฟ้าก็มืดเราไม่ได้มีโอกาสทำกิจกรรมอะไรบนนี้มากนัก แต่กิจกรรมหลักของการมาอุทยานแห่งชาติอาลีซานก็คือรอชมพระอาทิตย์ขึ้นครับ ซึ่งก็ต้องตื่นตอนตีสองแล้วเดินทางไปขึ้นอีกดอยหนึ่ง ซึ่งสำหรับทีมงานของเราขอนอนพักครับ (ฮา ๆ) ถามว่าเสียดายไหมตอบว่าไม่ครับ เพราะนี่ไม่ใช่การเดินทางมาที่เขาอาลีซานเป็นครั้งแรกของเรา แต่ก็เสียดายอยู่เหมือนกันที่ไม่มีภาพพระอาทิตย์ขึ้นมาฝากคุณผู้อ่าน มีแต่ภาพตะวันลับฟ้ามาให้ดูเท่านั้น

แสงสุดท้ายของวันที่ 3 มิถุนายน บนอุทยานแห่งชาติอาลีซาน

เพิ่งจะได้เห็นหน้าตาของโรงแรมตอนเช็คเอาต์แล้วนี่แหละ บรรยากาศดีมาก เสียดายที่ต้องออกมาตั้งแต่ช่วง 7 โมงเช้า

เวลาประมาณ 7 โมงเช้าของวันที่ 4 มิถุนายน เราก็เดินทางออกมาจากอุทยานแห่งชาติอาลีซานและมาถึงสำนักงานใหญ่ของ ASUS ในเวลาประมาณ 15.00น. ก็ถือว่าเป็นเวลาในการนั่นรถที่ยาวนานพอดูเลยทีเดียว แต่จากนั้นไม่นานเราก็ลืมความเมื่อล้าไปในทันทีเมื่อได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะมีการทะยอยเปิดตัวอย่างเป็นทางการตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 4 มิถุนายน เป็นต้นไปไป แต่ที่สำนักงานใหญ่นี้เราก็ไม่ได้เห็นของใหม่ทั้งหมดนะครับ เพราะทาง ASUS เองก็ต้องการปิดไว้เพื่อไปสร้างเซอร์ไพรส์ในงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วย ในรอบสื่อมวลชนที่สำนักงานใหญ่จึงเป็นการเข้าฟังข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น เพื่อให้พวกเราสามารถไปตามเก็บรายละเอียดจากงานเปิดตัวอีกครั้งหนึ่งครับ

ภาพบรรยากาศในห้องประชุมที่ให้ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน COMPUTEX 2018

ROG Delta Type-C headset

อุปกรณ์ชิ้นแรกที่ถูกนำเสนอในห้องประชุมก็คือเกมมิ่งเฮดเซตรุ่นใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า ROG Delta Type-C headset  มีจุดเด่นตรงนี้ใช้การเชื่อมต่อแบบ USB-C หรือว่า USB Type-C นั่นเอง เนื่องจากทาง ASUS มองว่าตอนนี้แนวโน้มของการใช้พอร์ต USB-C กำลังเพิ่มขึ้นและโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊กธรรมดาหรือโน้ตบุ๊กในกลุ่มเกมมิ่งก็เริ่มหันมาใช้พอร์ต USB-C ด้วยเช่นกัน ซึ่งอุปกรณ์ทั่วไปยังคงเป็น USB Type-A หรือ USB ขนาดปกติที่เราใช้อยู่ทั่วไป ทำให้พอร์ต USB-C ว่าง ไม่ค่อยถูกใช้งานดังนั้นทาง ASUS จึงคิดว่าถ้าลองนำพอร์ต USB-C มาใช้กับเกมมิ่งเฮตเซตก็น่าจะเป็นการเปิดตลาดที่ดี (จริง ๆ ตอนนี้ก็มีผู้ผลิตเกมมิ่งเฮตเซตหลายรายเริ่มเห็นความสำคัญของพอร์ต USB-C และเริ่มมีลงตลาดบ้างแล้วตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา) นอกจากนี้แล้วเกมมิ่งเฮตเซตที่ใช้พอร์ต USB-C นี้ยังสามารถนำไปใช้กับสมาร์ทโฟนบางรุ่นที่มีพอร์ต USB-C ได้ แน่นอนว่าในที่นี้ต้องหมายถึงสมาร์ทโฟนของทาง ASUS เองด้วย

