MiniTool MovieMaker Free 2.0 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี ให้คุณทำวิดีโอได้ง่ายในทุก ๆ วัน

ปกติเราจะคุ้นเคยกับชื่อของ MiniTool กับโปรแกรมจัดการพาร์ทิชันอย่าง Partition Wizard รวมไปถึงโปรแกรมกู้ข้อมูล Data Recovery และโปรแกรมสำรองข้อมูลอย่าง ShadowMaker ล่าสุดทาง MiniTool ก็ได้เปิดตัว MovieMaker Free 2.0 ซึ่งเป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรีที่ใช้งานได้ง่าย ๆ  

Skin ของโปรแกรมนี้จะมีทั้ง Light Mode และ Dark Mode ให้เลือกใช้ แต่ค่าปกติจะเป็น Dark Mode

สำหรับคนที่มองหาโปรแกรมตัดต่อวิดีโอแบบง่าย ๆ และ ใช้งานได้ฟรี MovieMaker Free 2.0 ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจครับ โปรแกรมนี้ถูกสร้างมาเพื่อให้เราตัดต่อวิดีโอ หรือสร้าง Photo Story ได้ พร้อมด้วยเครื่องมือที่ทำให้เราสามารถสร้างวิดีโอหรือสร้างคอนเทนต์ได้ง่าย ๆ ในทุก ๆ วันจากสมาร์ทโฟน แอคชันแคม หรือจากกล้องดิจิทัลของเรา

หลังจากติดตั้งและเข้าสู่โปรแกรม MovieMaker Free 2.0 หน้าจอแรกที่เราจะได้เจอก็คือ Movie Template ที่ช่วยให้เราสร้างวิดีโอคลิปสั้น ๆ ประมาณ 20 วินาที จากไฟล์ภาพนิ่ง จากไฟล์วิดีโอ หรือจากทั้งสองอย่างบนกันก็ได้ ในเบื้องต้นนี้จะมี Template ให้เลือกใช้งานอยู่ 6 แบบ และเราสามารถปรับแต่งรายละเอียดได้เล็กน้อยเช่นข้อความ และเพลงประกอบเป็นต้น หากต้องการตัดต่อวิดีโอด้วยตัวเองก็ให้ปิดหน้าจอนี้ลงไป หรือคลิกที่ปุ่ม Full Feature Mode เพื่อเข้าหน้าจอหลักในการทำงาน

หน้าจอ Movie Template ที่ช่วยให้เราสร้างคลิปวิดีโอสั้น ๆ ได้ง่าย
ตัวอย่างหน้าจอที่ใช้สำหรับตรวจสอบปละปรับแต่งคลิปวิดีโอที่สร้างจาก Movie Template

เมื่อเข้ามาที่หน้าจอหลักของโปรแกรมแล้วก็จะพบกับอินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายตามสไตล์ของโปรแกรมตัดต่อวิดีโอทั่วไปที่สามารถเรียนรู้การใช้งานได้อย่างรวดเร็ว โดยอินเทอร์เฟซหลักก็จะแบ่งออกเป็น 3 โซนด้วยกัน (1) เป็นโซนของ Media และ Tools เพื่อใช้สำหรับนำเข้าไฟล์ภาพไฟล์วิดีโอ และนำมาแสดงไว้ในส่วนนี้เพื่อให้เลือกใช้ รวมไปถึงเป็นส่วนที่ใช้สำหรับเลือก Transition, Effect และ Text โซนที่ (2) ใช้สำหรับพรีวิวโปรเจคที่เรากำลังทำงานอยู่ เราสามารถดับเบิลคลิกตรงส่วนนี้เพื่อพรีวิวดูวิดีโอแบบเต็มหน้าจอได้ โซนที่ (3) ก็จะเป็นแทร็กของวิดีโอที่เราใช้ในการตัดต่อ โดยในส่วนนี้เราสามารถใส่แทร็กวิดีโอ และแทร็กเสียงได้อย่างละหนึ่งแทร็กเท่านั้น แต่ว่าแทรกข้อความ (Text) เราสามารถแทรกเพิ่มเติมได้ถึง 3 แทร็กด้วยกัน

