NVIDIA เปิดตัว DLSS 2.0 ภาพคมชัดกว่าเดิม ประสิทธิภาพดีขึ้นเป็น 2 เท่า

DLSS (Deep Learning Super Sampling) คือเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับการ์ดจอในตระกูล NVIDIA RTX ไม่ว่าจะเป็น GeForce RTX หรือ Quadro RTX ก็ตาม โดยเทคโนโลยี DLSS นี้จะช่วยทำให้เกมสามารถทำเฟรมเรตได้ดีขึ้นแม้ว่าจะต้องทำงานด้วยความละเอียดสูงในระดับ 4K ก็ตาม โดยการใช้ระบบ AI ช่วยในการเรนเดอร์พวกเท็กซ์เจอร์ การลดรอยหยักและอื่น ๆ ในขั้นตอนสุดท้าย แต่อย่างไรก็ดี DLSS ที่เปิดตัวมาในช่วงแรกนั้นก็ไม่ได้รับความนิยม เพราะแม้จะทำให้เฟรมเรตเพิ่มขึ้นจริง แต่หลายคนก็ไม่ใช่เพราะว่าคุณภาพของที่ได้นั้นไม่สามารถสู้กับการเรนเดอร์ด้วยเทคนิคแบบปกติได้

แต่เทคโนโลยี DLSS นี้มันถูกสร้างอยู่บนพื้นฐานของ Deep Learning ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบของ AI ที่สามารถที่การเรียนรู้และพัฒนาให้มีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ได้ ตอนนี้ทาง NVIDIA จึงได้ประกาศเปิดตัวเทคโนโลยี DLSS 2.0 ที่มีการปรับปรุงทั้งประสิทธิภาพที่ช่วยให้เฟรมเรตสูงและคุณภาพของภาพที่ดีขึ้นกว่าใน DLSS รุ่นแรก

DLSS 2.0 ปรับปรุงคุณภาพของภาพให้ดีขึ้น: เป็นที่ทราบกันดีว่าการใช้เทคนิค DLSS นั้นคือการเรนเดอร์ภาพด้วยความละเอียดที่ต่ำแล้วใช้ระบบ AI สร้างภาพที่มีความละเอียดสูงขึ้นมาทดแทนซึ่งที่ภาพมาการทำเช่นนี้แม้จะได้เฟรมเรตที่สูงขึ้นก็จริงแต่ว่าคุณภาพที่ได้นั้นไม่สามารถเทียบได้กับการเรนเดอร์ด้วยวิธีการปกติ แต่ใน DLSS 2.0 นั้นทางเอ็นวิเดียบอกว่าสามารถให้ภาพที่มีความใกล้เคียงกันกับภาพที่เรนเดอร์ด้วยความละเอียดแบบปกติ ด้วยการเรนเดอร์ด้วยข้อมูลเพียง 1/4 ของพิกเซล แล้วจากนั้นใช้เทคนิด Temporal Feedback สำหรับการสร้างรายละเอียดของภาพที่มีความคมชัด ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ภาพที่เกิดขึ้นแบบเฟรมต่อเฟรมมีเสถียรภาพและทำให้ภาพมีความคมชัด

AI ตัวใหม่ให้ประสิทธิภาพได้สูงกว่าเดิม 2 เท่า: ในการ์ดจอ NVIDIA RTX ทั้งหมดจะมีฮาร์ดแวร์ที่ชื่อว่า Tensor Core ซึ่งทำหน้าที่ในการประมวลผลทางด้าน AI โดยเฉพาะ และ DLSS นี้ก็เป็นหนึ่งในงานด้าน AI เช่นกัน โดยชุดคำสั่งทางด้าน AI ใหม่นี้ได้รับการปรับปรุงให้่ทำงานได้ดีขึ้นเรียกใช้ทรัพยกรของระบบน้อยลง จนสามารถให้ประสิทธิภาพได้สูงกว่าเดิมถึงสองเท่าแม้ว่าจะใช้ฮาร์ดแวร์เดิมก็ตาม

DLSS 2.0 พร้อม AI ใหม่ทำงานได้กับทุกเกม: DLSS รุ่นเดิมนั้นเวลาจะนำไปใช้ผู้พัฒนาเกมและเอ็นวิเดียจะต้องรวมกันพัฒนาชุด AI ออกมาโดยเฉพาะสำหรับใช้งานร่วมกับเกมนั้น ๆ ซึ่งส่งผลให้การพัฒนาเกมเป็นไปอย่างล่าช้า แต่สำหรับ DLSS 2.0 เครือข่ายทางด้าน AI ได้ถูกออกแบบมาให้หมด ทำให้ระบบสามารถเรียนรู้ชนิดของข้อมูลกราฟิกต่าง ๆ ในเกมได้มากขึ้น ทำให้ DLSS 2.0 ทำงานร่วมกับเกมได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น แต่แน่นอนว่าเกมนั้นจะต้องพัฒนาด้วยชุดเครื่องมือของเอ็นวิเดียด้วย ซึ่งในตอนที่เปิด DLSS 2.0 นี้ทางเอ็นวิเดียเองก็มีการเปิดตัว Toolkit สำหรับการสร้างเท็กซ์เจอร์แบบพิเศษออกมาพร้อม ๆ กันด้วย

DLSS 2.0 กับการปรับแต่งได้มากขึ้น: การใช้งาน DLSS นั้นสามารถถูกปรับแต่งได้มากกว่าเดิมคือ Performance (เน้นเฟรมเรต), Balance (สมดุลระหว่างเฟรมเรตกับคุณภาพของภาพ)  และ Quality (เน้นไปที่คุณภาพของภาพเป็นหลัก) ซึ่งตรงนี้มันจะไปสอดคล้องกับความแรงของการ์ดจอในแต่ละรุ่นด้วย ทำให้ผู้ใช้การ์ดจอที่ต่างกันสามารถปรับให้เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการได้ เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนก็เลือกกันแบบไม่เปิดก็ปิด DLSS กันไปเลยเพราะไม่สามารถปรับแต่รายละเอียดได้ (แม้ว่าหลัง ๆ บางเกมเริ่มทำได้แล้วก็ตาม) เช่น RTX 2080 Ti มี TensorCore ถึง 544 หน่วย ในขณะที่ RTX 2060 มี Tensor Core เพียง 240 หน่วย เท่านั้น

อย่างไรก็ตามเครื่องมือในการพัฒนาเกมที่รองรับ DLSS 2.0 ตอนนี้ก็ยังมีเพียง Unreal Engine 4 เท่านั้น ส่วนเกมที่รองรับ DLSS 2.0 ในตอนนี้ก็ได้แก่ Control, Wolfenstein: Youngblood, MechWarrior 5: Mercenaries และ Deliver Us The Moon และจะต้องทำงานร่วมกับไดรเวอร์เวอร์ชัน 445.75 เป็นต้นไป

You may also like...