จุดเด่นของ ROG Delta Type-C headset นั้นยังมีเรื่องของการออกแบบด้วยรูปทรงที่เป็นทรงสามเหลี่ยมที่สามารถครอบใบหูของผู้สวมใส่ได้ อย่างเหมาะเจาะลงตัว และรูปทรงสามเหลี่ยมนี้ก็เป็นที่มาของชื่อ Delta ด้วยเพราะสัญลักษณ์ของเครื่องหมาย Delta ก็คือรูปสามเหลี่ยมนั่นเอง และแน่นอนที่สุดสำหรับอุปกรณ์เกมมิ่งในยุคนี้ก็คือมาพร้อมกับไฟ RGB

 

โน้ตบุ๊ก ROG STRIX

ตอนนี้ทาง ASUS ได้ให้ความสำคัญกับแบรนด์ STRIX อย่างมาก แม้ว่าจะเป็นแบรนด์ที่ย่อยมาจาก ROG ทีทอดหนึ่งแต่ตอนนี้ชื่อของ SRTIX หรือชื่อเต็ม ๆ ก็คือ ROG STRIX ก็ได้กลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่สามารถสื่อถึงความเป็นเกมมิ่งของ ASUS ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะได้เห็น ASUS ทำเกมมิ่งโน้ตบุ๊กในซีรี่ย์ ROG STIRX ออกมา ซึ่งในงานนี้ก็จะมีทั้ง STRIX SCAR II และ HERO II ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊กที่ออกมาเพื่อจับตลาด eSports โดยเฉพาะ ส่วนความแตกต่างของ SCAR II กับ HERO II ก็คือ การจัดวางรูปแบบคีย์บอร์ดที่แตกต่างกันไปเล็กน้อย SCAR II ออกแบบการวางตำแหน่งนิ้วให้เหมาะกับเกมแนว FSP ในขณะที่ HERO II ออกแบบคีย์บอร์ดให้เหมาะกับเกมแนว MOBA คือเรียกได้ว่าเป็นการโฟกัสไปที่การเล่นเกมอย่างจริงจังเลยก็ว่าได้

นอกจากนี้แล้วความแรงของกราฟิกการ์ดในรุ่น SCAR II ก็จะมีตัวแรง ๆ อย่าง GTX 1070 ให้เลือกใช้ด้วย ในขณะที่ HERO II กราฟิกการ์ดแรงสุดที่ GTX 1060 เท่านั้น ทั้งนี้เป็นเพราะว่าเกมแนว MOBA นั้นไม่ได้ต้องการพลังจากกราฟิกการ์ดมากนักนั่นเอง และเช่นกันครับสำหรับผลิตภัณฑ์สายเกมมิ่งก็ต้องมาพร้อมกับไฟ RGB หลายคนคิดว่าคงจะเป็นคีย์บอร์ดแบบ RGB แน่เลย ผิดครับ ASUS มองว่าคีย์บอร์ด RGB ไม่น่าสนใจเพราะสุดท้ายถ้าเล่นเกมจริงจังเรามักจะเซตสีของคีย์บอร์ดให้เป็นสีใดสีหนึ่งมากกว่าปล่อยให้เป็นแบบหลากสี ดังนั้นส่วนที่เป็น RGB ที่เพิ่มเติมจึงไปอยู่บริเวณขอบด้านหน้าของตัวเครื่องครับ ซึ่งก็สามารถปรับแต่งการทำงานผ่านทางซอฟต์แวร์และสามารถซิงค์กับอุปกรณ์ RGB อื่น ๆ ของทาง ASUS ได้ รวมถึงเกมมิ่งเฮตเซตที่เพิ่มนำออกมาให้เราได้ชมก่อนหน้านี้ด้วย