พื้นที่ต่าง ๆ สำหรับการทำงานของ MovieMaker Free 2.0
ในทามไลน์ของการตัดต่อเราจะเห็นได้ว่าระหว่างคลิปจะมีพื้นที่ว่างให้เราสามารถเพิ่มเติม Transition เพื่อเปลี่ยนมุมกล้องหรือเปลี่ยนช่วงของการเล่าเรื่องราวได้ และมีรูปแบบของ Transition ให้เลือกใช้มากมายหายแบบอีกด้วย
แม้จะเป็นโปรแกรมฟรีแวร์แบบที่ใช้งานง่าย ๆ แต่ก็มีฟังก์ชันเรื่องของการปรับสีของวิดีโอมาให้ แถมยังมีชุดสีจากภาพยนต์ยอดนิยมมาให้เราได้ใช้งานในแบบง่าย ๆ ได้อกีด้วย ช่วยเปลี่ยนคลิปวิดีโอธรรมดาให้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
การใส่ Effect ให้กับคลิปวิดีโอ โปรแกรมนี้ก็สามารถทำได้เช่นกัน เพียงแต่จะปรับรายละเอียดอะไรไม่ได้มากนัก แต่ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่ทำให้วิดีโอของเราน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
การสั่ง Export วิดีโอเราสามารถใช้ฮาร์ดแวร์ช่วยเร่งความเร็วในการทำงานได้ เรรทดสอบกับโน้ตบุ๊กที่ใช้ซีพียูอินเทลและกราฟิกการ์ดของเอ็นวิเดียก็จะเห็นได้ว่าโปรแกรมนี้สามารถใช้งานฮาร์ดแวร์ที่อยู่ในซีพียูอินเทลและการ์ดจอของเอ็นวิเดียได้ เรายังไม่เคยทดสอบกับเครื่องที่ใช้การ์ดจอเอเอ็มดีจึงยังไม่ทราบว่าจะรองรับด้วยหรือไม่ แต่ถ้าโปรแกรมนี้ไม่รองรับการ์ดจอของเอเอ็มดี เราก็ยังคงใช้การประมวลผลจากตัวซีพียูเข้ามาทำงานแทนได้ครับ

ข้อจำกัดของ MovieMaker Free 2.0

เราพูดถึงภาพรวมและการใช้งานของโปรแกรมนี้กันมาพอสมควรแล้ว ตอนนี้เรามาดูเรื่องข้อจำกัดของโปรแกรมนี้กันบ้างครับ ที่ผู้เขียนเห็นว่ามีประเด็นใหญ่ ๆ ก็มีสองเรื่องด้วยกันครับ อย่างแรกเลยก็คือไม่รองรับภาษาไทย หากเรามีความจำเป็นต้องใช้ภาษาไทยในการทำไตเติ้ล หรือคำบรรยายต่าง ๆ ก็คงต้องข้ามโปรแกรมนี้ไปเลยครับเพราะแสดงตำแหน่งของวรรณยุกต์ของภาษาไทยไม่ได้เลย แต่ถ้าเป็นข้อความภาษาอังกฤษอย่างนี้ใช้งานได้เลยครับไม่มีปัญหาอะไรแถมมีรูปแบบเอฟเฟคของไตเติ้ลและซับไตเติ้ลให้เลือกใช้ได้หลายแบบอีกด้วย

แม้ว่าโปรแกรมนี้จะรองรับการ Export ไฟล์ได้ที่ 1080p 25FPS แต่เราก็สามารถตั้งค่าบิตเรตในระดับสูงเพื่อให้งานที่ได้ออกมาคมชัด (แต่ก็ขึ้นอยู่กับไฟล์ต้นฉบับด้วย)

ส่วนประเด็นที่สองก็คือโปรแกรมนี้แม้จะรองรับการตัดต่อไฟล์วิดีโอในระดับ 4K 60FPS หรือ FHD 60FPS แต่สุดท้ายแล้วเวลาเรา Export วิดีโอออกมาก็จะถูกจำกัดไว้ที่ FHD 25FPS เท่านั้น เข้าใจว่าทาง MiniTool ต้องการทำให้โปรแกรมนี้เหมาะกับงานง่าย ๆ ทำกันแบบสนุก ๆ อัปเดตขึ้นโลกโซเชียลได้ง่าย ไม่ได้เน้นเรื่องคุณภาพไฟล์ที่มีเฟรมเรตสูง ซึ่งถ้าผู้ใช้ยอมรับคุณภาพของวิดีโอที่ความละเอียด FHD ที่ 25 FPS ได้ก็สามารถใช้งานโปรแกรมนี้ได้เลยครับ

ดาวน์โหลด: MiniTool MovieMaker Free 2.0

You may also like...