 

ROG PHONE

ROG PHONE ใช่แล้วครับ นี่คือสมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ และบอกเลยว่าทาง ASUS ไม่ได้ทำออกมาเล่น ๆ เพื่อเป็นการจับกระแสการเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังตั้งใจทำ ROG PHONE ออกมาให้เป็นเหมือนเครื่องเล่นเกมแบบพกพา และยังใช้เป็นเหมือนเครื่องเล่นเกมคอนโซลที่บ้านได้อีกด้วย เพราะนอกจากจะมีตัว ROG PHONE แล้ว ทาง ASUS ยังได้ทำอุปกรณ์เสริมการทำงานให้กับ ROG PHONE ออกมาอีกหลายชิ้น เราไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

มาดูที่ตัว ROG PHONE กันก่อน จอภาพขนาดใหญ่ ขนาด ซีพียูที่ใช้เป็น Snapdragon (รายละเอียดรอไปเปิดเผยในงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ติดตามได้ในตอนที่ 2 ครับ) ดีไซน์ตัวเครื่องออกมาโดยมีกลิ่นอายของผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ROG ค่อนข้างมาก รวมไปถึงดวงตาที่เป็นสัญลักษณ์ของ ROG ก็แสดงอยู่อย่างโดดเด่นทางด้านหลังของตัวเครื่อง

อุปกรณ์เสริมตัวแรกก็คือชุดระบายความร้อนเพื่อการเล่นเกมที่ต่อเนื่อง ไร้อาการกระตุก ต้องยอมรับนะครับว่าสมาร์ทโฟนไม่ว่าจะออกแบบมาดีอย่างไรถ้าต้องมาทำงานหนัก ๆ อย่างการเล่นเกมที่ต้องใช้พลังการประมวลผลที่สูงย่อมทำให้เกิดความร้อนตามขึ้นมา ซึ่งตามปกติเมื่ออุปกรณ์พวกนี้เกิดความร้อนก็จะมีการลดประสิทธิภาพในการทำงานของซีพียูที่อยู่ภายในลงมาก หากเป็นการใช้แอปพลิเคชันทั่วไปการลดความเร็วลงมาคงไม่ส่งผลกระทบอะไรมากนัก แต่ถ้าเป็นการเล่นเกมบอกได้เลยครับว่าไม่สามารถลดความเร็วของซีพียูลงมาได้เพราะจะทำให้การเล่นเกมไม่ลื่นไหล เกิดอาการกระตุก ดังนั้นการระบายความร้อนให้กับสมาร์ทโฟนในการเล่นเกมจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก และ ASUS ก็มองขาดในเรื่องนี้จนออกแบบอุปกรณ์ระบายความร้อนสำหรับ ROG PHONE มาให้โดยเฉพาะ และยังทำให้สามารถเปลี่ยนตำแหน่ง ของการต่อสายหูฟังให้มาอยู่ที่ตัวชุดระบายความร้อนแทน ทำให้เราสามารถจับถือตัวเครื่องได้ถนัดมือมากกว่า

Gamevice Controller & WiGig Dock เป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยทำให้ ROG PHONE กลายเป็นเครื่องเล่นเกมแบบพกพาอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการเสริม Gamevice Controller ที่ทำหน้าที่เหมือนจอยสติ๊กเสริมเพื่อใช้ควมคุมเกมได้อย่างสะดวก และสามารถเล่นเกมออกจอภาพขนาดใหญ่ผ่านตัวส่งสัญญาณไร้สายผ่าน WiGig Dock ที่สามารถเล่นเกมได้โดยไม่มีอาการแล็ค

Mobile Desktop Dock เพียงคุณวาง ROG PHONE ลงไปบนแท่นวาง คุณก็จะสามารถเปลี่ยนให้สมาร์ทโฟนตัวนี้กลายเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวจิ๋ว ได้ในทันที เพราะสามารถต่อเมาส์ คีย์บอร์ด จอภาพ และระบบเสียงภายนอกได้เหมือนกับการใช้งานพีซีเลยทีเดียว

ยัง…ยังไม่หมดครับอุปกรณ์เสริมของ ROG PHONE ยังมีทีเด็ดมากกว่านั้น และนี่คือ TwinView Dock อุปกรณ์เสริมอีกหนึ่งรูปแบบที่ทำให้ ROG PHONE กลายเป็นเครื่องเล่นเกมแบบพกพาที่ดูจริงจังมากขึ้นพร้อมด้วยหน้าจอแสดงสถานะการทำงานเพิ่มเติม และยังสามารถทำงานร่วมกับเกมบางเกมเพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการแสดงผลส่วนอื่น ๆ ของเกมได้อีกด้วย

ASUS ZenBook Pro 15 (UX580)

ผ่านพ้นเรื่องของเกมกันไปแล้วคราวนี้ก็มีดูอุปกรณ์สำหรับคนทำงานกันบ้างครับกัน ASUS ZenBook Pro 15 (UX580) จะบอกว่านี่เป็นเหมือน MacBook Pro ของฝั่งพีซีก็ว่าได้ครับ โน้ตบุ๊กรุ่นนี้มาพร้อมกับซีพียูที่แรงสุด ๆ อย่าง Intel Core i9 และกราฟิก NVIDIA GTX 1050 Ti แน่นอนว่าดูจากกราฟิกชิปแล้วนี่ไม่ใช่โน้ตบุ๊กที่จะเหมาะสำหรับการเล่นเกมแต่ด้วยซีพียูและกราฟิกการ์ดรุ่นนี้ก็เหมาะอย่างมากสำหรับคนทำดิจิทัลคอนเทนต์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นงานกราฟิก, 3D กราฟิก หรืองานตัดต่อวิดีโอที่มีเวิร์คโหลดหนัก ๆ จอภาพถูกปรับแต่งมาให้รองรับขอบเขตของสีในระดับ Adobe RGB 100% รองรับ Wi-Fi 802.11ac และ Thunderbolt 3

และที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากที่สุดก็คือการมาพร้อมกับ ScreenPAD ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เข้ามาแทนที่ TouchPAD โดยเจ้า ScreenPAD นี้คือจอภาพขนาดเล็กที่รองรับการทำงานด้วยระบบสัมผัส สามารถใช้เป็นจอภาพเสริมการทำงาน และยังสามารถเปลี่ยนหน้าที่ไปได้ตามโปรแกรมกำหนดเช่นทำหน้าที่เหมือนทัชแพดปกติ ทำหน้าที่เป็นเครื่องคิดเลข ทำหน้าที่เป็นโปรแกรมปฏิทินตารางนัดหมาย หรือจะใช้เป็นจอภาพที่สองสำหรับดู YouTube หรือจะใช้เป็นตัวควบคุมการเล่นไฟล์หนังไฟล์เพลงก็ได้ แล้วแต่แอปพลิเคชัน ที่สำคัญคือทาง ASUS ยังมีชุด SDK สำหรับ ScreenPAD ที่จะทำให้นักพัฒนาแอปพลิเคชันสามารถพัฒนาโปรแกรมเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับผู้ใช้ได้

 

ต้องเดินทางอีกครั้ง

แม้ว่าเราจะนั่งรถมาเป็นเวลายาวนานแต่เราก็มีเวลาที่สำนักงานใหญ่ของ ASUS เพียงประมาณ 1ชั่วโมง เท่านั้นที่รับฟังข้อมูลต่าง ๆ แบบเร่งด่วน เพราะในช่วงเวลาประมาณ 19.00น. เรายังมีกำหนดการร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ROG อย่างเป็นทางการอีกครั้งที่ Creative Park สำหรับบทความตอนแรกนี้ก็ขอจบลงตรงนี้ด้วยภาพของสี่อและพาร์เนอร์เป็นที่ระลึกครับ

***วันที่ในกล้องตั้งเวลาผิดเป็นวันที่ 5 มิถุนายน จริง ๆ คือวันที่ 4 มิถุนายน

You may also like...